บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
29.50
0.25 (0.84%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงสาเหตุหลักเนื่องจากผลกระทบจาก FX ซึ่งทําให้กําไรลดลง ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สําหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 มีกําไรจํานวน 1,592.76 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 7.34 ล้านบาท
ในงวด 9 เดือนของปี 2564 ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย สําหรับงวด 9 เดือนของปี 2564 มีกําไรจํานวน 5,602.43 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 1,500.72 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทความสรุปผลประกอบการของ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (RATCH) สำหรับปี 2567 (ฉบับปรับปรุงล่าสุด)
บทความนี้สรุปผลประกอบการของ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (RATCH) สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 โดยเน้นที่รายได้ กำไร สินทรัพย์ หนี้สิน กระแสเงินสด ปัจจัยเสี่ยงและโอกาส รวมถึงภาพรวมการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในปี และความคืบหน้าโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
**1. สรุปรายได้รวม:**
ในปี 2567 RATCH มีรายได้รวม 42,203 ล้านบาท หากไม่รวมค่าเชื้อเพลิง (Pass-through) รายได้รวมลดลง 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ค่าขายไฟฟ้าในกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP เนื่องจากการปรับตัวลดลงของราคาค่าก๊าซเฉลี่ย
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 ขยายตัว 2.5% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน การอุปโภคภาครัฐบาล และการลงทุนภาครัฐ สศช. คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2568 จะขยายตัวในช่วง 2.3-3.3% คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ต่อปี โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังสามารถขยายตัวได้ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
ในปี 2567 RATCH มี EBITDA และกำไรที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เท่ากับ 15,906 ล้านบาท และ 6,222 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายได้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนหินกอง (HKH) ชุดที่ 1 ซึ่งเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 และรายได้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ Lincoln Gap (LG) ซึ่งเข้าซื้อกิจการตั้งแต่ 30 เมษายน 2567 ประกอบกับกลุ่มบริษัทฯ สามารถรักษาประสิทธิภาพและความพร้อมของโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
**(ไม่มีข้อมูล)**
**5. การเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินสด:**
**(ไม่มีข้อมูล)**
**6. ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน:**
**(ไม่มีข้อมูล)**
**7. สรุปสั้นท้ายสุด:**
RATCH ประสบความสำเร็จในการสร้างการเติบโตของกำไรในปี 2567 แม้เผชิญกับความท้าทายจากราคาเชื้อเพลิงที่ผันผวนและการแข่งขันในตลาดไฟฟ้าที่สูงขึ้น การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่และการรักษาประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถสร้างผลกำไรที่แข็งแกร่งได้
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีโครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลรักษาป่า เพื่อเพิ่มพื้นที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และส่งเสริมการศึกษาและวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) ในโครงการเสริมทักษะสร้างอาชีพใน สปป.ลาว บริษัทยังทบทวนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนให้ครอบคลุมตามหลัก UNGP
**8. รางวัลที่ได้รับในปี 2567:**
* รางวัล SET Awards ระดับ "ดีเลิศ"
* รางวัลเกียรติคุณการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 6
* รางวัลเชิดชูเกียรติ สาขาส่งเสริมและพัฒนาป่าชุมชน
* รางวัลระดับ "ดีเลิศ" ในการประเมินผลโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนต่อเนื่องเป็นปีที่ 9
* รางวัลคะแนนเต็มร้อยละ 100 ในการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
* The Asset ESG Corporate Awards 2024
* ประกาศนียบัตร ระดับ เกรด 2A จากการจัดการและติดตามสิ่งแวดล้อม ระยะปฏิบัติการ (EMP-07)
* รางวัล IJGlobal Awards 2024
* กรรมการผู้จัดการใหญ่ คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ ได้รับรางวัล “บุคคลแห่งปี”
* รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การเงิน คุณวดีริตน์ เจริญคุปต์ ได้รับรางวัล “บัญชีจุฬาฯดีเด่น”
**9. เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในปี 2567:**
* **HKH COD:** โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกอง ชุดที่ 1 (มี.ค. 67) และชุดที่ 2 (ม.ค. 68) เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์
* **LNG Import:** RATCH เริ่มนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็นครั้งแรก
* **Wind Farm PPA:** ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ Shell Energy สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector และ Crookwell 2 ในออสเตรเลีย
* **Paiton Acquisition:** บรรลุผลสำเร็จในการเข้าซื้อหุ้นเพื่อลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังความร้อน Paiton ในอินโดนีเซีย
* **Calabanga COD:** โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Calabanga ในฟิลิปปินส์ เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์
* **Green Bond:** ออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond)
* **REN Korat COD:** โรงไฟฟ้า R.E.N. Korat Energy เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์
* **Greengate Loan:** NEXIF ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ Greengate ในฟิลิปปินส์
* **Mt Emerald Operations:** ลงนามสัญญา Operations and Maintenance (O&M) โรงไฟฟ้า Mt Emerald ในออสเตรเลีย
**10. ความคืบหน้าโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567):**
* **โรงไฟฟ้า SPP ประเภท Cogeneration (ก๊าซธรรมชาติ) จ.ปทุมธานี:** สัดส่วนการถือหุ้น 40%, COD ไตรมาส 1 ปี 2568, ความคืบหน้า 96.25%
* **โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ (เวียดนาม):** สัดส่วนการถือหุ้น 46.22%, COD ปี 2568, ความคืบหน้า 82.17%
* **โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (ฟิลิปปินส์):** สัดส่วนการถือหุ้น 49%, COD ปี 2568, ความคืบหน้า 6.6%
* **โครงการผลิตและจำหน่าย Wood Pallet (สปป.ลาว):** สัดส่วนการถือหุ้น 25%, ความคืบหน้า 94.45%
* **โครงการรถไฟฟ้า (Monorail) สายศรีริช-เมืองทองธานี:** สัดส่วนการถือหุ้น 10%, งาน Civil Work คืบหน้า 82.13%, งานระบบรางคืบหน้า 72.91%
* **โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์):** สัดส่วนการถือหุ้น 10%, ออกแบบ ก่อสร้างและบำรุงรักษางานโยธาและงานระบบด่านเก็บค่าผ่านทาง (บางปะอิน-นครราชสีมา), COD ปี 2568, ความคืบหน้า 73.57% และ 79.74%
**11. การวิเคราะห์รายได้ (ปี 2567):**
* **รายได้จากการขายและการให้บริการ:** ลดลง 24.9% YoY, จาก 41,239 ล้านบาท ในปี 2566 เป็น 30,965 ล้านบาท ในปี 2567
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม/การร่วมค้า:** เพิ่มขึ้น 78.2% YoY, จาก 3,815 ล้านบาท ในปี 2566 เป็น 6,798 ล้านบาท ในปี 2567
* **อัตรากำไรขั้นต้น (โรงไฟฟ้า RATCH):** ปรับตัวสูงขึ้นจาก 17% ในปี 2566 เป็น 22% ในปี 2567 จากการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง แม้รายได้จะลดลงจากสัญญา SPP ฉบับใหม่กับ กฟผ. รวมทั้งราคาค่าก๊าซเฉลี่ย และค่า Ft ปรับตัวลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (โรงไฟฟ้า RG):** ปรับตัวสูงขึ้นจาก 21% ในปี 2566 เป็น 22% ในปี 2567 จากการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง แม้รายได้จะลดลงจากราคาค่าก๊าซเฉลี่ย และค่า Ft ปรับตัวลดลง
โดยรวมแล้ว ปี 2567 เป็นปีที่ RATCH ประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจ พัฒนาโครงการใหม่ และรักษาประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าเดิม ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง และยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RATCH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
9,502.18
ล้านบาท
↑ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,168.65
ล้านบาท
↑ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.30
%
กำไรสุทธิ
774.98
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.16
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9,502
↑ + 51.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,169
↑ + 12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
775
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RATCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
6.52
ROA (%)
5.21
Book Value/หุ้น
45.64
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RATCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+146
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,974
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RATCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
145.52
-103.26%
|
-4,461.80
-27.72%
|
-6,172.70
+95.48%
|
-3,157.70
+8.19%
|
-2,918.69
-140.03%
|
7,291.35
+30.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,973.55
-61.66%
|
23,404.14
+515.21%
|
3,804.27
-115.50%
|
-24,539.03
-764.29%
|
3,694.00
-133.85%
|
-10,913.20
+129.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-91.30
-99.31%
|
-13,267.78
+75.76%
|
-7,548.60
-350.64%
|
3,011.78
+56.51%
|
1,924.32
-43.82%
|
3,425.12
-146.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,311.53
+146.24%
|
3,375.32
-127.53%
|
-12,259.98
-51.73%
|
-25,401.16
-1,223.65%
|
2,260.60
-3,832.21%
|
-60.57
-99.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|
4,917.16
-57.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
14,253.25
+59.62%
|
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|