บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.99
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3623 out_tok=2631 at=2026-07-26T03:39:32 -->
# SC Q1/2566 กำไรพุ่ง 37.9% รับอานิสงส์โอนคอนโดหรู-แนวราบโต
## รายได้รวมโต 28.6% จากการโอนโครงการใหม่ ขณะที่กำไรสุทธิขานรับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 4,922.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของการโอนโครงการแนวราบและโครงการแนวสูงที่เริ่มรับรู้รายได้จากการโอนโครงการสโคปหลังสวนและสโคปพร้อมศรีในช่วงปลายปี 2565 ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 37.90%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SC ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการโอนโครงการ โดยเฉพาะโครงการแนวสูงที่กลับมามีบทบาทสำคัญ** ประกอบกับการที่ **อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้น**
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 28.61%** ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนโครงการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะ **โครงการแนวสูงที่เติบโตถึง 125.83%** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากการเริ่มโอนโครงการสโคปหลังสวนและสโคปพร้อมศรีในช่วงปลายปี 2565 นอกจากนี้ **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ยังเติบโตได้ถึง 37.90%** ซึ่งนอกเหนือจากแรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้รับปัจจัยบวกจาก **อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นจาก 32.77% เป็น 33.67%**
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การเติบโตของรายได้จากการโอนโครงการแนวสูงเป็นผลโดยตรงจากการที่บริษัทสามารถเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมระดับบนที่พัฒนาขึ้น ซึ่งเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าในช่วงปลายปี 2565 และต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 1 ปี 2566 การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนโครงการที่มีประสิทธิภาพ หรือการขายโครงการได้ในราคาที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับต้นทุนการก่อสร้าง แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะปรับตัวสูงขึ้น 21.11% ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้และจำนวนโครงการ แต่ผลบวกจากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นก็สามารถชดเชยได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดีกว่าการเติบโตของรายได้
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยสนับสนุน** การที่ SC มีโครงการคอนโดมิเนียมระดับบนที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาและส่งมอบโครงการที่มีมูลค่าสูง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของรายได้จากโครงการแนวสูงจะขึ้นอยู่กับยอดขาย (Presale) และ Backlog ที่มีอยู่ รวมถึงความสามารถในการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ที่จะเข้ามาทดแทน นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างที่ยังคงมีความผันผวนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q1/2566 เติบโต 28.61%** แตะ 4,922.44 ล้านบาท เทียบกับปีก่อน
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้น 37.90%** เป็น 534.61 ล้านบาท
* **รายได้โครงการแนวสูงพุ่งแรง 125.83%** จากการโอนโครงการสโคปหลังสวนและสโคปพร้อมศรี
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้น** จาก 32.77% เป็น 33.67%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 21.11%** ตามการเติบโตของรายได้และจำนวนโครงการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC มีรายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 4,922.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.61% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายโครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้น 17.31% เป็น 3,759.21 ล้านบาท และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากโครงการแนวสูงที่เพิ่มขึ้นถึง 125.83% เป็น 913.66 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการสโคปหลังสวนและสโคปพร้อมศรีในช่วงปลายปี 2565 นอกจากนี้ รายได้จากการเช่าและบริการยังคงเติบโตต่อเนื่อง 11.37% เป็น 233.29 ล้านบาท
ในด้านความสามารถในการทำกำไร กำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาสนี้สูงขึ้น 32.15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้นจาก 32.77% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 33.67% ในไตรมาสนี้ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้น 21.11% เป็น 920.68 ล้านบาท ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้และจำนวนโครงการ แต่ผลจากการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 534.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมระดับบน:** การโอนโครงการสโคปหลังสวนและสโคปพร้อมศรีที่เริ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันรายได้และกำไรในระยะสั้นถึงกลาง
* **การเติบโตของตลาดแนวราบ:** โครงการแนวราบยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในตลาดกลุ่มนี้
* **การขยายพอร์ตธุรกิจโรงแรม:** การลงทุนในธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ "SC Park" และ "The Standard, Hua Hin" เป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เพิ่มเติม
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเสริม Backlog และสร้างรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนการก่อสร้าง:** ราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่อาจปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ
* **ภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภค:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลต่อยอดขายและการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจกดดันด้านราคาและการขาย
* **ความล่าช้าในการโอนกรรมสิทธิ์:** ปัจจัยภายนอก เช่น การอนุมัติสินเชื่อของลูกค้า หรือปัญหาด้านการก่อสร้าง อาจทำให้การโอนกรรมสิทธิ์ล่าช้ากว่าแผน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายรอโอน (Backlog) ของโครงการแนวสูง:** ติดตามมูลค่า Backlog ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาสถัดไป
* **แผนการเปิดตัวโครงการใหม่:** การเปิดตัวโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับบน จะเป็นตัวชี้วัดการเติบโตในอนาคต
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง ท่ามกลางต้นทุนการก่อสร้างที่อาจผันผวน
* **ผลประกอบการธุรกิจโรงแรม:** การฟื้นตัวและการเติบโตของรายได้จากธุรกิจโรงแรม
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** การรักษาสภาพคล่องและระดับหนี้สินให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนโครงการ:** การเติบโตของรายได้จากการโอนโครงการแนวสูงถึง 125.83% เป็นจุดเด่นสำคัญในไตรมาสนี้ สะท้อนถึงความสำเร็จในการปิดการขายและส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมระดับบนอย่างสโคปหลังสวนและสโคปพร้อมศรี ซึ่งมีมูลค่าโครงการสูงและน่าจะทำกำไรได้ดี ในขณะที่โครงการแนวราบยังคงเป็นฐานรายได้หลักที่มั่นคง เติบโต 17.31% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์
**อัตรากำไร:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 32.77% เป็น 33.67% เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนโครงการที่มีประสิทธิภาพ หรือการสามารถตั้งราคาขายได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ
**ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 21.11% เป็นไปตามการขยายตัวของธุรกิจ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม การที่กำไรสุทธิยังเติบโตได้ดีกว่ารายได้ แสดงว่าบริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น ระดับหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ สามารถโอนโครงการได้ตามแผนและมีกำไรสุทธิเติบโต สะท้อนถึงการบริหารจัดการกระแสเงินสดที่เพียงพอต่อการดำเนินงานและการลงทุนในโครงการใหม่ๆ
## สรุปท้าย
SC ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมเติบโต 28.61% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 37.90% เป็นผลจากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมระดับบนที่เริ่มรับรู้รายได้ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้กำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากต้นทุนการก่อสร้างและความผันผวนทางเศรษฐกิจ แต่การมี Backlog ที่แข็งแกร่งและการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคตต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SC ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
7,216.36
ล้านบาท
↑ 23.4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,930.37
ล้านบาท
↑ 33.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.75
%
กำไรสุทธิ
611.81
ล้านบาท
↑ 25.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.48
%
D/E Ratio
1.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,216
↑ + 23.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,930
↑ + 33.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
612
↑ + 25.9%
YoY
D/E Ratio
1.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.58
ROE (%)
6.29
ROA (%)
3.62
Book Value/หุ้น
5.82
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,707
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
3,707.15
-45.90%
|
6,852.97
+286.07%
|
1,775.07
-62.75%
|
4,764.70
-408.02%
|
-1,546.87
-126.51%
|
5,835.53
-431.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-297.98
-120.38%
|
1,461.77
+234.13%
|
437.49
-210.44%
|
-396.13
-109.78%
|
4,048.90
-274.13%
|
-2,325.28
+1,270.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,548.64
-50.55%
|
-9,197.92
+339.04%
|
-2,094.99
-189.54%
|
2,339.81
-485.26%
|
-607.34
-71.69%
|
-2,145.44
-227.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,139.46
+29.02%
|
-883.17
-851.12%
|
117.58
-98.25%
|
6,708.40
+254.07%
|
1,894.68
+38.82%
|
1,364.82
-636.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,323.19
-35.06%
|
2,037.67
-4.79%
|
2,140.12
-60.62%
|
5,435.13
+142.07%
|
2,245.28
+155.10%
|
880.14
-22.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,247.70
+69.87%
|
1,323.19
-35.06%
|
2,037.67
-4.79%
|
2,140.12
-60.62%
|
5,435.13
+142.07%
|
2,245.28
+155.10%
|