บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.99
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4312 out_tok=2068 at=2026-07-26T03:34:28 -->
SC กำไร Q2/2565 โต 17.81% รับแรงหนุนรายได้โครงการแนวราบ
รายได้รวมไตรมาส 2/2565 ของ SC เพิ่มขึ้น 9.35% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากโครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้นถึง 23.16% ขณะที่รายได้จากโครงการแนวสูงลดลงตามแผนการทยอยปิดโครงการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SC ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากโครงการแนวสูงได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้น 17.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยที่ทำให้รายได้จากโครงการแนวราบเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการทยอยรับรู้รายได้ของโครงการที่สร้างเสร็จและพร้อมโอน ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ยังคงมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญต่อกำไรโดยรวมของบริษัทฯ ในไตรมาสนี้
สำหรับแนวโน้มในอนาคต การเติบโตของรายได้จากโครงการแนวราบมีโอกาสที่จะต่อเนื่องได้ หากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการการเปิดตัวโครงการใหม่และการโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้จากโครงการแนวสูงที่ยังไม่มีโครงการใหม่เริ่มส่งมอบ อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้รวมได้ในระยะสั้น ต้องติดตามแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 เติบโต 9.35% YoY** มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้โครงการแนวราบเป็นหลัก
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ Q2/2565 เพิ่มขึ้น 17.81% YoY** เป็น 620.34 ล้านบาท
* **รายได้โครงการแนวราบ Q2/2565 เพิ่มขึ้น 23.16% YoY** ขณะที่รายได้โครงการแนวสูงลดลง 41.94% YoY
* **กำไรขั้นต้น Q2/2565 สูงขึ้น 16.51% YoY** จากการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร Q2/2565 ปรับเพิ่มขึ้น** ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้และจำนวนโครงการที่เปิดขาย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 5,203.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายโครงการแนวราบที่เพิ่มขึ้นถึง 831.00 ล้านบาท หรือ 23.16% ขณะที่รายได้จากโครงการแนวสูงลดลง 402.06 ล้านบาท หรือ 41.94% เนื่องจากมีการทยอยปิดโครงการไปในปี 2564 และยังไม่มีโครงการแนวสูงใหม่ที่เริ่มส่งมอบในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565
ในส่วนของกำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านบาท (คำนวณจากรายได้รวม 5,203.96 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น 16.51% YoY) ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้รวมและอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายสำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 15.04% YoY ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้และจำนวนโครงการที่เปิดขายมากขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 29.08% YoY ตามการขยายตัวของธุรกิจ
ผลจากการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 620.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 9,031.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.64% YoY โดยรายได้โครงการแนวราบเพิ่มขึ้น 11.70% YoY ขณะที่รายได้โครงการแนวสูงลดลง 34.19% YoY กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 9.75% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้น 3.41% YoY เป็น 968.76 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบ:** ความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่ง SC มีความแข็งแกร่งในการพัฒนาโครงการประเภทนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไร:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันกำไร
* **การขยายพอร์ตธุรกิจอื่น:** การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการ สะท้อนถึงการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ประจำที่มั่นคง
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของโครงการแนวสูง:** การที่ยังไม่มีโครงการแนวสูงใหม่เริ่มส่งมอบ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมในระยะสั้น หากไม่สามารถเร่งการเปิดตัวโครงการใหม่ได้
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่ผันผวน:** ความไม่แน่นอนของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรของโครงการในอนาคต
* **ภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภค:** ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แผนการเปิดตัวโครงการแนวสูงใหม่ และความคืบหน้าในการเริ่มส่งมอบ
* แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่กำลังจะเปิดขายและโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
* การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้าง ท่ามกลางความผันผวนของราคาวัสดุ
* ยอดขายรอการโอน (Backlog) ของโครงการแนวราบและแนวสูงที่จะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต
* การเติบโตของรายได้จากธุรกิจค่าเช่าและบริการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
SC แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวราบ โดยรายได้จากการขายโครงการแนวราบในไตรมาส 2/2565 เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 23.16% ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดในกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้จากโครงการแนวสูงถึง 41.94% เป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากยังไม่มีโครงการใหม่เริ่มส่งมอบในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้รวมหากไม่สามารถเร่งการเปิดตัวโครงการใหม่ได้ทันเวลา
อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้น 16.51% YoY เป็นสัญญาณที่ดี แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายของโครงการ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 15.04% และ 29.08% ตามลำดับนั้น เป็นไปตามการขยายตัวของธุรกิจและการเปิดโครงการใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น และกำไรสุทธิเติบโต สะท้อนถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งโดยทั่วไปจะส่งผลดีต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
SC ในไตรมาส 2 ปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้ถึง 17.81% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้จากโครงการแนวราบ ซึ่งสามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงจากโครงการแนวสูงได้ ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ แต่ภาพรวมยังคงแสดงถึงศักยภาพในการบริหารจัดการที่ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแผนการเปิดตัวโครงการแนวสูงใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างในระยะต่อไป เพื่อประเมินโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
7,216.36
ล้านบาท
↑ 23.4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,930.37
ล้านบาท
↑ 33.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.75
%
กำไรสุทธิ
611.81
ล้านบาท
↑ 25.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.48
%
D/E Ratio
1.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,216
↑ + 23.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,930
↑ + 33.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
612
↑ + 25.9%
YoY
D/E Ratio
1.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.58
ROE (%)
6.29
ROA (%)
3.62
Book Value/หุ้น
5.82
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,707
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-298
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
3,707.15
-45.90%
|
6,852.97
+286.07%
|
1,775.07
-62.75%
|
4,764.70
-408.02%
|
-1,546.87
-126.51%
|
5,835.53
-431.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-297.98
-120.38%
|
1,461.77
+234.13%
|
437.49
-210.44%
|
-396.13
-109.78%
|
4,048.90
-274.13%
|
-2,325.28
+1,270.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,548.64
-50.55%
|
-9,197.92
+339.04%
|
-2,094.99
-189.54%
|
2,339.81
-485.26%
|
-607.34
-71.69%
|
-2,145.44
-227.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,139.46
+29.02%
|
-883.17
-851.12%
|
117.58
-98.25%
|
6,708.40
+254.07%
|
1,894.68
+38.82%
|
1,364.82
-636.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,323.19
-35.06%
|
2,037.67
-4.79%
|
2,140.12
-60.62%
|
5,435.13
+142.07%
|
2,245.28
+155.10%
|
880.14
-22.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,247.70
+69.87%
|
1,323.19
-35.06%
|
2,037.67
-4.79%
|
2,140.12
-60.62%
|
5,435.13
+142.07%
|
2,245.28
+155.10%
|