บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
37.00
+0.75 (+2.07%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงสาเหตุหลักเนื่องจากผลกระทบจาก FX ซึ่งทําให้กําไรลดลง ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สําหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 มีกําไรจํานวน 1,592.76 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 7.34 ล้านบาท
ในงวด 9 เดือนของปี 2564 ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย สําหรับงวด 9 เดือนของปี 2564 มีกําไรจํานวน 5,602.43 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 1,500.72 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14891 out_tok=4344 at=2026-07-26T01:40:50 -->
RATCH Q3/2564 กำไรสุทธิลดลง 16.5% เหตุ FX ฉุด ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานทรงตัว
ฝ่ายจัดการ RATCH ชี้กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 1,438.11 ล้านบาท ลดลง 16.5% YoY เป็นผลจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่ทำให้ขาดทุน 154.65 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรจาก FX 136.81 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลกระทบจาก FX กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยอยู่ที่ 1,592.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% สะท้อนการดำเนินงานที่ทรงตัว ขณะที่งวด 9 เดือน กำไรสุทธิเติบโต 35.9% เป็น 5,648.81 ล้านบาท จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นและภาษีเงินได้ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ RATCH ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลง 16.5% YoY มาอยู่ที่ 1,438.11 ล้านบาท มาจาก **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX)** โดยบริษัทฯ บันทึกขาดทุนจาก FX จำนวน 154.65 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บันทึกกำไรจาก FX 136.81 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณา **กำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมผลกระทบจาก FX)** พบว่ามีจำนวน 1,592.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% YoY สะท้อนว่าผลการดำเนินงานหลักยังคงทรงตัว
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 กำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 35.9% YoY มาอยู่ที่ 5,648.81 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือ **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น** และ **ภาษีเงินได้ที่ลดลง**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ผลกระทบจาก FX:** สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดขาดทุนจาก FX ในไตรมาส 3 ปี 2564 มาจากการที่ **สกุลเงินเหรียญออสเตรเลียอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ** ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์ในสกุลเงินเหรียญออสเตรเลียของบริษัทฯ มีมูลค่าลดลง ในขณะที่ปีก่อนสกุลเงินเหรียญออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น ทำให้มูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้น
**กำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวม FX):** การที่กำไรจากการดำเนินงานทรงตัวเล็กน้อยในไตรมาส 3 ปี 2564 มาจากการผสมผสานของปัจจัยต่างๆ เช่น รายได้จากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 10.1% YoY เป็น 10,606.65 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากรายได้ของ RAC ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 73.9% จากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector และโรงไฟฟ้าพลังงานลม Mt.Emerald ที่เดินเครื่องได้ดีขึ้น ขณะที่รายได้ของ RG ลดลง 9.3% เนื่องจากโรงไฟฟ้าเดินเครื่องน้อยลงจากการบำรุงรักษาตามแผน ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 14.7% จากโครงการ IPP และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่เดินเครื่องได้ดีขึ้น
**การเติบโตของกำไร 9 เดือน:** การเติบโตที่แข็งแกร่งในงวด 9 เดือน มาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วมหลายแห่ง เช่น HPC, SEAN, PNPC และ ABEIF ซึ่งได้รับผลดีจากปริมาณน้ำที่สูงขึ้นในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และการเดินเครื่องที่ดีขึ้นของโครงการ IPP นอกจากนี้ ภาษีเงินได้ที่ลดลงยังเป็นปัจจัยสนับสนุน โดยเฉพาะจาก RG ที่ได้รับผลประโยชน์ทางภาษีจากการจำหน่ายโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ที่ครบอายุสัญญา PPA
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ผลกระทบจาก FX:** มีแนวโน้มที่จะ **ลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบริหารความเสี่ยงโดยใช้เครื่องมือทางการเงิน เช่น สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจช่วยลดผลกระทบในระยะยาวได้
**กำไรจากการดำเนินงาน:** มีโอกาส **มีโอกาสต่อเนื่อง** ในระดับทรงตัวถึงเติบโตเล็กน้อย โดยปัจจัยบวกจากโครงการใหม่ๆ ที่ทยอย COD เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector และ Mt.Emerald ของ RAC รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ยังคงมีปริมาณน้ำดี จะยังคงเป็นแรงหนุน อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าหลักอย่าง RG ที่อาจมีปัจจัยเรื่องการบำรุงรักษาตามแผน และราคาเชื้อเพลิงที่ผันผวน อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
**การเติบโตของกำไร 9 เดือน:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการลดลงของภาษีเงินได้ เป็นปัจจัยที่สนับสนุนผลประกอบการในงวด 9 เดือน แต่การเติบโตในลักษณะนี้อาจ **ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมได้ต่อเนื่องในไตรมาสถัดไปหรือไม่ โดยเฉพาะการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการใหม่ๆ ที่จะทยอยเข้ามา และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 ลดลง 16.5% YoY** อยู่ที่ 1,438.11 ล้านบาท เป็นผลหลักจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) 154.65 ล้านบาท
* **กำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวม FX) ทรงตัว** เพิ่มขึ้น 0.5% YoY เป็น 1,592.76 ล้านบาท
* **งวด 9 เดือน กำไรสุทธิโต 35.9% YoY** แตะ 5,648.81 ล้านบาท จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมเพิ่มและภาษีลดลง
* **รายได้รวม Q3/2564 เพิ่มขึ้น 10.1% YoY** เป็น 10,606.65 ล้านบาท ได้แรงหนุนจาก RAC ที่มีโรงไฟฟ้าใหม่เริ่มดำเนินการ
* **ต้นทุนขายและบริการ Q3/2564 เพิ่มขึ้น 8.4% YoY** เป็น 8,029.62 ล้านบาท ตามการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าและราคาเชื้อเพลิง
* **การลงทุนใหม่:** ลงนามสัญญาซื้อหุ้นเพิ่มทุนในธุรกิจโรงพยาบาลใน สปป. ลาว และเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนในอินโดนีเซีย (Paiton) มูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาท
* **โครงการใหม่:** จัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้านนวัตกรรม Innopower และลงนามสัญญา O&M โครงการทางหลวงพิเศษ M6 และ M81
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH มีรายได้รวม 10,606.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 12.0% เป็น 9,013.92 ล้านบาท ส่งผลให้ EBITDA อยู่ที่ 2,710.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5%
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 1,438.11 ล้านบาท ลดลง 16.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่ทำให้ขาดทุน 154.65 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่บันทึกกำไร 136.81 ล้านบาท หากไม่รวมผลกระทบจาก FX กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,592.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5%
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 29,824.13 ล้านบาท ลดลง 1.9% YoY แต่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 35.9% YoY เป็น 5,648.81 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น และภาษีเงินได้ที่ลดลง หากไม่รวมผลกระทบจาก FX กำไรจากการดำเนินงานงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้น 36.6% เป็น 5,602.43 ล้านบาท
## โอกาส
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การเข้าลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลใน สปป. ลาว ผ่าน BCIL เป็นการสร้าง New S-Curve และขยายการลงทุนในธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูง
* **การลงทุนในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่:** การเข้าซื้อหุ้นในโครงการ Paiton ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนขนาดใหญ่ในอินโดนีเซีย จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ
* **การพัฒนานวัตกรรม:** การจัดตั้งบริษัท Innopower ร่วมกับ กฟผ. และ EGCO เพื่อต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจ Start-up จะสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต
* **โครงการโครงสร้างพื้นฐาน:** การเข้าร่วมลงทุนในโครงการทางหลวงพิเศษ M6 และ M81 ผ่าน O&M จะสร้างรายได้และผลตอบแทนในระยะยาว
* **การเติบโตของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนและพลังงานน้ำ:** โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ได้รับอานิสงส์จากปริมาณน้ำที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อส่วนแบ่งกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (FX):** การอ่อนค่าของสกุลเงินต่างประเทศ เช่น เหรียญออสเตรเลีย อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในรูปของกำไรขาดทุนจาก FX
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและนโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานของภาครัฐ หรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุนของโรงไฟฟ้า
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือ COD ของโครงการใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และผลตอบแทนจากการลงทุน
* **ราคาเชื้อเพลิง:** ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและอัตรากำไร
* **การแข่งขันในธุรกิจสุขภาพ:** การลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลมีความเสี่ยงจากการแข่งขันที่สูง และการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการ Paiton:** การเข้าซื้อหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนขนาดใหญ่ในอินโดนีเซีย คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 ต้องติดตามการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรและผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **การเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่:** โครงการโรงไฟฟ้า NRER, RCO ส่วนขยาย, และโรงไฟฟ้าพลังงานลม Thanh Phong ที่มีกำหนด COD ในปี 2565 จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้
* **ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ:** ปริมาณน้ำที่สูงขึ้นส่งผลดีต่อส่วนแบ่งกำไร ต้องติดตามแนวโน้มปริมาณน้ำในฤดูกาลถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การกู้ยืมเงินที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการลงทุน อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในอนาคต
* **การดำเนินงานของธุรกิจโรงพยาบาลใน สปป. ลาว:** การเปิดให้บริการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล และการบริหารจัดการเพื่อสร้างผลกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity/ASP:** เอกสารไม่ได้ระบุราคา Commodity หรือ ASP โดยตรง แต่มีการกล่าวถึง "ราคาค่าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น" ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนขายและการให้บริการของ RG และ RCO ในไตรมาส 3 ปี 2564
**ปริมาณขาย-ผลิต:**
* **RG:** รายได้ค่าขายไฟฟ้าลดลงในงวด 9 เดือน เนื่องจากโรงไฟฟ้าเดินเครื่องน้อยลงจากการบำรุงรักษาตามแผน และอัตราค่าความพร้อมจ่ายปี 2564 ต่ำกว่าปี 2563
* **RAC:** รายได้ค่าขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน จากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector และโรงไฟฟ้าพลังงานลม Mt.Emerald ที่เดินเครื่องมากกว่าปีก่อน
* **RCO:** รายได้ค่าขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 จากการเดินเครื่องมากกว่าปีก่อน แต่ลดลงในงวด 9 เดือน เนื่องจากการบำรุงรักษาตามแผน
* **โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (PNPC, SEAN):** ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำที่สูงกว่าปีก่อน ทำให้โรงไฟฟ้าเดินเครื่องมากกว่า
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ไม่ได้ระบุต้นทุนต่อหน่วยโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงต้นทุนขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้นตามการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าและราคาเชื้อเพลิง
**กำลังการผลิต:**
* **โครงการ Paiton:** กำลังการผลิตติดตั้ง 2,045 MW (ถ่านหิน)
* **โครงการโรงไฟฟ้า RIAU:** กำลังการผลิตติดตั้ง 296.23 MW (ก๊าซธรรมชาติ) COD ปี 2564
* **โครงการ NRER:** กำลังการผลิต 92 MW (ก๊าซธรรมชาติ) COD เมษายน 2565
* **โครงการ HKP:** กำลังการผลิตติดตั้ง 1,400 MW (ก๊าซธรรมชาติ) COD ปี 2567-2568
* **โครงการ RCO ส่วนขยาย:** กำลังการผลิตไฟฟ้า 30 MW (ก๊าซธรรมชาติ) COD ปี 2565
* **โครงการ ECOWIN:** กำลังการผลิตติดตั้ง 29.7 MW (พลังงานลม) COD ปี 2565
* **โครงการ REN:** กำลังการผลิตติดตั้ง 12 MW (ก๊าซธรรมชาติ) COD ปี 2566
**โครงการลงทุน:**
* **ธุรกิจโรงพยาบาลใน สปป. ลาว:** ลงนามสัญญาซื้อหุ้นเพิ่มทุนใน BCIL สัดส่วน 9.91%
* **โรงไฟฟ้าพลังความร้อนในอินโดนีเซีย (Paiton):** เข้าซื้อหุ้น 45.515% ใน PT Paiton Energy และ Minejesa Capital B.V. และ 65% ใน IPM Asia Pte. Ltd.
* **บริษัทร่วมทุน Innopower:** จัดตั้งเพื่อยกระดับงานวิจัยและต่อยอดธุรกิจ
* **โครงการทางหลวงพิเศษ M6 และ M81:** ลงนามสัญญา O&M
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดในส่วนนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 126,765.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% จากสิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในร่วมค้าและบริษัทร่วม (12,098.76 ล้านบาท) การลงทุนใน PRINC (1,557.71 ล้านบาท) และการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (1,402.80 ล้านบาท)
**หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 58,674.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.7% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุจากการกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น (2,000 ล้านบาท และ 2,889.79 ล้านบาท ตามลำดับ) และเจ้าหนี้การค้าของ RG ที่เพิ่มขึ้น
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 68,091.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากการรับรู้กำไรสำหรับงวด 9 เดือน (5,648.81 ล้านบาท) และองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น (5,401.02 ล้านบาท) หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล
**กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 5,518.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานและรายการปรับปรุงสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน
* **กิจกรรมลงทุน:** มีเงินสดสุทธิใช้ไป 4,736.47 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการชำระเงินลงทุนในร่วมค้าและบริษัทร่วม (4,325.07 ล้านบาท) และการลงทุนใน PRINC (1,557.71 ล้านบาท)
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** มีเงินสดสุทธิใช้ไป 1,048.70 ล้านบาท เป็นผลจากการกู้ยืมระยะสั้นและยาว และการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น
**อัตราส่วนทางการเงิน:**
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** เพิ่มขึ้นจาก 1.26 เท่า เป็น 1.61 เท่า
* **อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 9.98% เป็น 11.69% (ข้อมูล 12 เดือน)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ทรงตัวที่ 0.86 เท่า
* **DSCR:** เพิ่มขึ้นจาก 2.24 เท่า เป็น 2.90 เท่า
## สรุปท้าย
RATCH ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง แต่ผลการดำเนินงานหลักยังคงทรงตัว โดยมีปัจจัยหนุนจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นในงวด 9 เดือน และการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ทั้งธุรกิจโรงพยาบาลและโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของ FX และความคืบหน้าของโครงการต่างๆ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RATCH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
9,502.18
ล้านบาท
↑ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,168.65
ล้านบาท
↑ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.30
%
กำไรสุทธิ
774.98
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.16
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9,502
↑ + 51.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,169
↑ + 12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
775
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RATCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
6.52
ROA (%)
5.21
Book Value/หุ้น
46.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RATCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+146
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,974
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RATCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
145.52
-103.26%
|
-4,461.80
-27.72%
|
-6,172.70
+95.48%
|
-3,157.70
+8.19%
|
-2,918.69
-140.03%
|
7,291.35
+30.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,973.55
-61.66%
|
23,404.14
+515.21%
|
3,804.27
-115.50%
|
-24,539.03
-764.29%
|
3,694.00
-133.85%
|
-10,913.20
+129.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-91.30
-99.31%
|
-13,267.78
+75.76%
|
-7,548.60
-350.64%
|
3,011.78
+56.51%
|
1,924.32
-43.82%
|
3,425.12
-146.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,311.53
+146.24%
|
3,375.32
-127.53%
|
-12,259.98
-51.73%
|
-25,401.16
-1,223.65%
|
2,260.60
-3,832.21%
|
-60.57
-99.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|
4,917.16
-57.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
14,253.25
+59.62%
|
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|