บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
6.75
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8956 out_tok=2524 at=2026-07-25T09:58:03 -->
# BEM กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 12% รับแรงหนุนผู้ใช้บริการทางด่วน-รถไฟฟ้าฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตตามการเดินทางที่กลับมา ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและจับตาการฟื้นตัวต่อเนื่อง
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของปริมาณผู้ใช้บริการทั้งธุรกิจทางด่วนและระบบราง ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และจับตาแนวโน้มการเดินทางที่จะเติบโตต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ BEM ในไตรมาส 3 ปี 2566 ให้เติบโต 12% มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของปริมาณผู้ใช้บริการในทุกธุรกิจหลัก** โดยเฉพาะธุรกิจระบบรางที่เติบโตถึง 22% และธุรกิจทางพิเศษที่เติบโต 5% ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 12% แตะระดับ 4,182 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของผู้ใช้บริการเป็นผลโดยตรงจากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว ฝ่ายจัดการระบุว่าการจัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่ช่วยส่งต่อผู้โดยสารไปยังสายสีน้ำเงิน ส่งผลให้ปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีจำนวนผู้โดยสารสูงสุดใหม่ (New High) ถึง 526,900 เที่ยวในวันที่ 25 สิงหาคม 2566 สำหรับธุรกิจทางพิเศษ การเติบโตมาจากปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนในทุกสายทาง โดยเฉพาะสายทางพิเศษศรีรัชส่วนบีและดีที่เชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งสะท้อนการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างประเทศและในประเทศ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้ายังคงมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากภาคเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแนวโน้มเชิงบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การเติบโตของต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 14% และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 4% จากอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่สูงขึ้น ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY** จาก 863 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการให้บริการรวม 4,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY** จาก 3,739 ล้านบาท โดยธุรกิจระบบรางเติบโตโดดเด่น 22% และธุรกิจทางพิเศษเติบโต 5%
* **ปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสูงสุดใหม่ (New High) 526,900 เที่ยว** ในวันที่ 25 สิงหาคม 2566
* **ต้นทุนการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 14% YoY** เป็น 2,391 ล้านบาท จากการปรับแผนซ่อมบำรุงและอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 4% YoY** เป็น 570 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยตลาดที่สูงขึ้น แต่บริษัทมีสัดส่วนหนี้ดอกเบี้ยคงที่สูงถึง 83%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 BEM มีรายได้จากการให้บริการรวม 4,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจระบบรางที่เติบโต 22% เป็น 1,651 ล้านบาท และธุรกิจทางพิเศษที่เติบโต 5% เป็น 2,252 ล้านบาท แม้ต้นทุนการให้บริการจะปรับเพิ่มขึ้น 14% เป็น 2,391 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 4% เป็น 570 ล้านบาท แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตสูงกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 9% เป็น 1,791 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 12% เป็น 970 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 2,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% YoY โดยรายได้จากการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 21% เป็น 12,188 ล้านบาท และต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 17% เป็น 7,063 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกหลักที่จะผลักดันปริมาณผู้ใช้บริการทั้งทางด่วนและระบบรางให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **การส่งต่อผู้โดยสารจากสายสีเหลืองสู่สายสีน้ำเงิน:** จุดเชื่อมต่อที่สถานีลาดพร้าวช่วยเพิ่มปริมาณผู้โดยสารให้กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
* **การเติบโตของธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์:** รายได้จากการให้เช่าพื้นที่สื่อโฆษณาและร้านค้าปลีกใน Metro Mall มีแนวโน้มเติบโตตามจำนวนผู้ใช้บริการ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการให้บริการที่สูงขึ้น:** การปรับแผนการซ่อมบำรุงและอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุน
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยในตลาดที่สูงขึ้นกระทบต่อหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** ปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณผู้ใช้บริการในไตรมาส 4:** การเติบโตจะต่อเนื่องจากไตรมาส 3 หรือไม่ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปลายปี
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการให้บริการและต้นทุนทางการเงินท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
* **การเปิดให้บริการโครงการใหม่ๆ:** ความคืบหน้าและผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนในอนาคต
* **การปรับขึ้นค่าโดยสาร/ค่าผ่านทาง:** หากมีปัจจัยที่ทำให้ต้องพิจารณาปรับขึ้นราคาบริการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจทางพิเศษ:** รายได้เติบโต 5% YoY เป็น 2,252 ล้านบาท จากปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนเฉลี่ย 1.11 ล้านเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 4% YoY โดยเฉพาะสายทางพิเศษศรีรัชส่วนบีและดีที่เชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิมีการเติบโตสูง สะท้อนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น 8% เป็น 764 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าตัดจำหน่ายสิทธิฯ ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณรถและการทบทวนประมาณการปริมาณรถในอนาคต
* **ธุรกิจระบบราง:** รายได้เติบโต 22% YoY เป็น 1,651 ล้านบาท โดยรายได้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้น 31% จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการส่งต่อผู้โดยสารจากสายสีเหลือง ปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 410,590 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 31% YoY รายได้จากการรับจ้างเดินรถสายสีม่วงเพิ่มขึ้น 10% เป็นไปตามสัญญา ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น 16% เป็น 1,517 ล้านบาท จากค่าซ่อมบำรุง ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ และค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์:** รายได้เติบโต 15% YoY เป็น 279 ล้านบาท จากการให้เช่าพื้นที่สื่อโฆษณาและร้านค้าปลีกใน Metro Mall ต้นทุนเพิ่มขึ้น 36% เป็น 110 ล้านบาท จากค่าไฟฟ้า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 112,850 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินและการลดลงของลูกหนี้ภายใต้สัญญาสัมปทาน หนี้สินรวม 76,143 ล้านบาท ลดลง 1% จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้น 36,707 ล้านบาท ลดลง 1% แม้มีกำไร แต่มีการจ่ายเงินปันผลและปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 4,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 43 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 4,865 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการจ่ายคืนเงินกู้ยืม จ่ายเงินปันผล และรับเงินจากการออกหุ้นกู้
อัตราส่วนทางการเงินสำคัญ เช่น อัตรากำไรสุทธิ (NPM) อยู่ที่ 21.99% ROE 8.66% และ ROA 2.95% ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน และอยู่ในระดับใกล้เคียงก่อนโควิด-19 อัตราส่วน D/E อยู่ที่ 1.96 เท่า และ Net IBD/E อยู่ที่ 1.69 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าเงื่อนไขตามสัญญาสินเชื่อและหุ้นกู้
## สรุปท้าย
BEM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตแข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิ 970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY จากการฟื้นตัวอย่างชัดเจนของผู้ใช้บริการทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลจากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและท่องเที่ยว แม้ต้นทุนการให้บริการและต้นทุนทางการเงินจะปรับสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วยหนุนผลกำไรให้เติบโตได้ต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการยังคงจับตาแนวโน้มการเดินทางที่จะเติบโตต่อไป พร้อมบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนและอัตราดอกเบี้ย เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEM ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
4,365.15
ล้านบาท
↓ 67.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,923.76
ล้านบาท
↓ 47.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.07
%
กำไรสุทธิ
837.32
ล้านบาท
↓ 71.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.18
%
D/E Ratio
3.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,365
↓ -67.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,924
↓ -47.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
837
↓ -71.3%
YoY
D/E Ratio
3.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.34
ROE (%)
10.28
ROA (%)
4.68
Book Value/หุ้น
2.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,532
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6.37
-99.90%
|
-6,357.97
+85.61%
|
-3,425.50
-160.82%
|
5,632.54
+488.86%
|
956.52
-82.13%
|
5,351.36
-30.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,531.57
-251.83%
|
-2,325.93
+578.59%
|
-342.76
-42.62%
|
-597.30
+87.54%
|
-318.49
-91.45%
|
-3,724.32
-50.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,695.10
-179.82%
|
3,376.58
-11.61%
|
3,820.17
-187.24%
|
-4,378.76
+170.18%
|
-1,620.66
+125.97%
|
-717.21
+73,084.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
830.10
-115.64%
|
-5,307.34
-10,320.18%
|
51.93
-92.09%
|
656.47
+200.07%
|
218.77
-75.95%
|
909.83
+412.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,672.19
+34.19%
|
1,246.09
-30.30%
|
1,787.84
+58.02%
|
1,131.37
-29.88%
|
1,613.58
+129.28%
|
703.75
+33.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,919.04
+14.76%
|
1,672.19
+34.19%
|
1,246.09
-30.30%
|
1,787.84
+58.02%
|
1,131.37
-29.88%
|
1,613.58
+129.28%
|