บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.99
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4237 out_tok=2557 at=2026-07-26T03:10:21 -->
# SC กำไร Q3/65 โต 19.75% รับแรงหนุนรายได้แนวราบพุ่ง
## รายได้รวมโต 10.85% จากโครงการแนวราบ ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่ม 19.75% หลังคุมต้นทุนได้ดี
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 5,244.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากโครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้นถึง 20.07% ขณะที่รายได้จากโครงการแนวสูงปรับตัวลดลง ด้านกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ทำได้ 652.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้รวมและอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากโครงการแนวราบ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้รวมในไตรมาส 3/2565 เพิ่มขึ้น 10.85% โดยมีแรงหนุนหลักมาจากโครงการแนวราบที่เติบโตถึง 20.07% คิดเป็นสัดส่วน 87.33% ของรายได้จากการขายทั้งหมด ในขณะที่รายได้จากโครงการแนวสูงลดลง 39.94% เนื่องจากมีการทยอยปิดโครงการเดิมไปและยังไม่มีโครงการใหม่เริ่มโอนในปีนี้ นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาส 3/2565 ยังสูงขึ้น 18.42% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนและอัตรากำไรของโครงการที่ขายได้ โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่มีสัดส่วนรายได้สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้น 19.75% เป็น 652.22 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้จากโครงการแนวราบที่ยังคงเติบโตได้ดี และการบริหารอัตรากำไรที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้จากโครงการแนวสูงอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้รวมหากไม่มีโครงการใหม่เข้ามาทดแทนในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งต้องติดตามการเปิดตัวโครงการใหม่และการรับรู้รายได้ในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/65 เติบโต 10.85% YoY** แตะ 5,244.06 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ Q3/65 เพิ่ม 19.75% YoY** สู่ระดับ 652.22 ล้านบาท
* **รายได้โครงการแนวราบโตเด่น 20.07% YoY** เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
* **รายได้โครงการแนวสูงลดลง 39.94% YoY** จากการทยอยปิดโครงการเดิม
* **กำไรขั้นต้น Q3/65 เพิ่มขึ้น 18.42% YoY** สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดี
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร Q3/65 เพิ่มขึ้น 18.73% YoY** สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้และจำนวนโครงการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 5,244.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.85% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายโครงการแนวราบเพิ่มขึ้น 765.36 ล้านบาท หรือ 20.07% เป็น 4,579.66 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายโครงการแนวสูงลดลง 285.64 ล้านบาท หรือ 39.94% เป็น 429.48 ล้านบาท รายได้ค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้น 15.59% เป็น 224.69 ล้านบาท และรายได้ค่าที่ปรึกษาและการจัดการเพิ่มขึ้น 42.88% เป็น 10.23 ล้านบาท
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 1,538.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.42% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 29.34% เพิ่มขึ้นจาก 27.26% ในปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 18.73% เป็น 854.03 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้น 19.75% เป็น 652.22 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 14,275.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้โครงการแนวราบเพิ่มขึ้น 14.70% เป็น 12,202.55 ล้านบาท ขณะที่รายได้โครงการแนวสูงลดลง 36.08% เป็น 1,390.69 ล้านบาท กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 12.85% เป็น 4,090.33 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้น 9.42% เป็น 1,620.98 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบ:** ความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ยังคงมีแนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะในทำเลที่มีศักยภาพ
* **การบริหารจัดการอัตรากำไร:** ความสามารถในการบริหารต้นทุนและตั้งราคาขายที่เหมาะสม ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง
* **การขยายพอร์ตรายได้ค่าเช่าและบริการ:** การเติบโตของรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการ แสดงถึงการกระจายแหล่งรายได้ที่มั่นคง
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** การมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ในอนาคต จะช่วยสร้างการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค เช่น อัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น:** ราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่อาจปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ อาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความล่าช้าในการโอนกรรมสิทธิ์:** ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง หรือการขอสินเชื่อของลูกค้า อาจทำให้การโอนกรรมสิทธิ์ล่าช้ากว่าแผน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จากโครงการแนวสูง:** การเปิดตัวและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวสูงใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการชดเชยรายได้ที่ลดลงจากโครงการเดิม
* **ยอดขายรอการโอน (Backlog):** การติดตามมูลค่า Backlog ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาสถัดไป
* **อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่:** ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงสำหรับโครงการที่กำลังจะเปิดตัว
* **การบริหารต้นทุน:** การติดตามแนวโน้มต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรง
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** การประกาศแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ในปี 2566
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer):** ไตรมาส 3/2565 รายได้จากการขายโครงการแนวราบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 20.07% สะท้อนถึงความสำเร็จในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม รายได้จากโครงการแนวสูงลดลง 39.94% บ่งชี้ว่าโครงการคอนโดมิเนียมที่เคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญ อาจมีสัดส่วนลดลง หรือโครงการเดิมใกล้จะปิดการขายแล้ว
**ยอดขายรอการโอน (Backlog):** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog โดยตรง แต่การที่รายได้โครงการแนวสูงลดลง อาจบ่งชี้ว่า Backlog ในส่วนนี้มีจำนวนไม่มากพอที่จะรองรับการรับรู้รายได้ในไตรมาสนี้
**การเปิดโครงการใหม่ (New Project Launch):** ฝ่ายจัดการระบุว่า "ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2565 ยังไม่มีโครงการที่เริ่มส่งมอบ" และมีการเปิดโครงการเพิ่มขึ้นจากปีก่อนในส่วนของค่าใช้จ่ายขายและบริหาร ซึ่งอาจหมายถึงการเปิดโครงการใหม่ๆ ที่ยังไม่เริ่มโอน หรือการเปิดโครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้น
**อัตรากำไรโครงการ (Project Margin):** กำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้น 18.42% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นจาก 27.26% เป็น 29.34% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนและตั้งราคาขายได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่มโครงการแนวราบ
**รายได้ค่าเช่าและบริการ (Rental Income):** รายได้ส่วนนี้เติบโต 15.59% แสดงถึงการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการบริการ ซึ่งเป็นอีกแหล่งรายได้ที่มั่นคงของบริษัทฯ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น งบดุล หรือ งบกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของรายได้และจำนวนโครงการที่เปิดเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
SC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรอยู่ที่การขับเคลื่อนของรายได้จากโครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่เติบโต 19.75% แม้ว่ารายได้จากโครงการแนวสูงจะลดลง แต่แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากโครงการแนวราบและธุรกิจบริการ รวมถึงการบริหารต้นทุนที่ดี ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการรับรู้รายได้จากโครงการแนวสูงใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างที่อาจผันผวนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
7,216.36
ล้านบาท
↑ 23.4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,930.37
ล้านบาท
↑ 33.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.75
%
กำไรสุทธิ
611.81
ล้านบาท
↑ 25.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.48
%
D/E Ratio
1.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,216
↑ + 23.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,930
↑ + 33.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
612
↑ + 25.9%
YoY
D/E Ratio
1.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.58
ROE (%)
6.29
ROA (%)
3.62
Book Value/หุ้น
5.82
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,707
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
3,707.15
-45.90%
|
6,852.97
+286.07%
|
1,775.07
-62.75%
|
4,764.70
-408.02%
|
-1,546.87
-126.51%
|
5,835.53
-431.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-297.98
-120.38%
|
1,461.77
+234.13%
|
437.49
-210.44%
|
-396.13
-109.78%
|
4,048.90
-274.13%
|
-2,325.28
+1,270.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,548.64
-50.55%
|
-9,197.92
+339.04%
|
-2,094.99
-189.54%
|
2,339.81
-485.26%
|
-607.34
-71.69%
|
-2,145.44
-227.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,139.46
+29.02%
|
-883.17
-851.12%
|
117.58
-98.25%
|
6,708.40
+254.07%
|
1,894.68
+38.82%
|
1,364.82
-636.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,323.19
-35.06%
|
2,037.67
-4.79%
|
2,140.12
-60.62%
|
5,435.13
+142.07%
|
2,245.28
+155.10%
|
880.14
-22.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,247.70
+69.87%
|
1,323.19
-35.06%
|
2,037.67
-4.79%
|
2,140.12
-60.62%
|
5,435.13
+142.07%
|
2,245.28
+155.10%
|