บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.99
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4185 out_tok=2629 at=2026-07-26T03:24:24 -->
# SC กำไร Q3/2566 ลดลง YoY แต่ 9 เดือนแรกโตเล็กน้อย รับผลโอนคอนโดฯ
## รายได้รวมโต 5.5% ใน Q3/2566 จากการโอนโครงการสโคปฯ ขณะที่กำไรสุทธิหดตัว 22.8%
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 5,533.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเริ่มโอนโครงการสโคปหลังสวนและสโคปพร้อมศรี อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 22.82% มาอยู่ที่ 503.36 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมเติบโต 9.76% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.62%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SC ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้จากการขายที่เน้นโครงการแนวสูงมากขึ้น ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าที่เริ่มเป็นบวก**
ปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยนมีรายละเอียดดังนี้:
1. **การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้จากการขาย:** แม้รายได้รวมจะเติบโต 4.51% ในไตรมาส 3/2566 โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 4.51% แต่เมื่อพิจารณาแยกตามประเภทโครงการ พบว่ารายได้จากโครงการแนวสูงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 127.18% มาอยู่ที่ 975.69 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากโครงการแนวราบกลับลดลง 6.99% มาอยู่ที่ 4,259.55 ล้านบาท การที่โครงการแนวสูงซึ่งมักมีอัตรากำไรขั้นต้นที่แตกต่างจากแนวราบเข้ามามีสัดส่วนมากขึ้น อาจส่งผลต่อภาพรวมอัตรากำไรของบริษัทฯ
2. **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า:** ฝ่ายจัดการระบุว่า ส่วนแบ่งจากกิจการร่วมค้าเริ่มเป็นกำไรภายหลังจากโครงการคอนโดมิเนียมของกิจการร่วมค้าเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ซึ่งในไตรมาส 3/2566 มีการรับรู้ผลกำไรจากส่วนนี้เข้ามา แต่เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อาจมีรายการอื่น หรือการรับรู้ผลกำไรที่แตกต่างกัน ทำให้ภาพรวมกำไรสุทธิได้รับผลกระทบ
3. **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารสำหรับไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้น 17.86% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าสอดคล้องกับจำนวนโครงการที่เพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อน การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายนี้ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ระบุชัดเจนถึงแนวโน้มการรับรู้รายได้จากโครงการแนวสูงในไตรมาสถัดไป หรือการเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่ๆ ที่จะเข้ามา รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 9.76% และกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 0.62% แสดงให้เห็นว่าภาพรวมทั้งปียังคงมีแนวโน้มการเติบโต แม้ว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 3 จะหดตัวก็ตาม นักลงทุนควรติดตามการโอนโครงการใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 เติบโต 5.51% YoY** แตะ 5,533.00 ล้านบาท จากการเริ่มโอนโครงการสโคปหลังสวนและสโคปพร้อมศรี
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 22.82% YoY** อยู่ที่ 503.36 ล้านบาท
* **รายได้ 9 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 9.76% YoY** อยู่ที่ 15,668.70 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 0.62% YoY** อยู่ที่ 1,631.02 ล้านบาท
* **รายได้โครงการแนวสูง Q3/2566 พุ่ง 127.18% YoY** ขณะที่รายได้โครงการแนวราบลดลง 6.99% YoY
* **ส่วนแบ่งจากกิจการร่วมค้าเริ่มเป็นกำไร** หลังโครงการคอนโดมิเนียมเริ่มโอนตั้งแต่ปลายปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 5,533.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเริ่มโอนโครงการสโคปหลังสวนและสโคปพร้อมศรีในช่วงปลายปี 2565 รายได้จากการขายโครงการแนวสูงเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 127.18% ขณะที่รายได้โครงการแนวราบปรับลดลง 6.99% ด้านรายได้ค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้น 9.77% และรายได้ค่าที่ปรึกษาและการจัดการเพิ่มขึ้นสูงถึง 399.61%
ในส่วนของกำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาส 3/2566 ใกล้เคียงกับปีก่อน แต่สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 กำไรขั้นต้นสูงขึ้น 9.58% ตามการเติบโตของรายได้
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารสำหรับไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้น 17.86% และสำหรับงวดเก้าเดือนเพิ่มขึ้น 14.60% ตามจำนวนโครงการที่เพิ่มขึ้น
ส่วนแบ่งจากกิจการร่วมค้าเริ่มเป็นกำไรภายหลังจากโครงการคอนโดมิเนียมของกิจการร่วมค้าเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 503.36 ล้านบาท ลดลง 22.82% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,631.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.62% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การโอนโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่:** การเริ่มโอนโครงการสโคปหลังสวนและสโคปพร้อมศรีในช่วงปลายปี 2565 และต่อเนื่องมาถึงปี 2566 เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ
* **การเติบโตของรายได้โครงการแนวสูง:** การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากโครงการแนวสูงในไตรมาส 3/2566 บ่งชี้ถึงศักยภาพในการสร้างรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้
* **การรับรู้กำไรจากกิจการร่วมค้า:** การที่ส่วนแบ่งจากกิจการร่วมค้าเริ่มเป็นกำไร แสดงถึงโอกาสในการรับรู้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นจากการร่วมทุนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนโครงการที่มากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การเปลี่ยนแปลงอัตรากำไรขั้นต้น:** การที่สัดส่วนรายได้จากโครงการแนวสูงเพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทฯ ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจมีความไม่แน่นอน ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อยอดขายและการโอนโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการโอนโครงการแนวสูงในไตรมาสถัดไป:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่:** โดยเฉพาะโครงการแนวสูงที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพื่อควบคุมผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า:** จะมีแนวโน้มเป็นบวกต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนโครงการ:** รายได้จากการขายในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 5,235.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.51% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากโครงการแนวสูงที่เติบโต 127.18% ขณะที่โครงการแนวราบหดตัว 6.99% สำหรับ 9 เดือนแรก รายได้จากการขายรวม 14,856.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.29% โดยโครงการแนวสูงเติบโตถึง 115.67% และโครงการแนวราบหดตัว 2.83%
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การเริ่มโอนโครงการสโคปฯ บ่งชี้ถึง Backlog ที่มีอยู่
* **การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาส 3/2566
* **รายได้ค่าเช่าและบริการ:** เพิ่มขึ้น 9.77% ในไตรมาส 3/2566 และ 10.38% ใน 9 เดือนแรกปี 2566 สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลต้นทุนก่อสร้างโดยตรง
* **D/E:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล D/E
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้
## สรุปท้าย
SC ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านกำไรสุทธิที่ลดลง 22.82% YoY แม้รายได้รวมจะเติบโต 5.51% จากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ แต่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ไปสู่โครงการแนวสูงมากขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการ 9 เดือนแรกยังคงเติบโตเล็กน้อย สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการภาพรวมของบริษัทฯ นักลงทุนควรจับตาการบริหารต้นทุนและอัตรากำไรของโครงการใหม่ๆ รวมถึงการรับรู้ผลกำไรจากกิจการร่วมค้าในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
7,216.36
ล้านบาท
↑ 23.4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,930.37
ล้านบาท
↑ 33.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.75
%
กำไรสุทธิ
611.81
ล้านบาท
↑ 25.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.48
%
D/E Ratio
1.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,216
↑ + 23.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,930
↑ + 33.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
612
↑ + 25.9%
YoY
D/E Ratio
1.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.58
ROE (%)
6.29
ROA (%)
3.62
Book Value/หุ้น
5.82
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,707
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
3,707.15
-45.90%
|
6,852.97
+286.07%
|
1,775.07
-62.75%
|
4,764.70
-408.02%
|
-1,546.87
-126.51%
|
5,835.53
-431.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-297.98
-120.38%
|
1,461.77
+234.13%
|
437.49
-210.44%
|
-396.13
-109.78%
|
4,048.90
-274.13%
|
-2,325.28
+1,270.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,548.64
-50.55%
|
-9,197.92
+339.04%
|
-2,094.99
-189.54%
|
2,339.81
-485.26%
|
-607.34
-71.69%
|
-2,145.44
-227.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,139.46
+29.02%
|
-883.17
-851.12%
|
117.58
-98.25%
|
6,708.40
+254.07%
|
1,894.68
+38.82%
|
1,364.82
-636.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,323.19
-35.06%
|
2,037.67
-4.79%
|
2,140.12
-60.62%
|
5,435.13
+142.07%
|
2,245.28
+155.10%
|
880.14
-22.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,247.70
+69.87%
|
1,323.19
-35.06%
|
2,037.67
-4.79%
|
2,140.12
-60.62%
|
5,435.13
+142.07%
|
2,245.28
+155.10%
|