RATCH
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
RATCH
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
37.00
+0.75 (+2.07%)

สรุปสั้น

กำไรลดลงสาเหตุหลักเนื่องจากผลกระทบจาก FX ซึ่งทําให้กําไรลดลง ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สําหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 มีกําไรจํานวน 1,592.76 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 7.34 ล้านบาท ในงวด 9 เดือนของปี 2564 ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย สําหรับงวด 9 เดือนของปี 2564 มีกําไรจํานวน 5,602.43 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 1,500.72 ล้านบาท

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17560 out_tok=3062 at=2026-07-26T01:18:19 --> # RATCH กำไรสุทธิปี 65 หด 26% รับต้นทุนการเงิน-ภาษีพุ่ง แม้รายได้รวมโต 84% ## รายได้รวม RATCH ปี 65 พุ่ง 84% รับโรงไฟฟ้าใหม่-เข้าซื้อกิจการ แต่กำไรสุทธิลดลง 26% เหตุต้นทุนทางการเงินและภาษีที่เพิ่มขึ้น ในปี 2565 บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH มีรายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 84.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ของโรงไฟฟ้าที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ใหม่และการเข้าซื้อกิจการ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 กลับปรับตัวลดลง 26.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในหลายส่วน โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ RATCH ในปี 2565 ปรับตัวลดลง 26.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (จาก 7,818.80 ล้านบาท เหลือ 5,782.07 ล้านบาท) แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตถึง 84.4% มาอยู่ที่ 81,788.08 ล้านบาท มาจาก **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้** เป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังมี **ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น** จากการลงทุนและเข้าซื้อกิจการใหม่ๆ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** เกิดจากการรับรู้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการใหม่ เช่น FRD และ SCG รวมถึงการกู้ยืมเงินเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการลงทุนในโครงการต่างๆ เช่น Asahan-1, Ecowin, และ Nexif Portfolio นอกจากนี้ยังมีรายการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมเงินกู้เดิมของ FRD จำนวน 225.73 ล้านบาทจากการ Refinance ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียวแต่ส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในปีนั้น * **ภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น:** มาจากการรับรู้ภาษีเงินได้ของ FRD และ SCG ที่เข้าซื้อกิจการใหม่ รวมถึงภาษีเงินได้ของ RAC ที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีกำไรทางภาษีเพิ่มขึ้น และการบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจากการปรับอัตราภาษีเงินได้ของบริษัทย่อยในอินโดนีเซียจำนวน 337.70 ล้านบาท (รายการนี้ไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด) * **ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น:** เกิดจากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของ SCG ที่เข้าซื้อกิจการเมื่อปลายปี 2564 และค่าเสื่อมราคาของ RAC จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector ที่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2564 ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่มีปัจจัยที่ต้องติดตาม** * **ต้นทุนทางการเงิน:** มีแนวโน้มที่จะทรงตัวหรือลดลงได้หากบริษัทสามารถบริหารจัดการหนี้สินได้ดีขึ้น หรือมีการ Refinance ที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโครงการใหม่ๆ ยังคงต้องมีการกู้ยืม ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในอนาคต * **ภาษีเงินได้:** การบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเป็นรายการครั้งเดียว แต่ภาษีเงินได้จากการดำเนินงานปกติจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทย่อยต่างๆ และอัตราภาษีในแต่ละประเทศ * **ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย:** มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามแผนการลงทุนและการเข้าซื้อกิจการใหม่ๆ ที่จะทยอยรับรู้ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 84.4%** แตะ 81,788.08 ล้านบาท จาก 44,342.65 ล้านบาทในปี 2564 * **EBITDA ปี 2565 เพิ่มขึ้น 9.4%** อยู่ที่ 12,811.71 ล้านบาท จาก 11,710.97 ล้านบาทในปี 2564 * **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 26.0%** อยู่ที่ 5,782.07 ล้านบาท จาก 7,818.80 ล้านบาทในปี 2564 * **กำไรสุทธิก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ลดลง 23.6%** อยู่ที่ 5,812.20 ล้านบาท * **การลงทุนในธุรกิจ Non-Power:** มีการลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาล (โรงพยาบาลพริ้นซ์สกลนคร) และการเข้าซื้อหุ้นในกลุ่ม Nexif Energy Portfolio ซึ่งครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม และระบบกักเก็บพลังงานในหลายประเทศ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 RATCH มีรายได้รวม 81,788.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.4% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ค่าพลังงานไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า RG ที่เพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องมากกว่าปีก่อน และการรับรู้รายได้ของ SCG และ FRD จากการเข้าซื้อหุ้นเมื่อปลายปี 2564 รวมถึงรายได้ค่าขายไฟฟ้าของ RAC จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector ที่เริ่ม COD ในกลางปี 2564 ประกอบกับราคาค่าขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ไฟฟ้า EBITDA ในปี 2565 อยู่ที่ 12,811.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% จากปีก่อนหน้า แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น แต่กลุ่มบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเพื่อบรรเทาผลกระทบ อย่างไรก็ตาม กำไรที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในปี 2565 อยู่ที่ 5,782.07 ล้านบาท ลดลง 26.0% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากค่าเสื่อมราคา ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการลงทุนในโครงการต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการรับรู้ต้นทุนทางการเงินของ FRD และ SCG นอกจากนี้ยังมีรายการทางบัญชีที่ไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด เช่น การตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมเงินกู้เดิมของ FRD และการบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีของบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย ## โอกาส * **การเติบโตจากโครงการโรงไฟฟ้าที่เริ่มทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์:** เช่น โรงไฟฟ้า Riau และโรงไฟฟ้า Nexif Ratch Energy Rayong ที่เริ่ม COD ในปี 2565 * **การขยายการลงทุนในธุรกิจ Non-Power:** เช่น การลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาล และการเข้าซื้อหุ้นในกลุ่ม Nexif Energy Portfolio ซึ่งเป็นการกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจพลังงานทดแทนและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก * **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน:** เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่ผันผวนและรักษาอัตรากำไร * **การมุ่งสู่ Carbon Neutrality:** การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพลังงานทดแทนและธุรกิจคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับแนวโน้ม ESG และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเตา ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX):** โดยเฉพาะการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการเมื่อแปลงเป็นเงินบาท * **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและนโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อ PPA และการดำเนินธุรกิจ * **ความเสี่ยงด้านการก่อสร้างและเดินเครื่องโครงการ:** ความล่าช้าหรือปัญหาทางเทคนิคอาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และต้นทุน * **ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทางการเงิน:** แม้ว่าจะมีเงินสดเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุน แต่การลงทุนขนาดใหญ่ยังคงต้องพึ่งพาเงินกู้ยืม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าของโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง:** โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) ที่คาดว่าจะ COD ในปี 2567 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู/เหลือง ที่คาดว่าจะ COD ในปี 2566 * **ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าใหม่ที่เริ่ม COD:** เช่น โรงไฟฟ้า Riau, Nexif Ratch Energy Rayong และ Collector * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้:** เพื่อลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิ * **การขยายการลงทุนในธุรกิจ Non-Power:** โดยเฉพาะในกลุ่ม Nexif Energy Portfolio และธุรกิจโรงพยาบาล * **แนวโน้มราคาพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยน:** ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้และต้นทุน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) * **ราคา Commodity/ASP:** รายได้ค่าขายไฟฟ้าของ RG เพิ่มขึ้นจากปริมาณการเดินเครื่องที่มากขึ้น และราคาค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงราคาค่าขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นในออสเตรเลียของ RAC จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น * **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการขายไฟฟ้าของ RG เพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องด้วยก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเตา และน้ำมันดีเซลมากกว่าปีก่อน ส่วนโรงไฟฟ้า RCO มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ปริมาณการขายไอน้ำลดลงเล็กน้อย SCG มีปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำลดลง แต่รายได้เพิ่มขึ้นจาก Energy Payment ที่สูงขึ้น * **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนขายของ RG เพิ่มขึ้นจากปริมาณการเดินเครื่องและราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น SCG มีต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ Margin ลดลง * **กำลังการผลิต:** มีโครงการโรงไฟฟ้าที่เริ่ม COD ในปี 2565 และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เช่น HKP, RCO ส่วนขยาย, ECOWIN, REN ซึ่งจะทยอยเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต * **โครงการลงทุน:** มีการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในอินโดนีเซีย (Sibundong) และการเข้าซื้อหุ้นในกลุ่ม Nexif Energy Portfolio ซึ่งครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนและโรงไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ในหลายประเทศ * **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** บริษัทฯ มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึง ESG โดยมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 46.2% มาอยู่ที่ 157,015.46 ล้านบาท จาก 107,403.27 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการเพิ่มทุน, การรับรู้สินทรัพย์ของกลุ่ม NEHBV และเงินลงทุนในบริษัทร่วม/การร่วมค้า * **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 57.2% มาอยู่ที่ 122,175.01 ล้านบาท จาก 77,736.52 ล้านบาท โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อรองรับการลงทุน * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 35.5% มาอยู่ที่ 79,277.94 ล้านบาท จาก 57,736.52 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนและการรับรู้กำไรสะสม * **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 7,504.77 ล้านบาท แต่ใช้ไปในกิจกรรมลงทุนสูงถึง 22,218.99 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนใน NEHBV และ NREI อย่างไรก็ตาม ได้รับเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 43,198.06 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนและการกู้ยืมเงิน ## สรุปท้าย RATCH ในปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเข้าซื้อกิจการใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม หัวใจหลักที่กดดันกำไรสุทธิคือการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้ผลประกอบการของบริษัทที่เข้าซื้อมาใหม่ แม้ว่าจะมีรายการทางบัญชีบางส่วนที่ไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด แต่ก็ส่งผลต่อตัวเลขกำไรสุทธิ การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและภาษี รวมถึงการติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรจับตาต่อไป เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตของกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RATCH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
9,502.18 ล้านบาท
↑ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,168.65 ล้านบาท
↑ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.30 %
กำไรสุทธิ
774.98 ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.16 %
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9,502
↑ + 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,169
↑ + 12.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
775
↑ + 20.8% YoY
D/E Ratio
1.21

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RATCH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
9,502.18
+51.59%
6,268.21
-22.18%
8,054.70
-56.48%
18,509.76
+54.15%
12,007.66
+66.08%
7,230.24
-11.00%
กำไรขั้นต้น
1,168.65
+12.80%
1,036.06
+29.34%
801.04
-18.73%
985.59
-3.01%
1,016.23
+26.65%
802.38
-10.21%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,012.00
-7.11%
1,089.48
+7.14%
1,016.91
+1.37%
1,003.22
+121.61%
452.70
+33.95%
337.97
-16.84%
กำไรสุทธิ
774.98
+20.79%
641.58
+55.51%
412.55
+270.75%
-241.61
-111.38%
2,123.21
-0.29%
2,129.47
+135.33%
กำไรต่อหุ้น
0.36
+20.68%
0.30
+55.26%
0.19
+271.17%
-0.11
-111.37%
0.98
-0.31%
0.98
+135.34%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
12.30
-25.59%
16.53
+66.30%
9.94
+86.84%
5.32
-37.12%
8.46
-23.78%
11.10
+0.91%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
10.65
-38.72%
17.38
+37.61%
12.63
+133.03%
5.42
+43.77%
3.77
-19.27%
4.67
-6.60%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
8.16
-20.31%
10.24
+100.00%
5.12
+490.84%
-1.31
-107.41%
17.68
-39.97%
29.45
+164.36%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
642.86
+355.48%
141.14
-72.26%
508.88
+444.37%
93.48
-55.05%
207.98
-60.39%
525.05
+201.89%
ROE(%)
6.52
+3.99%
6.27
+18.98%
5.27
-23.29%
6.87
-42.17%
11.88
+13.36%
10.48
+75.25%
ROA(%)
5.21
-4.58%
5.46
+12.11%
4.87
-2.40%
4.99
-32.20%
7.36
-0.67%
7.41
+40.08%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.21
+19.80%
1.01
+2.02%
0.99
-13.16%
1.14
+15.15%
0.99
+16.47%
0.85
-22.02%
P/E
10.54
-4.70%
11.06
-27.14%
15.18
+33.04%
11.41
+36.00%
8.39
-44.73%
15.18
-13.11%
P/BV
0.68
-2.86%
0.70
+6.06%
0.66
-24.14%
0.87
-9.38%
0.96
-25.00%
1.28
-24.71%
BV
43.54
+1.80%
42.77
-10.65%
47.87
-2.62%
49.16
+4.68%
46.96
+13.51%
41.37
+2.40%
YIELD(%)
5.42
+1.69%
5.33
+4.92%
5.08
+30.26%
3.90
-26.83%
5.33
+17.66%
4.53
+29.80%
ราคาหุ้น
29.50
-1.67%
30.00
-4.76%
31.50
-26.32%
42.75
-5.00%
45.00
-15.09%
53.00
-22.91%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
6.52
ROA (%)
5.21
Book Value/หุ้น
46.30

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RATCH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
36,336.76
+39.52%
26,044.30
-37.42%
41,618.14
-24.99%
55,484.16
+119.17%
25,315.77
+36.96%
18,484.69
-9.74%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
201,666.79
+7.10%
188,292.61
+9.56%
171,860.81
-1.28%
174,094.12
+32.19%
129,539.53
+38.33%
93,647.56
+17.43%
รวมสินทรัพย์
238,003.55
+11.04%
214,336.91
+0.40%
213,478.95
-7.01%
229,578.28
+46.21%
154,855.31
+38.10%
112,132.25
+11.88%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
29,729.37
+29.03%
23,040.51
-30.45%
33,127.17
+13.55%
29,173.31
+43.92%
20,269.89
+194.74%
6,877.19
-9.20%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
100,627.99
+18.49%
84,922.06
+15.98%
73,218.32
-21.27%
93,001.71
+61.83%
56,775.88
+26.92%
44,733.49
+34.57%
รวมหนี้สิน
130,357.36
+20.74%
107,962.57
+1.52%
106,345.49
-12.96%
122,175.01
+57.16%
77,045.76
+49.28%
51,610.68
+26.45%
รวมส่วนของเจ้าของ
107,646.19
+1.20%
106,374.34
-0.71%
107,133.45
-0.25%
107,403.27
+35.48%
77,809.54
+28.56%
60,521.57
+1.86%
D/E
1.21
1.01
0.99
1.14
0.99
0.85
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
6.52
6.27
5.27
6.87
11.88
10.48
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
5.21
5.46
4.87
4.99
7.36
7.41
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.22
1.13
1.26
1.90
1.25
2.69
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.95
0.87
1.07
1.72
0.97
2.04
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
78.64
54.30
0.00
0.00
74.43
65.28
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
42.79
33.16
0.00
0.00
20.30
22.11
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
80.46
69.19
0.00
0.00
68.76
62.88
วงจรเงินสด
40.96
18.27
0.00
0.00
25.97
24.51
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+146
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,974
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RATCH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
145.52
-103.26%
-4,461.80
-27.72%
-6,172.70
+95.48%
-3,157.70
+8.19%
-2,918.69
-140.03%
7,291.35
+30.45%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
8,973.55
-61.66%
23,404.14
+515.21%
3,804.27
-115.50%
-24,539.03
-764.29%
3,694.00
-133.85%
-10,913.20
+129.77%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-91.30
-99.31%
-13,267.78
+75.76%
-7,548.60
-350.64%
3,011.78
+56.51%
1,924.32
-43.82%
3,425.12
-146.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
8,311.53
+146.24%
3,375.32
-127.53%
-12,259.98
-51.73%
-25,401.16
-1,223.65%
2,260.60
-3,832.21%
-60.57
-99.11%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
8,929.52
-62.10%
23,563.04
-31.39%
34,341.17
+393.30%
6,961.49
+43.34%
4,856.59
-1.23%
4,917.16
-57.96%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
14,253.25
+59.62%
8,929.52
-62.10%
23,563.04
-31.39%
34,341.17
+393.30%
6,961.49
+43.34%
4,856.59
-1.23%