บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
37.00
+0.75 (+2.07%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงสาเหตุหลักเนื่องจากผลกระทบจาก FX ซึ่งทําให้กําไรลดลง ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สําหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 มีกําไรจํานวน 1,592.76 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 7.34 ล้านบาท
ในงวด 9 เดือนของปี 2564 ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย สําหรับงวด 9 เดือนของปี 2564 มีกําไรจํานวน 5,602.43 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 1,500.72 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=28755 out_tok=2443 at=2026-07-26T01:54:05 -->
# RATCH Q2/2566 กำไรสุทธิโต 47% QoQ รับอานิสงส์ต้นทุนก๊าซลด-FX หนุน
## รายได้รวมลดลง YoY แต่ EBITDA และกำไรสุทธิโตได้จากต้นทุนขายที่ลดลง และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 13,133 ล้านบาท ลดลง 28.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ EBITDA เติบโต 2.9% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 47% QoQ เป็น 2,125 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่ลดลงมากกว่ารายได้ที่ลดลง ประกอบกับมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาสนับสนุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RATCH ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ต้นทุนขายรวมลดลง 37.6% YoY แม้รายได้รวมจะลดลง 28.8% YoY ก็ตาม นอกจากนี้ **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX)** ที่เกิดขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ยังเข้ามาช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตโดดเด่นถึง 47% QoQ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนขายลดลง:** ปัจจัยหลักมาจากโรงไฟฟ้า RG (ราชบุรี) ที่มีต้นทุนขายลดลงอย่างมากถึง 52.4% YoY เนื่องจากปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลงตามแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. ประกอบกับการหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเครื่องที่ 3 นอกจากนี้ โรงไฟฟ้า RCO และ SCG มีต้นทุนขายลดลง QoQ และ YoY จากราคาค่าก๊าซเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง
* **กำไรจาก FX:** การอ่อนค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้มูลค่าหนี้สินสกุลเงินเยนของบริษัทฯ ลดลง ทำให้รับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยด้านต้นทุนขายที่ลดลงจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลงของโรงไฟฟ้า RG เป็นไปตามแผนการรับไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวตามรอบการซ่อมบำรุงและแผนการบริหารจัดการของ กฟผ. ส่วนปัจจัยด้านราคาค่าก๊าซที่ลดลงอาจมีแนวโน้มทรงตัวหรือผันผวนตามตลาดโลก ขณะที่กำไรจาก FX เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ปัจจัยเหล่านี้จึงมีลักษณะเป็นครั้งคราวมากกว่าที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **EBITDA เติบโต 2.9% YoY:** แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ EBITDA ยังคงเติบโตได้จาก 3,980 ล้านบาท เป็น 4,097 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นโต 47% QoQ:** จาก 1,448 ล้านบาท ใน Q1/2566 เป็น 2,125 ล้านบาท ใน Q2/2566
* **รับรู้รายได้และ EBITDA จากโรงไฟฟ้าใหม่:** เริ่มรับรู้รายได้และ EBITDA จากโรงไฟฟ้า LG1&2, SP และ CS รวมถึง RER ที่เปลี่ยนสถานะจากการร่วมค้าเป็นบริษัทย่อย
* **ต้นทุนขายลดลง 37.6% YoY:** เป็นผลจากการลดลงของปริมาณการขายไฟฟ้าของ RG และราคาค่าก๊าซที่ลดลงของ RCO และ SCG
* **กำไรจาก FX หนุนกำไรสุทธิ:** การอ่อนค่าของเงินเยนส่งผลให้รับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 13,133 ล้านบาท ลดลง 28.8% YoY สาเหตุหลักจากโรงไฟฟ้า RG ที่มีปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง และโรงไฟฟ้า RCO และ SCG ที่มีรายได้ลดลงตามราคาค่าก๊าซที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม EBITDA เติบโต 2.9% YoY เป็น 4,097 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 47% QoQ เป็น 2,125 ล้านบาท แต่ลดลง 3.2% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ต้นทุนขายที่ลดลงมากกว่ารายได้ และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 30,137 ล้านบาท ลดลง 17.9% YoY แต่ EBITDA เติบโต 11.8% YoY เป็น 7,798 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 5.4% YoY เป็น 3,573 ล้านบาท
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าใหม่:** การเริ่มรับรู้รายได้และ EBITDA จากโรงไฟฟ้า LG1&2, SP, CS และ RER ที่เข้าซื้อกิจการในช่วงปลายปี 2565 จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้และกำไรในอนาคต
* **การลงทุนในโครงการใหม่:** ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) ที่คืบหน้า 90.1% และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กาลาบังก้า ฟิลิปปินส์ ที่คาดว่าจะ COD ในปี 2567
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาอัตรากำไรได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและรายได้ของโรงไฟฟ้าบางแห่ง
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุนของบริษัทฯ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวกจาก FX แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า:** การหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้า RG และโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายไฟฟ้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาพลังงาน:** โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของโรงไฟฟ้า SPP
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุน:** โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) และโครงการในต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** การควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การเคลื่อนไหวของสกุลเงินต่างๆ ที่บริษัทฯ มีการลงทุน
* **การปรับค่า Ft:** การเปลี่ยนแปลงค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของโรงไฟฟ้าบางประเภท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า:** รายได้รวมลดลง YoY เป็น 10,397 ล้านบาท โดยโรงไฟฟ้า RG มีรายได้ลดลงมากถึง 51.6% YoY จากปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลงและหยุดซ่อมบำรุง ขณะที่โรงไฟฟ้า LG1&2, SP และ CS รวมถึง RER เริ่มรับรู้รายได้เข้ามาเสริม
* **EBITDA:** เติบโต 2.9% YoY เป็น 4,097 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง เนื่องจากต้นทุนขายลดลงมากกว่ารายได้ โดยเฉพาะต้นทุนก๊าซธรรมชาติ
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** ลดลง 31.2% YoY เป็น 1,323 ล้านบาท โดยโรงไฟฟ้าพลังน้ำมีส่วนแบ่งกำไรลดลงมากที่สุดจากการหยุดซ่อมบำรุงและปริมาณน้ำในเขื่อนลดลง
* **โครงการลงทุน:** โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองใกล้แล้วเสร็จ (งานระบบราง 99.60%) และโครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) คืบหน้า 90.1%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมลดลง 673 ล้านบาท จากการลดลงของลูกหนี้การค้า RG และลูกหนี้ตามสัญญาเช่า ขณะที่เงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น ส่วนหนี้สินรวมลดลง 3,343 ล้านบาท จากเจ้าหนี้การค้า RG ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการลงทุน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2,670 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีการจ่ายเงินปันผลไปแล้ว
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 3,579 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 2,465 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 2,767 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดคงเหลือลดลง 822 ล้านบาท จาก 34,341 ล้านบาท เป็น 33,519 ล้านบาท
## สรุปท้าย
RATCH ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง ประกอบกับปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้แม้รายได้รวมจะปรับลดลง แต่ EBITDA ยังคงเติบโตได้ และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ขับเคลื่อนกำไรในรอบนี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ และแนวโน้มราคาพลังงาน รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RATCH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
9,502.18
ล้านบาท
↑ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,168.65
ล้านบาท
↑ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.30
%
กำไรสุทธิ
774.98
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.16
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9,502
↑ + 51.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,169
↑ + 12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
775
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RATCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
6.52
ROA (%)
5.21
Book Value/หุ้น
46.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RATCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+146
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,974
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RATCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
145.52
-103.26%
|
-4,461.80
-27.72%
|
-6,172.70
+95.48%
|
-3,157.70
+8.19%
|
-2,918.69
-140.03%
|
7,291.35
+30.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,973.55
-61.66%
|
23,404.14
+515.21%
|
3,804.27
-115.50%
|
-24,539.03
-764.29%
|
3,694.00
-133.85%
|
-10,913.20
+129.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-91.30
-99.31%
|
-13,267.78
+75.76%
|
-7,548.60
-350.64%
|
3,011.78
+56.51%
|
1,924.32
-43.82%
|
3,425.12
-146.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,311.53
+146.24%
|
3,375.32
-127.53%
|
-12,259.98
-51.73%
|
-25,401.16
-1,223.65%
|
2,260.60
-3,832.21%
|
-60.57
-99.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|
4,917.16
-57.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
14,253.25
+59.62%
|
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|