บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.58
0.02 (1.25%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4267 out_tok=2760 at=2026-07-26T08:48:01 -->
# THANA พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/2564 เหตุรายได้วูบหนักจากโควิด-19
## รายได้จากการขายบ้านหด 66.4% กดดันผลประกอบการ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเล็กน้อย
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THANA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 8.5 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 7.5 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายโครงการที่อยู่อาศัยลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 66.4% จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการภาครัฐที่ส่งผลต่อการก่อสร้างและการโอนกรรมสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ THANA ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การลดลงอย่างรุนแรงของรายได้จากการขายโครงการที่อยู่อาศัย** ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 8.5 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 7.5 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หายไปได้
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (66.4% หรือ 86.2 ล้านบาท) มาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ได้แก่:
1. **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19:** ทำให้ยอดเยี่ยมชมโครงการลดลง ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
2. **มาตรการภาครัฐ:** การหยุดงานก่อสร้างในเดือนกรกฎาคม 2564 ตามมาตรการควบคุมโรค ทำให้โครงการไม่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์
3. **ข้อจำกัดด้านสินเชื่อ:** มาตรการ 1.1 ยังคงส่งผลกระทบต่อการพิจารณาสินเชื่อของลูกค้า ทำให้การอนุมัติสินเชื่อยากขึ้น
แม้ว่ารายได้จะลดลงอย่างมาก แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้น โดยเพิ่มขึ้นจาก 25.5% ในปีก่อน เป็น 26.0% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากอัตรากำไรที่ค่อนข้างสูงของบ้านเดี่ยวในโครงการหลัก แม้จะมีการปรับลดราคาขายบางแปลงในโครงการทาวน์โฮมเพื่อเร่งระบายสต็อกก็ตาม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ในไตรมาส 3 ปี 2564 นี้ **มีลักษณะเป็นครั้งคราวและขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายนอก** โดยเฉพาะการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ระบุว่ากำลังพัฒนาโครงการใหม่ในเขตจังหวัดนนทบุรี เพื่อเริ่มเปิดขายและรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่อาจช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปได้ในระยะสั้น แต่ความต่อเนื่องของผลประกอบการโดยรวมยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์การระบาดและกำลังซื้อของตลาดอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 8.5 ล้านบาท:** เทียบกับกำไร 7.5 ล้านบาทใน Q3/2563 ลดลง 213.7%
* **รายได้จากการขายวูบ 66.4%:** เหลือ 43.4 ล้านบาท จาก 129.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** เพิ่มเป็น 26.0% จาก 25.5% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้สูงขึ้น:** เพิ่มเป็น 7.8% จาก 4.9% ในปีก่อน
* **เตรียมเปิดโครงการใหม่ Q4/2564:** เพื่อเริ่มรับรู้รายได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานรวม 8.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิได้ 7.5 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหดตัวลงถึง 66.4% หรือคิดเป็นมูลค่า 86.2 ล้านบาท โดยรายได้ที่ลดลงมาจากโครงการบ้านในจังหวัดนนทบุรีและอุดรธานี เนื่องจากปัจจัยลบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อยอดเยี่ยมชมโครงการ การหยุดงานก่อสร้างตามมาตรการภาครัฐ และข้อจำกัดในการพิจารณาสินเชื่อของลูกค้า
แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงอย่างมาก แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้นเล็กน้อย โดยเพิ่มขึ้นจาก 25.5% ในไตรมาส 3 ปี 2563 เป็น 26.0% ในไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากอัตรากำไรที่ค่อนข้างสูงของบ้านเดี่ยวในโครงการหลัก อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นนี้ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้อย่างเต็มที่
ในส่วนของค่าใช้จ่าย บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นในเชิงสัดส่วนต่อรายได้ จาก 4.9% เป็น 7.8% แม้จะมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายทางการตลาดให้ลดลงและหันมาใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่การที่รายได้ลดลงอย่างมากทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายนี้สูงขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5.4% หรือ 1.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายในการดูแลสถานการณ์โควิด-19 ของบริษัทฯ โดยรวมแล้ว บริษัทฯ ยังคงมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้นเป็น 2.8 ล้านบาท จากที่เคยเป็นส่วนแบ่งขาดทุน 1.0 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกเล็กน้อยต่อผลประกอบการ
## โอกาส
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนเปิดขายโครงการใหม่ในเขตจังหวัดนนทบุรีในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างรายได้และชดเชยรายได้ที่ลดลงจากโครงการเดิม
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นของบ้านเดี่ยวในโครงการหลักยังคงสูง เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้ในระดับหนึ่ง
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ แม้ในภาวะที่รายได้ลดลง แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ การเดินทาง และมาตรการภาครัฐ ซึ่งกระทบต่อการขายและการโอนกรรมสิทธิ์
* **ข้อจำกัดด้านสินเชื่อ:** มาตรการ 1.1 และความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการอนุมัติสินเชื่อ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงบน
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขาย (Presale) และยอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer) ของโครงการใหม่:** จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการฟื้นตัวของรายได้ในไตรมาส 4 ปี 2564 และปีถัดไป
* **ความคืบหน้าในการเปิดโครงการใหม่:** การเปิดโครงการตามแผนที่วางไว้ และการตอบรับของตลาดต่อโครงการใหม่
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:** ผลกระทบต่อการดำเนินงานและกำลังซื้อ
* **อัตราการอนุมัติสินเชื่อของลูกค้า:** ความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
* **การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้าง:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 86.2 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะโครงการในจังหวัดนนทบุรีและอุดรธานี ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการภาครัฐที่ส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างและการโอน
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ที่ชัดเจน แต่การที่โครงการไม่พร้อมโอนในไตรมาส 3 เนื่องจากผลกระทบข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า Backlog ที่มีอยู่ไม่สามารถถูกรับรู้รายได้ได้เต็มที่ตามแผน
* **การเปิดโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการใหม่ในจังหวัดนนทบุรีในไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนรายได้ในระยะสั้น
* **อัตรากำไรโครงการ:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 26.0% จาก 25.5% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีจากการบริหารจัดการต้นทุนโครงการ โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวที่มีอัตรากำไรสูง
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การหยุดงานก่อสร้างในเดือนกรกฎาคม อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นจากความล่าช้า
* **D/E:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล D/E ratio โดยตรง แต่การลดลงของต้นทุนทางการเงิน 0.1 ล้านบาท สะท้อนถึงการบริหารจัดการภาระหนี้สินที่ลดลงจากการเร่งระบายสินค้าพร้อมขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 0.1 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเร่งระบายสินค้าพร้อมขาย ทำให้ภาระหนี้จากสถาบันการเงินลดลง
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่การที่รายได้จากการโอนลดลงอย่างมาก ย่อมส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดรับจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
THANA พลิกขาดทุนสุทธิ 8.5 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 เป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงถึง 66.4% จากผลกระทบของโควิด-19 และมาตรการภาครัฐ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ อย่างไรก็ตาม การเตรียมเปิดโครงการใหม่ในไตรมาส 4 ปี 2564 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูรายได้ ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 และข้อจำกัดด้านสินเชื่อของลูกค้า ซึ่งนักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของยอดขายและยอดโอนจากโครงการใหม่ รวมถึงปัจจัยภายนอกที่จะส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THANA ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
109.62
ล้านบาท
↓ 46.4% YoY
กำไรขั้นต้น
36.04
ล้านบาท
↓ 17.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.87
%
กำไรสุทธิ
3.82
ล้านบาท
↑ 139.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.49
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
110
↓ -46.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
36
↓ -17.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↑ + 139.7%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THANA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
-1.33
ROA (%)
0.49
Book Value/หุ้น
1.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THANA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-124
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THANA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-123.89
-158.39%
|
212.17
-186.09%
|
-246.46
-10.12%
|
-274.20
-186.24%
|
317.94
+84.37%
|
172.45
+87.28%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-10.63
-1,445.57%
|
0.79
-102.70%
|
-29.31
-82.60%
|
-168.40
+227.31%
|
-51.45
+94.00%
|
-26.52
+2,846.67%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
131.70
-161.95%
|
-212.60
-195.98%
|
221.50
-45.93%
|
409.64
-251.51%
|
-270.37
+84.09%
|
-146.87
+54.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2.82
-905.71%
|
0.35
-100.64%
|
-54.27
+64.70%
|
-32.95
+749.23%
|
-3.88
+312.77%
|
-0.94
-77.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
45.31
+365.20%
|
9.74
-83.85%
|
60.30
+767.63%
|
6.95
+42.42%
|
4.88
-16.15%
|
5.82
-41.33%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
48.91
+7.95%
|
45.31
+365.20%
|
9.74
-81.47%
|
52.57
+656.40%
|
6.95
+42.42%
|
4.88
-16.15%
|