บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
6.75
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7006 out_tok=2521 at=2026-07-25T11:34:00 -->
# BEM กำไร Q3/2565 พุ่ง 699% รับปริมาณรถ-ผู้โดยสารฟื้นตัวแรง
## รายได้-กำไรโตตามเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก ฝ่ายจัดการเดินหน้าขยายธุรกิจสายสีส้ม
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 863 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 699% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังการเปิดประเทศ ส่งผลให้ปริมาณรถใช้ทางด่วนและผู้โดยสารรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ใกล้เคียงระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BEM ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของปริมาณการใช้บริการทั้งธุรกิจทางพิเศษและระบบราง** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 64.7% หรือ 1,573 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจระบบรางที่เพิ่มขึ้นถึง 93.0% และรายได้จากธุรกิจทางพิเศษที่เพิ่มขึ้น 67.9% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 699.1% หรือ 755 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากการที่ **กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ เริ่มกลับมาดำเนินการได้ตามปกติหลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19** ทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและเดินทางมากขึ้น โดยปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 59.7% เป็น 1,069,102 เที่ยวต่อวัน และปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้นถึง 292.4% เป็น 312,663 เที่ยวต่อวัน (เฉลี่ยทุกประเภทวัน) การเพิ่มขึ้นของปริมาณการใช้บริการเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่าผ่านทางและรายได้ค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับตัวสูงขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของรายได้เช่นกัน นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 11.8% มาจากการวัดมูลค่าเงินกู้ตามมาตรฐาน TFRS9 และอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ปรับสูงขึ้นตามตลาด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าปริมาณรถใช้ทางด่วนและผู้โดยสารรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและใกล้เคียงช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเข้าทำสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการดำเนินธุรกิจและขยายเครือข่ายการให้บริการในอนาคต อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะยาวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 699% YoY:** BEM รายงานกำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้น 863 ล้านบาท ใน Q3/2565 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 108 ล้านบาทใน Q3/2564
* **รายได้หลักโตแรง 73.6%:** รายได้รวมจากธุรกิจหลัก (ทางพิเศษ, ระบบราง, พัฒนาเชิงพาณิชย์) แตะ 3,739 ล้านบาท จาก 2,154 ล้านบาทในปีก่อน
* **ปริมาณการใช้บริการฟื้นตัวชัดเจน:** รถใช้ทางด่วนเพิ่ม 59.7% เป็น 1.07 ล้านเที่ยว/วัน, ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่ม 292.4% เป็น 3.13 แสนเที่ยว/วัน
* **ต้นทุนการเงินสูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่ม 11.8% จากผลกระทบ TFRS9 และอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
* **แผนขยายธุรกิจสายสีส้ม:** เตรียมเข้าทำสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 BEM มีรายได้รวม 4,005 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากธุรกิจทางพิเศษ 2,146 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.9%, รายได้จากธุรกิจระบบราง 1,351 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.0%, และรายได้จากธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ 242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.5% ต้นทุนการให้บริการรวมอยู่ที่ 2,094 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.2% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% ส่งผลให้กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีฯ อยู่ที่ 1,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 158.6% ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 1,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,169.1% และกำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 863 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 699.1%
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้น 1,833 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 198.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 10,808 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.3%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเดินทาง:** การกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของประชาชนส่งผลให้ปริมาณการใช้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม:** การเข้าทำสัญญาร่วมลงทุนจะช่วยขยายเครือข่ายและเพิ่มศักยภาพการเติบโตในอนาคต
* **การออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน:** สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
* **การได้รับคัดเลือกเป็นหุ้นยั่งยืน (THSI):** ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG และสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์เงินเฟ้อ หรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** การแข่งขันในธุรกิจระบบรางและทางพิเศษอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไรในอนาคต
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการดำเนินงานหรือการก่อสร้างโครงการใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเติบโต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการใช้บริการ:** การเติบโตของปริมาณรถใช้ทางด่วนและผู้โดยสารรถไฟฟ้าในไตรมาสถัดไป
* **ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม:** การลงนามสัญญาและการเริ่มต้นดำเนินงานตามแผน
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **การดำเนินงานตามแผน ESG:** ความคืบหน้าในการลงทุนและโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจทางพิเศษ:** รายได้เพิ่มขึ้น 67.9% จากปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนเพิ่มขึ้น 59.7% ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น 49.0% จากงานซ่อมบำรุงที่เลื่อนมาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณรถ
* **ธุรกิจระบบราง:** รายได้เพิ่มขึ้น 93.0% จากปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้น 292.4% ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น 31.1% สอดคล้องกับการให้บริการที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์:** รายได้เพิ่มขึ้น 37.5% จากการฟื้นตัวของรายได้สื่อโฆษณาและค่าเช่าพื้นที่ Metro Mall ต้นทุนเพิ่มขึ้น 22.7% ตามรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 116,471 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีหนี้สินรวม 78,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% และส่วนของผู้ถือหุ้น 37,763 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.93 เท่า
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 4,023 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ จากรายได้และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 852 ล้านบาท และเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 2,430 ล้านบาท
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น อัตรากำไรสุทธิ (NPM) อยู่ที่ 21.78% เพิ่มขึ้นจาก 4.56% ในปีก่อน อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 5.89% และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 2.05%
## สรุปท้าย
BEM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 699% จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของปริมาณการใช้บริการทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้ต้นทุนทางการเงินจะปรับสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและแผนการขยายธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEM ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
4,365.15
ล้านบาท
↓ 67.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,923.76
ล้านบาท
↓ 47.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.07
%
กำไรสุทธิ
837.32
ล้านบาท
↓ 71.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.18
%
D/E Ratio
3.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,365
↓ -67.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,924
↓ -47.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
837
↓ -71.3%
YoY
D/E Ratio
3.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.34
ROE (%)
10.28
ROA (%)
4.68
Book Value/หุ้น
2.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,532
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6.37
-99.90%
|
-6,357.97
+85.61%
|
-3,425.50
-160.82%
|
5,632.54
+488.86%
|
956.52
-82.13%
|
5,351.36
-30.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,531.57
-251.83%
|
-2,325.93
+578.59%
|
-342.76
-42.62%
|
-597.30
+87.54%
|
-318.49
-91.45%
|
-3,724.32
-50.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,695.10
-179.82%
|
3,376.58
-11.61%
|
3,820.17
-187.24%
|
-4,378.76
+170.18%
|
-1,620.66
+125.97%
|
-717.21
+73,084.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
830.10
-115.64%
|
-5,307.34
-10,320.18%
|
51.93
-92.09%
|
656.47
+200.07%
|
218.77
-75.95%
|
909.83
+412.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,672.19
+34.19%
|
1,246.09
-30.30%
|
1,787.84
+58.02%
|
1,131.37
-29.88%
|
1,613.58
+129.28%
|
703.75
+33.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,919.04
+14.76%
|
1,672.19
+34.19%
|
1,246.09
-30.30%
|
1,787.84
+58.02%
|
1,131.37
-29.88%
|
1,613.58
+129.28%
|