บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.58
0.02 (1.25%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4271 out_tok=2733 at=2026-07-27T13:22:35 -->
# THANA กำไร Q2/2564 พุ่ง 199% รับแรงหนุนกำไรขั้นต้นสูง-คุมค่าใช้จ่าย
## รายได้หดแต่กำไรโตสวนทาง ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากอัตรากำไรโครงการและบริหารต้นทุน
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THANA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 5.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.2 ล้านบาท หรือ 199.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะลดลง แต่การบริหารต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนผลกำไรให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ THANA ในไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 199.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ** แม้ว่ารายได้จากการขายจะปรับตัวลดลงก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
แม้รายได้จากการขายจะลดลง 27.4% หรือ 27.5 ล้านบาท เป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลต่อการเข้าชมโครงการและมาตรการพิจารณาสินเชื่อของลูกค้า ทำให้ยอดขายบ้านในโครงการที่นนทบุรีและปทุมธานีลดลง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 24.0% ในปีก่อน เป็น 25.0% ในไตรมาสนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากอัตรากำไรที่ค่อนข้างสูงของบ้านเดี่ยวในโครงการหลัก แม้จะมีการปรับลดราคาขายบางแปลงในโครงการทาวน์โฮมเพื่อเร่งระบายสต็อก
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย จากการปรับกลยุทธ์การตลาดไปใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 12.9% หรือ 2.8 ล้านบาท จากการบริหารค่าใช้จ่ายทีมผู้บริหารและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลง 0.9 ล้านบาท จากการเร่งระบายสินค้าพร้อมขาย ทำให้ภาระหนี้ลดลง ปัจจัยเหล่านี้รวมกันส่งผลให้แม้รายได้จะลดลง แต่กำไรสุทธิกลับเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นและบริษัทฯ มีการบริหารค่าใช้จ่ายที่ดี แต่การที่รายได้จากการขายลดลงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงมีผลต่อกำลังซื้อและการพิจารณาสินเชื่อของลูกค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีแผนจะเปิดขายโครงการใหม่ในจังหวัดนนทบุรีในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต แต่ความต่อเนื่องของอัตรากำไรและการบริหารค่าใช้จ่ายจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 199.3%:** จาก 5.6 ล้านบาทใน Q2/2563 เป็น 5.6 ล้านบาทใน Q2/2564 (ตัวเลขในเอกสารระบุว่ากำไรเพิ่มขึ้น 11.2 ล้านบาท ทำให้เป็น 16.8 ล้านบาท ไม่ใช่ 5.6 ล้านบาท โปรดตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง)
* **รายได้จากการขายลดลง 27.4%:** เหลือ 72.7 ล้านบาท จากผลกระทบโควิด-19 ต่อการเข้าชมโครงการและพิจารณาสินเชื่อ
* **อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น:** จาก 24.0% เป็น 25.0% หนุนโดยบ้านเดี่ยวในโครงการหลัก
* **บริหารค่าใช้จ่ายได้ดี:** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 12.9%
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า:** เพิ่มขึ้นเป็น 8.2 ล้านบาท จากขาดทุน 0.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **ไม่มีภาษีเงินได้:** จากการปรับปรุงทางบัญชีสำหรับภาษีเงินได้รอตัดจ่ายในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 72.7 ล้านบาท ลดลง 27.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายบ้านในโครงการที่นนทบุรีและปทุมธานีลดลงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และผลกระทบต่อการพิจารณาสินเชื่อของลูกค้า อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 24.0% เป็น 25.0% จากการบริหารต้นทุนโครงการที่ดีขึ้น โดยเฉพาะโครงการบ้านเดี่ยว ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารถูกควบคุมได้ดี ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 199.3% เป็น 16.8 ล้านบาท (หากยึดตามตัวเลขที่ระบุว่าเพิ่มขึ้น 11.2 ล้านบาท จากฐาน 5.6 ล้านบาท)
## โอกาส
* **การเปิดโครงการใหม่:** บริษัทฯ อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการใหม่ในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดขายและรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการบริหารอัตรากำไรขั้นต้นและควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ดี เป็นโอกาสในการรักษาความสามารถในการทำกำไร แม้ในภาวะที่รายได้อาจมีความผันผวน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า:** การพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในส่วนนี้ แสดงถึงการฟื้นตัวหรือการเติบโตของธุรกิจร่วมค้า ซึ่งเป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของโรคยังคงส่งผลกระทบต่อการเข้าชมโครงการ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และความสามารถในการพิจารณาสินเชื่อของลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคต
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตั้งราคาขายและอัตรากำไร
* **ความล่าช้าในการเปิดโครงการใหม่:** หากการพัฒนาโครงการใหม่ล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ตามเป้าหมาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขาย (Presale) และยอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer) ในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2564:** เพื่อประเมินแนวโน้มรายได้ในระยะสั้นถึงกลาง
* **ความคืบหน้าและการเปิดขายโครงการใหม่ในจังหวัดนนทบุรี:** เพื่อประเมินศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต
* **อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่:** เพื่อประเมินความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร แม้รายได้จะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:** ที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและภาคอสังหาริมทรัพย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ยอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer):** รายได้จากการขายในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 72.7 ล้านบาท ลดลง 27.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากยอดขายบ้านในโครงการที่นนทบุรีลดลง 24.5 ล้านบาท และที่ปทุมธานีลดลง 3.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ลูกค้าเข้าชมโครงการน้อยลง และมีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อ
**ยอดขายรอรับรู้ (Backlog):** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Backlog โดยตรง แต่ระบุว่าบริษัทฯ อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการใหม่ในจังหวัดนนทบุรี เพื่อเริ่มเปิดขายและรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งบ่งชี้ว่า Backlog ในปัจจุบันอาจยังไม่มากพอที่จะหนุนรายได้ในไตรมาสถัดไปได้อย่างมีนัยสำคัญ
**การเปิดโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนเปิดขายโครงการใหม่ในจังหวัดนนทบุรีในไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างการเติบโตในอนาคต
**อัตรากำไรโครงการ (Project Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นจาก 24.0% เป็น 25.0% โดยหลักมาจากบ้านเดี่ยวในโครงการหลักมีอัตรากำไรค่อนข้างสูง แม้จะมีการปรับลดราคาขายบางแปลงในโครงการทาวน์โฮมเพื่อเร่งระบายสินค้า
**ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ว่าบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนก่อสร้างได้ดี หรือมีต้นทุนที่คงที่เมื่อเทียบกับราคาขาย
**D/E Ratio:** เอกสารไม่ได้ระบุ D/E Ratio โดยตรง แต่กล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการเร่งระบายสินค้าพร้อมขาย ทำให้ภาระหนี้จากสถาบันการเงินลดลง ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงแนวโน้ม D/E ที่ลดลง
**กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง แต่การที่ต้นทุนทางการเงินลดลง อาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการกระแสเงินสดที่ดีขึ้นจากการระบายสต็อก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีต้นทุนทางการเงินประมาณ 2.3 ล้านบาท ลดลง 0.9 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการเร่งระบายสินค้าพร้อมขาย ทำให้ภาระหนี้จากสถาบันการเงินลดลง นอกจากนี้ บริษัทฯ และบริษัทย่อยไม่มีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ในไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งลดลงจากปีก่อน 4.9 ล้านบาท จากการปรับปรุงทางบัญชีสำหรับภาษีเงินได้รอตัดจ่ายในไตรมาส 2 ปี 2563
## สรุปท้าย
THANA ในไตรมาส 2 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 199.3% แม้รายได้จากการขายจะลดลง โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจากโครงการบ้านเดี่ยว และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการพิจารณาสินเชื่อยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา บริษัทฯ มีโอกาสในการเติบโตจากแผนเปิดโครงการใหม่ในปลายปีนี้ แต่ความต่อเนื่องของผลประกอบการจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารต้นทุน การควบคุมค่าใช้จ่าย และการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THANA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
109.62
ล้านบาท
↓ 46.4% YoY
กำไรขั้นต้น
36.04
ล้านบาท
↓ 17.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.87
%
กำไรสุทธิ
3.82
ล้านบาท
↑ 139.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.49
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
110
↓ -46.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
36
↓ -17.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↑ + 139.7%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THANA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
-1.33
ROA (%)
0.49
Book Value/หุ้น
1.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THANA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-124
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THANA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-123.89
-158.39%
|
212.17
-186.09%
|
-246.46
-10.12%
|
-274.20
-186.24%
|
317.94
+84.37%
|
172.45
+87.28%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-10.63
-1,445.57%
|
0.79
-102.70%
|
-29.31
-82.60%
|
-168.40
+227.31%
|
-51.45
+94.00%
|
-26.52
+2,846.67%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
131.70
-161.95%
|
-212.60
-195.98%
|
221.50
-45.93%
|
409.64
-251.51%
|
-270.37
+84.09%
|
-146.87
+54.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2.82
-905.71%
|
0.35
-100.64%
|
-54.27
+64.70%
|
-32.95
+749.23%
|
-3.88
+312.77%
|
-0.94
-77.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
45.31
+365.20%
|
9.74
-83.85%
|
60.30
+767.63%
|
6.95
+42.42%
|
4.88
-16.15%
|
5.82
-41.33%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
48.91
+7.95%
|
45.31
+365.20%
|
9.74
-81.47%
|
52.57
+656.40%
|
6.95
+42.42%
|
4.88
-16.15%
|