บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.55
0.01 (0.64%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการ บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) THANA ไตรมาส 3/2567
บทความนี้จะวิเคราะห์ผลประกอบการของ บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THANA ในไตรมาส 3/2567 โดยจะมุ่งเน้นไปที่รายได้รวม กำไรสุทธิ สถานการณ์เศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร สินทรัพย์และหนี้สิน กระแสเงินสด ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน รวมถึงแนวโน้มอนาคตของการลงทุนในบริษัท
**1. สรุปรายได้รวมและกำไรสุทธิ:**
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานรายได้รวมในไตรมาส 3/2567 ที่ [ระบุจำนวน] บาท เพิ่มขึ้น [ระบุเปอร์เซ็นต์] จากไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิในช่วงนี้ อยู่ที่ [ระบุจำนวน] บาท ซึ่ง [ระบุเปอร์เซ็นต์] จากไตรมาสก่อนหน้า
การเติบโตของรายได้ในไตรมาสนี้ เกิดจากการเปิดโครงการใหม่จำนวน 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1,200 ล้านบาท โดยเน้นที่โครงการภายใต้แบรนด์ “ธนาพาร์ค พรีเว่” จำนวน 2 โครงการ ซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีสังคมส่วนตัวสูง และใช้ชีวิตติดบ้าน โครงการดังกล่าวมีแนวคิดในการออกแบบที่มุ่งเน้นความเป็นส่วนตัวสูง ในรูปแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคัล ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียวรอบบริเวณบ้าน นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มพื้นที่เช่า และการขายอสังหาริมทรัพย์ในโครงการต่างๆ ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้รวม
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
ตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงนี้เผชิญกับความท้าทาย อาทิ อัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น การเปลี่ยนแปลงในนโยบายการเงิน ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2024 - 2025 มีแนวโน้มอยู่ในภาวะหดตัว โดยคาดการณ์ว่า หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2024 จะลดลง -10 % จากปีที่ผ่านมา และลดลงต่อเนื่องอีก -1 % -3 % ในปี 2025
การปรับขึ้นราคาวัสดุก่อสร้างส่งผลต่อต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น ในการเลือกทำเลที่มีศักยภาพ เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ และเน้นการระบายสินค้าคงเหลือให้ได้มากขึ้น
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และบริการในไตรมาส 3/2567 มีมูลค่าโดยรวม 245 ล้านบาท ลดลง 9 ล้านบาท หรือ 4 % จากไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากรายได้ในการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงในส่วนของบริษัทร่วมทุน
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ [ระบุเปอร์เซ็นต์] ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการปรับลดราคาขายตามนโยบายเร่งขายบ้านสร้างเสร็จพร้อมโอน โดยเฉพาะกลุ่มบ้านแฝดและทาวน์โฮมที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างน้อย ขณะที่กลุ่มบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ยังคงมีอัตรากำไรดี
อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ [ระบุเปอร์เซ็นต์] [ระบุเปอร์เซ็นต์] จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ [ระบุเปอร์เซ็นต์] [ระบุเปอร์เซ็นต์] จากไตรมาสก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าฐานะการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่ง และสามารถชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
**5. การเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินสด:**
การไหลของเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 3/2567 [ระบุเปอร์เซ็นต์] จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจาก [อธิบายสาเหตุ] การไหลของเงินสดจากการลงทุน [ระบุเปอร์เซ็นต์] จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจาก [อธิบายสาเหตุ] การไหลของเงินสดจากการเงิน [ระบุเปอร์เซ็นต์] จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจาก [อธิบายสาเหตุ]
**6. ยอดจองซื้อและ Backlog:**
ยอดจองซื้อในไตรมาส 3/2567 มีมูลค่า 251 ล้านบาท ลดลง 7 ล้านบาท หรือ 3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2566 โดยมีอัตราการยกเลิกการจองซื้อประมาณ 40% เนื่องจากศักยภาพของลูกค้า บริษัทได้ปรับแนวทางป้องกันการยกเลิกจองซื้อด้วยการขอยื่นเอกสาร เพื่อตรวจสอบศักยภาพของลูกค้าก่อนการจองซื้อ
ยอด Backlog ณ 30 กันยายน 2567 มีมูลค่า 242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25 ล้านบาท หรือ 12% จากไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากนโยบายเร่งกระตุ้นยอดขายโดยกลยุทธ์การปรับราคาขายบ้านสร้างเสร็จพร้อมโอน และระบายสินค้า โดยเฉพาะในโครงการเดิมๆ ประกอบกับการเร่งการก่อสร้างเพื่อการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อรับรู้รายได้ในปี 2567 ตามแผนงาน
**7. อัตรากำไรขั้นต้น:**
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ [ระบุเปอร์เซ็นต์] ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการปรับลดราคาขายตามนโยบายเร่งขายบ้านสร้างเสร็จพร้อมโอน โดยเฉพาะกลุ่มบ้านแฝดและทาวน์โฮมที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างน้อย ขณะที่กลุ่มบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ยังคงมีอัตรากำไรดี
อัตรากำไรขั้นต้นรวมทั้งส่วนของการขายอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจให้บริการอยู่ที่ 31.1% ลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา 10.4% เนื่องจากในไตรมาส 3/2567 รายได้ค่าบริการและค่าบริหารระหว่างกันในธุรกิจให้บริการ เช่น ค่าจัดหาที่ดิน และ ค่าคั้วประกันเงินกู้ จากกลุ่มการร่วมค้า มีอัตรากำไรขั้นต้นน้อยกว่าในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
**8. ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:**
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายในไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ 7.0% ของรายได้จากการขาย ลดลง 2.6% จากไตรมาส 3/2566
ค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาส 3/2567 รวม 28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7 %จากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างใหม่ระหว่างกลุ่มบริษัทเมื่อกรกฎาคม 2567 ทำให้ต้นทุนการให้บริการและค่าวบริหารจัดการระหว่างกันของกลุ่มบริษัทแปรสภาพเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร
**9. กำไรสุทธิ:**
กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 3/2567 รวม 2.0 ล้านบาท ลดลง 13.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 9.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2566 กำไรสุทธิหลักๆ มาจากรายได้ครั้งเดียวจากการให้บริการประกันวงเงินกู้และค่าบริการจัดหาที่ดินรวมประมาณ 15.8 ล้านบาท
**10. ฐานะทางการเงิน:**
บริษัทมีฐานะทางการเงินภาพรวม ณ 30 กันยายน 2567 รวม 1,381 ล้านบาท มูลค่าลดลงจากสินปีก่อน 36 ล้านบาท จากผลกำไรสุทธิจากการดำเนินงานใน 9M24 ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์ โดยรวมลดลง 36 ล้านบาท จากสินค้าคงเหลือและลูกหนี้อื่น(บริษัทระหว่างกัน)ในโครงการใหม่ต่างๆ โดยบริษัทมีการลงทุน พัฒนาโครงการใหม่ในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุนอีก 2 โครงการตามแผนงานเพื่อยอดรายได้ที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต ในขณะที่หนี้สินโดยรวมลดลง 51 ล้านบาท จากส่วนของเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าที่ต้องรองรับการขยายงานพัฒนา ถ่อสร้างโครงการ เงินคู้ยืมที่ถึงกําหนดซําระตามสัญญา และบริษัททยอยเบิกเงินกู้ยืมเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ๆอีกส่วนหนึ่ง
**11. กระแสเงินสด:**
บริษัทมีกระแสเงินสดภาพรวม ณ 30 กันยายน 2567 รวม 16.6 ล้านบาท ลดลง 5.1 ล้านบาท เนื่องจากกระแส เงินส่วนต่างๆดังนี้
* กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน มูลค่า 27.0 ส้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเนื่องจาก
* เงินสดรับสุทธิจากการระบายสินค้าในโครงการเดิม และการขายสินค้าในโครงการใหม่มีอัตรากำไรที่ค่อนข้างน้อยทํา ให้มีเงินสดคงเหลือลดลง แต่ยังสามารถนําไปใช้หมุนเวียนและซําระหนี้สถาบันการเงินต่างๆได้ตามสัญญา
* ต้นทุนหทางการเินเพิมชื้น 18.3 ล้านบาท
* ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นลดลง 76.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการรับชําระเงินทดรองจ่ายจากบริษัทร่วมค้วา
* เงินสดจ่ายในการลงทุนพัฒนาก่อสร้างโครงการใหม่ 2 โครงการในระหว่าง 9M24 ทําให้มีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น (ซึ่ง ในอนาคตบริษัทจะสามารถได้กระแสเงินสดรับจากการขายบ้านโครงการ)
* เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นลดลง 69.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการจ่ายค่ามัดจําที่ดิน
* กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน มูลค่า 11.0 ล้านบาท หลักๆจาก
* เงินบันผลรับจากการลงทุนในบริษัทร่วมค้าเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท และตอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทในเครือและ บริษัทย่อย 4 ล้านบาท
* เงินสดจ่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วมค้า 1.25 ล้านบาท
* กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน มูลค่า 31.2 ส้านบาท หลักๆจาก
* การชําระคืนเงินคู้ยืมต่างๆ ไถ่ถอนตั๋วอาวัล และซําระคืนตั๋วสัญญาใช้เงินของสถาบันการเงินตามสัญญา
* การชําระค่าดอกเปียเงินกู้ยืมต่วางๆ
**12. ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน:**
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัท ได้แก่ ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง ความไม่แน่นอนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการแข่งขันที่สูงขึ้น
โอกาสในการลงทุน ได้แก่ การขยายโครงการใหม่ การพัฒนาทรัพย์สินที่มีศักยภาพ และการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
แนวโน้มอนาคตของการลงทุนในบริษัท ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น นโยบายทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และความต้องการที่อยู่อาศัย
**13. พัฒนาการด้านความยั่งยืน:**
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับ ESG มาโดยตลอด โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 ด้านหลักคือ สิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล บริษัทมีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ซัดเจน ผ่านกระบวนการ "Real Estate for a Sustainable Future" โดยคํานึงถึงการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ
บริษัทเน้นการส่งเสริมพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ และมีแนวคิด "1 คน 1 ต้น" เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ ยังมีการลดการใช้พลังงาน เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และลดขยะที่เกิดจากกระบวนการก่อสร้าง
บริษัทยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริม ESG ในระดับบุคลากร โดยการกําหนดเป้าหมายส่วนบุคคลด้านความยั่งยืน (Personal Green OKR KPIs) และการฝังรากแนวคิดการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Process) ในทุกกระบวนการทำงาน
ผลการดำเนินงานด้าน ESG ในรอบ 9 เดือน แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในด้านการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้กระดาษ ยกระดับความเป็นอยู่ของนักสร้างและดูแลความเป็นอยู่ของชุมชน ส่งเสริมความสุขในการอยู่อาศัย และดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส
**14. สรุปสั้นท้ายสุด:**
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยังคงเผชิญกับความท้าทายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่บริษัทมีการบริหารจัดการความเสี่ยง และโอกาสที่เหมาะสม เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร และการเติบโตในอนาคต บริษัทมีการปรับกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ และเน้นการระบายสินค้าคงเหลือให้ได้มากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริม ESG อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน
**หมายเหตุ:** ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงการวิเคราะห์โดยทั่วไป นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THANA ไตรมาส 3/2567
รายได้รวม
109.62
ล้านบาท
↓ 46.4% YoY
กำไรขั้นต้น
36.04
ล้านบาท
↓ 17.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.87
%
กำไรสุทธิ
3.82
ล้านบาท
↑ 139.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.49
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
110
↓ -46.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
36
↓ -17.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↑ + 139.7%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THANA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
-1.33
ROA (%)
0.49
Book Value/หุ้น
1.98
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THANA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-124
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THANA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-123.89
-158.39%
|
212.17
-186.09%
|
-246.46
-10.12%
|
-274.20
-186.24%
|
317.94
+84.37%
|
172.45
+87.28%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-10.63
-1,445.57%
|
0.79
-102.70%
|
-29.31
-82.60%
|
-168.40
+227.31%
|
-51.45
+94.00%
|
-26.52
+2,846.67%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
131.70
-161.95%
|
-212.60
-195.98%
|
221.50
-45.93%
|
409.64
-251.51%
|
-270.37
+84.09%
|
-146.87
+54.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2.82
-905.71%
|
0.35
-100.64%
|
-54.27
+64.70%
|
-32.95
+749.23%
|
-3.88
+312.77%
|
-0.94
-77.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
45.31
+365.20%
|
9.74
-83.85%
|
60.30
+767.63%
|
6.95
+42.42%
|
4.88
-16.15%
|
5.82
-41.33%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
48.91
+7.95%
|
45.31
+365.20%
|
9.74
-81.47%
|
52.57
+656.40%
|
6.95
+42.42%
|
4.88
-16.15%
|