บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
6.75
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6939 out_tok=2421 at=2026-07-25T11:13:23 -->
# BEM กำไรสุทธิปี 64 หายกว่าครึ่ง รับพิษโควิดฉุดรายได้ทางด่วน-รถไฟฟ้าวูบ
## รายได้-กำไรหดตัวแรงจากผลกระทบโควิด-19 ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนเพื่อประคองผลประกอบการ
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM รายงานผลประกอบการปี 2564 ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานลดลง 20.5% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงถึง 50.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากปริมาณการใช้ทางด่วนและผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BEM ในปี 2564 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการเดินทางของผู้ใช้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้า**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นระลอกๆ ในปี 2564 ทำให้ภาครัฐต้องออกมาตรการควบคุมการเดินทางและการทำกิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนเฉลี่ยลดลง 19.1% มาอยู่ที่ 849,700 เที่ยวต่อวัน และปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าเฉลี่ยลดลงถึง 43.7% มาอยู่ที่ 146,700 เที่ยวต่อวัน การลดลงของปริมาณผู้ใช้บริการนี้ส่งผลให้รายได้หลักของบริษัททั้งจากธุรกิจทางพิเศษและธุรกิจระบบรางลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้ค่าผ่านทางลดลง 1,695 ล้านบาท และรายได้ค่าโดยสารและรับจ้างเดินรถลดลง 1,066 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับการมีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงถึง 50.8% หรือ 1,010 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าเอกสารจะระบุว่าปริมาณการเดินทางฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมของภาครัฐ โดยอัตราการฟื้นตัวของปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและผู้โดยสารรถไฟฟ้า ณ สิ้นปี 2564 เมื่อเทียบกับจุดต่ำสุดของปีอยู่ที่ร้อยละ 77.6 และ 226.4 ตามลำดับ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงมีความไม่แน่นอน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลต่อปริมาณผู้ใช้บริการในอนาคต ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ Guidance ที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 50.8%** อยู่ที่ 1,010 ล้านบาท จาก 2,051 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการดำเนินงานรวมลดลง 20.5%** อยู่ที่ 10,726 ล้านบาท โดยรายได้ค่าผ่านทางลดลง 1,695 ล้านบาท และรายได้ค่าโดยสารลดลง 1,066 ล้านบาท
* **ปริมาณผู้ใช้บริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** ปริมาณรถใช้ทางด่วนเฉลี่ยลดลง 19.1% และปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าเฉลี่ยลดลง 43.7%
* **บริหารต้นทุนดีขึ้น:** ต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 17.1% และ 13.9% ตามลำดับ
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 7.0%** เป็น 1,948 ล้านบาท
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 1.3% เป็น 115,088 ล้านบาท หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 2.4% เป็น 77,389 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 0.9% เป็น 37,699 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.87 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 11,481 ล้านบาท ลดลง 19.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจหลัก (ทางพิเศษ, ระบบราง, พัฒนาเชิงพาณิชย์) อยู่ที่ 10,726 ล้านบาท ลดลง 20.5% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของปริมาณผู้ใช้บริการอันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 รายได้อื่นลดลง 9.4% จากการลดลงของดอกเบี้ยรับจากลูกหนี้ รฟม. ต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 17.1% และ 13.9% ตามลำดับ จากการบริหารจัดการต้นทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 7.0% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 53.0% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 50.8% มาอยู่ที่ 1,010 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ลดลงจาก 14.60% ในปี 2563 เป็น 8.97% ในปี 2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของปริมาณผู้ใช้บริการ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมของภาครัฐส่งผลให้ปริมาณการเดินทางฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทมีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งช่วยประคองผลประกอบการได้ในภาวะที่รายได้ลดลง
* **การดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน:** การได้รับคัดเลือกเป็น "หุ้นยั่งยืน" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และการออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งเป็นที่ยอมรับของนักลงทุนและสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการกลายพันธุ์ใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผู้ใช้บริการและผลประกอบการของบริษัท
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและการเดินทางของผู้บริโภค
* **ต้นทุนทางการเงิน:** แม้จะมีการบริหารจัดการ แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของปริมาณผู้ใช้บริการ:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของปริมาณรถใช้ทางด่วนและผู้โดยสารรถไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด หลังจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทในสภาวะที่รายได้ยังมีความไม่แน่นอน
* **การลงทุนในโครงการใหม่ๆ:** ความคืบหน้าและผลกระทบจากการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยเพิ่มรายได้ในอนาคต
* **มาตรการเยียวยาคู่ค้า:** ผลกระทบต่อเนื่องจากมาตรการเยียวยาคู่ค้าในธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจทางพิเศษ:** รายได้ลดลง 20.8% จากปริมาณรถใช้ทางด่วนที่ลดลง 19.1% ต้นทุนการให้บริการลดลง 30.1% จากการลดลงของค่าตัดจำหน่ายที่สัมพันธ์กับปริมาณจราจร
* **ธุรกิจระบบราง:** รายได้ลดลง 23.6% จากปริมาณผู้โดยสารที่ลดลง 43.7% ต้นทุนการให้บริการลดลง 9.8%
* **ธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์:** รายได้ทรงตัว เนื่องจากมาตรการเยียวยาคู่ค้า ต้นทุนการให้บริการลดลงเล็กน้อย 1.7%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 115,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% หนี้สินรวม 77,389 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% และส่วนของผู้ถือหุ้น 37,699 ล้านบาท ลดลง 0.9% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.87 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานลดลงมาอยู่ที่ 2,870 ล้านบาท จาก 5,351 ล้านบาทในปี 2563 เนื่องจากรายได้ที่ลดลง กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,731 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการปรับปรุงอุปกรณ์งานระบบรถไฟฟ้าและทางด่วน กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 1,621 ล้านบาท เป็นผลจากการรับเงินจากการออกหุ้นกู้และเบิกใช้สินเชื่อสุทธิ แต่มีการจ่ายดอกเบี้ยและเงินปันผลจำนวนมาก
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ BEM อย่างยิ่ง จากผลกระทบของโควิด-19 ที่ฉุดรายได้และกำไรให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากปริมาณผู้ใช้บริการที่ลดลงได้ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของปริมาณการเดินทางหลังการผ่อนคลายมาตรการเป็นสัญญาณที่ดี และหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของ BEM ให้ฟื้นตัวกลับมาได้ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
4,365.15
ล้านบาท
↓ 67.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,923.76
ล้านบาท
↓ 47.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.07
%
กำไรสุทธิ
837.32
ล้านบาท
↓ 71.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.18
%
D/E Ratio
3.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,365
↓ -67.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,924
↓ -47.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
837
↓ -71.3%
YoY
D/E Ratio
3.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.34
ROE (%)
10.28
ROA (%)
4.68
Book Value/หุ้น
2.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,532
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6.37
-99.90%
|
-6,357.97
+85.61%
|
-3,425.50
-160.82%
|
5,632.54
+488.86%
|
956.52
-82.13%
|
5,351.36
-30.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,531.57
-251.83%
|
-2,325.93
+578.59%
|
-342.76
-42.62%
|
-597.30
+87.54%
|
-318.49
-91.45%
|
-3,724.32
-50.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,695.10
-179.82%
|
3,376.58
-11.61%
|
3,820.17
-187.24%
|
-4,378.76
+170.18%
|
-1,620.66
+125.97%
|
-717.21
+73,084.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
830.10
-115.64%
|
-5,307.34
-10,320.18%
|
51.93
-92.09%
|
656.47
+200.07%
|
218.77
-75.95%
|
909.83
+412.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,672.19
+34.19%
|
1,246.09
-30.30%
|
1,787.84
+58.02%
|
1,131.37
-29.88%
|
1,613.58
+129.28%
|
703.75
+33.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,919.04
+14.76%
|
1,672.19
+34.19%
|
1,246.09
-30.30%
|
1,787.84
+58.02%
|
1,131.37
-29.88%
|
1,613.58
+129.28%
|