บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
37.00
+0.75 (+2.07%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงสาเหตุหลักเนื่องจากผลกระทบจาก FX ซึ่งทําให้กําไรลดลง ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สําหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 มีกําไรจํานวน 1,592.76 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 7.34 ล้านบาท
ในงวด 9 เดือนของปี 2564 ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย สําหรับงวด 9 เดือนของปี 2564 มีกําไรจํานวน 5,602.43 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 1,500.72 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15992 out_tok=2496 at=2026-07-26T01:23:52 -->
# RATCH กำไรสุทธิปี 64 พุ่ง 23.6% รับส่วนแบ่งกำไรโต - สรุป MD&A Q4/64
## รายได้รวมโต 12.1% รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม-กิจการที่เกี่ยวข้องกัน ขณะที่ต้นทุนเพิ่มตามราคาเชื้อเพลิง
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH รายงานผลการดำเนินงานปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 7,772.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.6% หรือ 1,485.34 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวม 44,293.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรสุทธิ RATCH ในปี 2564 คือ **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยหากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 26.5% หรือ 1,583.50 ล้านบาท จาก 5,982.23 ล้านบาท เป็น 7,565.73 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรมาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ:** ส่วนแบ่งกำไรจาก PNPC (โรงไฟฟ้าเซเปียน-เซน้าน้อย) และ SEAN (โรงไฟฟ้าพลังน้ำนากึม 2) เพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำที่สูงกว่าปีก่อน ส่งผลให้โรงไฟฟ้าเดินเครื่องได้มากขึ้น
* **โครงการ IPP:** ส่วนแบ่งกำไรจาก HPC เพิ่มขึ้นจากการที่โรงไฟฟ้ามีความพร้อมจ่ายและเดินเครื่องได้มากกว่าปีก่อน
* **การลงทุนใน FRD:** การเข้าซื้อหุ้นสามัญของ FRD เพิ่มเติมจนถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 90 ทำให้บริษัทฯ รับรู้กำไรจากการต่อรองราคาซื้อโรงไฟฟ้าพลังน้ำในอินโดนีเซียจำนวน 177.67 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำและ IPP ที่ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากธรรมชาติ (ปริมาณน้ำ) และการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในอนาคตจะขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อม เช่น ปริมาณน้ำ สภาพอากาศ และประสิทธิภาพการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า นอกจากนี้ การลงทุนใหม่ๆ ที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการในปี 2564 เช่น การเข้าซื้อหุ้นใน PT Paiton Energy (PE) และ Minejesa Capital B.V. (MCBV) ในอินโดนีเซีย รวมถึงการเข้าซื้อหุ้น SCG จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ:** 7,772.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.6% YoY
* **รายได้รวม:** 44,293.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% YoY
* **EBITDA:** 11,661.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.7% YoY
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า:** เพิ่มขึ้น 28.3% YoY เป็น 5,902.40 ล้านบาท
* **การลงทุนสำคัญในปี 2564:** การเข้าซื้อหุ้น BAFS, โรงไฟฟ้าพลังงานลม Yandin และ Collector ในออสเตรเลีย, โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อน Paiton ในอินโดนีเซีย, การลงทุนใน PRINC, การเข้าซื้อหุ้น SCG และการลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลที่ สปป.ลาว
* **โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง:** มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เช่น โรงไฟฟ้า RIAU (99.37%), รถไฟฟ้าสายสีชมพู (85.59% Civil Work), รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (90.60% Civil Work), โรงไฟฟ้า NRER (93.81%), โรงไฟฟ้าหินกอง (24.50%)
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 RATCH มีรายได้รวม 44,293.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% จาก 39,521.99 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม 36,720.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% ส่งผลให้ EBITDA อยู่ที่ 11,661.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.7% กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 7,772.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.6%
## โอกาส
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่ (New S-Curve):** การลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลที่ สปป.ลาว และการร่วมทุน Innopower เพื่อพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดธุรกิจเชิงพาณิชย์
* **โครงการโครงสร้างพื้นฐาน:** การร่วมลงทุนในโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M6 และ M81
* **การขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานน้ำในต่างประเทศ
* **การเข้าซื้อกิจการ:** การเข้าซื้อหุ้น SCG และการลงทุนใน PT Paiton Energy จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (FX):** แม้ในปี 2564 จะมีกำไรจาก FX แต่ความผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะจากหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศ
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และผลตอบแทน
* **ต้นทุนเชื้อเพลิง:** การเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิง โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง:** โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู/เหลือง ที่มีกำหนด COD ในปี 2566 และ 2565 ตามลำดับ
* **ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่เริ่ม COD ในปี 2565:** เช่น โรงไฟฟ้า RIAU และ NRER
* **ทิศทางราคาเชื้อเพลิง:** โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของโรงไฟฟ้าหลายแห่ง
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** โดยเฉพาะผลกระทบจากหนี้สินสกุลเงินเยนและเหรียญออสเตรเลีย
* **ความคืบหน้าการลงทุนในธุรกิจใหม่:** เช่น ธุรกิจโรงพยาบาล และ Innopower
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า:** เพิ่มขึ้น 11.3% โดย RG มีรายได้เพิ่มขึ้น 8.0% จากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น แม้ค่าความพร้อมจ่ายจะลดลง และโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้หมดสัญญา ส่วน RAC มีรายได้เพิ่มขึ้น 39.1% จากการเริ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector และ Mt. Emerald เดินเครื่องได้ดีขึ้น RCO เพิ่มขึ้น 7.4% จากการเดินเครื่องที่ดีขึ้นและราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น FRD และ SCG เริ่มรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อกิจการ
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** เพิ่มขึ้น 28.3% โดยโรงไฟฟ้าพลังน้ำ PNPC และ SEAN ได้รับอานิสงส์จากปริมาณน้ำที่สูงขึ้น และ HPC มีความพร้อมจ่ายและเดินเครื่องดีขึ้น
* **ต้นทุนขายและการให้บริการ:** เพิ่มขึ้น 9.6% โดยต้นทุนของ RG เพิ่มขึ้น 7.4% ตามราคาเชื้อเพลิง RAC เพิ่มขึ้น 20.5% จากการเริ่มเดินเครื่อง Collector RCO เพิ่มขึ้น 18.3% จากค่าซ่อมบำรุงและราคาเชื้อเพลิง SCG เริ่มรับรู้ต้นทุนจากการเข้าซื้อกิจการ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 20.4% จากการกู้ยืมเงินระยะยาวที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการลงทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 154,855.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.1% จากปีก่อนหน้า โดยมีเงินลงทุนในร่วมค้าและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นจากการชำระเงินลงทุนและรับรู้ส่วนแบ่งกำไร ที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อ SCG และลูกหนี้ตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อ FRD
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 77,045.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.3% จากปีก่อนหน้า โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนและการเข้าซื้อกิจการ รวมถึงเจ้าหนี้การค้าของ RG ที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 77,809.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.6% จากปีก่อนหน้า โดยหลักมาจากการรับรู้กำไรสำหรับปี และส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมที่เพิ่มขึ้น
* **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 7,153.57 ล้านบาท แต่ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 7,648.75 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในบริษัทย่อย การร่วมค้า และบริษัทร่วม รวมถึงการซื้ออาคารและอุปกรณ์ ขณะที่ได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 2,384.57 ล้านบาท โดยรวมทำให้เงินสดคงเหลือเพิ่มขึ้นสุทธิ 2,104.90 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ RATCH แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่นจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำและ IPP รวมถึงการรับรู้กำไรพิเศษจากการเข้าซื้อหุ้น FRD การลงทุนเชิงรุกในธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการเข้าซื้อกิจการสำคัญๆ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว แม้ว่าต้นทุนเชื้อเพลิงและอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แต่ภาพรวมการดำเนินงานและแผนการลงทุนยังคงแสดงถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RATCH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
9,502.18
ล้านบาท
↑ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,168.65
ล้านบาท
↑ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.30
%
กำไรสุทธิ
774.98
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.16
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9,502
↑ + 51.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,169
↑ + 12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
775
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RATCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
6.52
ROA (%)
5.21
Book Value/หุ้น
46.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RATCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+146
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,974
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RATCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
145.52
-103.26%
|
-4,461.80
-27.72%
|
-6,172.70
+95.48%
|
-3,157.70
+8.19%
|
-2,918.69
-140.03%
|
7,291.35
+30.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,973.55
-61.66%
|
23,404.14
+515.21%
|
3,804.27
-115.50%
|
-24,539.03
-764.29%
|
3,694.00
-133.85%
|
-10,913.20
+129.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-91.30
-99.31%
|
-13,267.78
+75.76%
|
-7,548.60
-350.64%
|
3,011.78
+56.51%
|
1,924.32
-43.82%
|
3,425.12
-146.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,311.53
+146.24%
|
3,375.32
-127.53%
|
-12,259.98
-51.73%
|
-25,401.16
-1,223.65%
|
2,260.60
-3,832.21%
|
-60.57
-99.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|
4,917.16
-57.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
14,253.25
+59.62%
|
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|