บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
37.00
+0.75 (+2.07%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงสาเหตุหลักเนื่องจากผลกระทบจาก FX ซึ่งทําให้กําไรลดลง ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สําหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 มีกําไรจํานวน 1,592.76 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 7.34 ล้านบาท
ในงวด 9 เดือนของปี 2564 ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย สําหรับงวด 9 เดือนของปี 2564 มีกําไรจํานวน 5,602.43 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 1,500.72 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=42624 out_tok=2987 at=2026-08-13T19:16:13 -->
RATCH Q2/2569: รายได้รวมโต 51.4% รับส่วนแบ่งกำไร PE-HPC หนุน แต่กำไรสุทธิหด YoY เหตุสิ้นสุด PPA RG
รายได้รวมของ RATCH ในไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 51.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้า PE และ HPC รวมถึงการเดินเครื่องที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มโรงไฟฟ้า SPPs อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นกลับลดลง 32.0% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ของโรงไฟฟ้า RG กับ กฟผ. ประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาทที่ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรจาก HPC และการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน PE
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ RATCH ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่งจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าหลักบางแห่งและการปรับตัวของราคาเชื้อเพลิง แต่ถูกหักล้างด้วยผลกระทบจากการสิ้นสุดสัญญา PPA ของโรงไฟฟ้า RG และปัจจัยค่าเงินบาทที่ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้รวมเติบโต QoQ และ YoY:**
* **QoQ:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 11.1% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก PE และ HPC ที่เพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องที่มากขึ้นตามแผนเรียกรับไฟฟ้า ประกอบกับการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนในไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ กลุ่มโรงไฟฟ้า SPPs ยังมีการเดินเครื่องเพิ่มขึ้นตามแผนเรียกรับไฟฟ้าจาก กฟผ. และความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น
* **YoY:** รายได้รวมเติบโตถึง 51.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก PE และ HPC ที่เพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องที่มากขึ้นตามแผนเรียกรับไฟฟ้า และกลุ่มโรงไฟฟ้า SPPs ที่เดินเครื่องเพิ่มขึ้นตามแผนเรียกรับไฟฟ้าจาก กฟผ. และความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม
* **ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้:** การเดินเครื่องที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้า PE, HPC และกลุ่ม SPPs เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้รวม
2. **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง YoY:**
* **YoY:** กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 32.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจาก:
* **การสิ้นสุดสัญญา PPA ของโรงไฟฟ้า RG:** โรงไฟฟ้า RG ได้สิ้นสุดสัญญา PPA กับ กฟผ. ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2568 ส่งผลให้รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **ผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า:** การแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสกุลเงินอ้างอิงในการคำนวณรายได้ค่าขายไฟฟ้า ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรจาก HPC ลดลง
* **การลดสัดส่วนการถือหุ้นใน PE:** บริษัทฯ ได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นใน PE จากเดิม 36.26% เป็น 31.26% ตาม Energy Transition Plan ทำให้ส่วนแบ่งกำไรจาก PE ลดลง
* **QoQ:** กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 14.0% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยบวกที่กล่าวถึงในส่วนของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น QoQ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
* **การเติบโตของรายได้รวม:** มีโอกาส **ต่อเนื่องในระดับหนึ่ง** จากการเดินเครื่องที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้า PE, HPC และกลุ่ม SPPs รวมถึงการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการสิ้นสุด PPA ของ RG จะยังคงมีอยู่ และการแข็งค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าที่อ้างอิงสกุลเงินต่างประเทศ
* **แรงกดดันต่อกำไรสุทธิ:** การสิ้นสุด PPA ของโรงไฟฟ้า RG เป็นปัจจัยถาวรที่จะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในระยะยาว การบริหารจัดการต้นทุนและแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ จะมีความสำคัญมากขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2569 เติบโต 51.4% YoY** แตะ 13,694 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการเดินเครื่องที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้า PE, HPC และกลุ่ม SPPs
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น Q2/2569 ลดลง 32.0% YoY** อยู่ที่ 1,400 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการสิ้นสุด PPA ของโรงไฟฟ้า RG และผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า
* **EBITDA Q2/2569 อยู่ที่ 3,868 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% QoQ** แต่ลดลง 10.9% YoY สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของรายได้และต้นทุนขาย
* **โครงการผลิตไฟฟ้าวนคร (NNEG) ส่วนขยาย กำลังการผลิต 28.75 MW เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว** ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569
* **บริษัทฯ ออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มูลค่า 3,500 ล้านบาท** เพื่อทดแทนเงินลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 13,694 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.4% YoY และ 11.1% QoQ โดยหากไม่รวมค่าเชื้อเพลิง (pass-through) รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.9% QoQ จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก PE และ HPC ที่เพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องตามแผน และกลุ่มโรงไฟฟ้า SPPs ที่เดินเครื่องเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้รวมลดลง 6.6% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการสิ้นสุด PPA ของโรงไฟฟ้า RG และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก HPC ที่ลดลงจากการแข็งค่าของเงินบาท รวมถึงการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน PE
EBITDA ในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 3,868 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% QoQ แต่ลดลง 10.9% YoY สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของรายได้และต้นทุนขาย
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% QoQ แต่ลดลง 32.0% YoY โดยกำไรปกติ (Normal Profit) อยู่ที่ 1,322 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเดินเครื่องเพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้า PE, HPC และกลุ่ม SPPs:** ช่วยหนุนรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น
* **การเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโครงการ NNEG ส่วนขยาย:** เพิ่มกำลังการผลิตและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
* **การออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม:** สะท้อนการให้ความสำคัญกับ ESG และการลงทุนในพลังงานทดแทน
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลกและการลงทุนด้าน Data Center:** เป็นปัจจัยสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม
## ความเสี่ยง
* **การสิ้นสุดสัญญา PPA ของโรงไฟฟ้า RG:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในระยะยาว
* **การแข็งค่าของสกุลเงินบาท:** ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าที่อ้างอิงสกุลเงินต่างประเทศ เช่น HPC
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้า:** นโยบายของภาครัฐในการลดค่าไฟฟ้าอาจกระทบต่อรายได้ของโรงไฟฟ้า SPP และ VSPP
* **ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาเชื้อเพลิง:** ความขัดแย้งระหว่างประเทศอาจส่งผลต่อราคาเชื้อเพลิงและ Supply Chain Disruption
* **การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี:** นวัตกรรมด้านพลังงานที่รวดเร็ว เช่น Smart Grid, Energy Storage อาจส่งผลต่อรูปแบบการแข่งขันและโอกาสการลงทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า PE, HPC และกลุ่ม SPPs:** เพื่อประเมินการเติบโตของรายได้และส่วนแบ่งกำไร
* **ผลกระทบจากการสิ้นสุด PPA ของ RG:** ติดตามการบริหารจัดการผลกระทบต่อรายได้และกำไรในระยะยาว
* **ทิศทางค่าเงินบาท:** ประเมินผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าต่างประเทศ
* **นโยบายค่าไฟฟ้าของภาครัฐ:** ติดตามความชัดเจนของนโยบายที่จะส่งผลต่อรายได้ของโรงไฟฟ้า SPP และ VSPP
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุนใหม่ๆ:** โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทนและโครงสร้างพื้นฐาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**รายได้จากการขายและการให้บริการ:** ในไตรมาส 2 ปี 2569 รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 10,646 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% QoQ และ 85.2% YoY โดยการเติบโต YoY ที่สูงนี้ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้าจากการสิ้นสุด PPA ของ RG อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ยังคงมีสัญญา PPA และมีการดำเนินงานปกติ เช่น HKP, RAC, RCO, RPE, RER พบว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้น QoQ จากการเดินเครื่องที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง
**ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม/การร่วมค้า:** ในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.9% QoQ แต่ลดลง 37.2% YoY การเติบโต QoQ มาจากการเดินเครื่องที่เพิ่มขึ้นของ PE และ HPC ในขณะที่การลดลง YoY เป็นผลมาจากการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน PE และผลกระทบจากค่าเงินบาทต่อ HPC
**ต้นทุนขาย:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 127.7% YoY และ 18.2% QoQ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้ต้นทุนขายของ HKP เต็มจำนวนหลังเปลี่ยนสถานะจากการร่วมค้าเป็นบริษัทย่อย และการเดินเครื่องที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าต่างๆ ประกอบกับราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น
**EBITDA:** แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่ EBITDA กลับลดลง 10.9% YoY เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะจาก HKP และผลกระทบจากการสิ้นสุด PPA ของ RG
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 3.2% จากสิ้นปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า, เงินลงทุนในบริษัทร่วม, สินทรัพย์ทางการเงิน และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 962 ล้านบาท
**หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 0.7% โดยมีปัจจัยหลักจากการออกหุ้นกู้ใหม่ 3,500 ล้านบาท ขณะที่เงินกู้ยืมสถาบันการเงินลดลงสุทธิ 3,797 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 6.3% จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น และองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากการแปลงค่างบการเงินและรายการอื่นๆ
**กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 4,902 ล้านบาท แต่เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 8,031 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน และการจ่ายเงินปันผล ขณะที่มีการรับเงินสดจากการออกหุ้นกู้ใหม่
## สรุปท้าย
RATCH ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นของโรงไฟฟ้าหลักบางแห่ง แต่กำไรสุทธิกลับได้รับแรงกดดันจากการสิ้นสุดสัญญา PPA ของโรงไฟฟ้า RG และผลกระทบจากค่าเงินบาท การบริหารจัดการต้นทุน การควบคุมค่าใช้จ่าย และการแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานทดแทนและโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่หลากหลาย ทั้งด้านนโยบาย ราคาเชื้อเพลิง และเทคโนโลยี
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RATCH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
9,502.18
ล้านบาท
↑ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,168.65
ล้านบาท
↑ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.30
%
กำไรสุทธิ
774.98
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.16
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9,502
↑ + 51.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,169
↑ + 12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
775
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RATCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
6.52
ROA (%)
5.21
Book Value/หุ้น
46.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RATCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+146
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,974
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RATCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
145.52
-103.26%
|
-4,461.80
-27.72%
|
-6,172.70
+95.48%
|
-3,157.70
+8.19%
|
-2,918.69
-140.03%
|
7,291.35
+30.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,973.55
-61.66%
|
23,404.14
+515.21%
|
3,804.27
-115.50%
|
-24,539.03
-764.29%
|
3,694.00
-133.85%
|
-10,913.20
+129.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-91.30
-99.31%
|
-13,267.78
+75.76%
|
-7,548.60
-350.64%
|
3,011.78
+56.51%
|
1,924.32
-43.82%
|
3,425.12
-146.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,311.53
+146.24%
|
3,375.32
-127.53%
|
-12,259.98
-51.73%
|
-25,401.16
-1,223.65%
|
2,260.60
-3,832.21%
|
-60.57
-99.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|
4,917.16
-57.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
14,253.25
+59.62%
|
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|