บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
37.00
+0.75 (+2.07%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงสาเหตุหลักเนื่องจากผลกระทบจาก FX ซึ่งทําให้กําไรลดลง ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สําหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 มีกําไรจํานวน 1,592.76 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 7.34 ล้านบาท
ในงวด 9 เดือนของปี 2564 ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย สําหรับงวด 9 เดือนของปี 2564 มีกําไรจํานวน 5,602.43 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 1,500.72 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14450 out_tok=3026 at=2026-07-26T02:02:04 -->
# RATCH กำไรสุทธิ Q3/2566 หดตัว 47.4% รับผลกระทบซ่อมบำรุง HPC-ต้นทุนการเงินพุ่ง
## รายได้รวมลดลง 57.2% YoY แต่ EBITDA ทรงตัวเล็กน้อย ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากหยุดซ่อมบำรุง HPC และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 1,182 ล้านบาท ลดลง 47.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้าหงสา (HPC) และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม EBITDA ยังคงทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ RATCH ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (47.4% YoY) มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าหงสา (HPC) ที่ลดลง** เนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน และ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** จากการกู้ยืมเพื่อลงทุนและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แม้ว่ารายได้รวม (ไม่รวมค่าเชื้อเพลิง) จะลดลง 8.6% YoY แต่ EBITDA กลับลดลงเพียง 17.0% YoY ซึ่งสะท้อนว่าการดำเนินงานหลักยังคงมีเสถียรภาพ แต่ผลกระทบจากรายการข้างต้นส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การหยุดซ่อมบำรุง HPC:** โรงไฟฟ้าหงสา (HPC) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้า IPP ที่ RATCH ถือหุ้น 40% มีการหยุดเดินเครื่องหน่วยที่ 1 เพื่อซ่อมบำรุงตามแผนในช่วงไตรมาส 3/2566 ส่งผลให้รายได้ค่าความพร้อมจ่ายลดลง ซึ่งกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรที่ RATCH รับรู้โดยตรง นอกจากนี้ ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนลดลงในช่วงไตรมาส 2 ส่งผลต่อการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย (PNPC) ด้วย
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** บริษัทฯ มีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการลงทุนในโครงการต่างๆ ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้นถึง 71.8% YoY
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับผลกระทบจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า HPC คาดว่าจะเป็นลักษณะครั้งคราว เนื่องจากเป็นการซ่อมบำรุงตามแผนเพื่อรักษาประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว และเมื่อการซ่อมบำรุงแล้วเสร็จ โรงไฟฟ้าจะกลับมาเดินเครื่องได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอาจมีแนวโน้มต่อเนื่อง หากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง หรือบริษัทฯ มีการลงทุนในโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามีการกู้ยืมเพื่อใช้ในการลงทุนในโครงการต่างๆ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 47.4% YoY** อยู่ที่ 1,182 ล้านบาท (ก่อนผลกระทบ FX) โดย 9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิลดลง 21.8% YoY อยู่ที่ 4,612 ล้านบาท
* **EBITDA Q3/2566 ลดลง 17.0% YoY** อยู่ที่ 3,331 ล้านบาท แต่ **EBITDA 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 1.3% YoY** อยู่ที่ 11,128 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2566 ลดลง 57.2% YoY** อยู่ที่ 10,643 ล้านบาท (ไม่รวมค่าเชื้อเพลิงลดลง 8.6% YoY) แต่ **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 10.9% YoY** อยู่ที่ 40,781 ล้านบาท
* **เริ่มรับรู้รายได้และ EBITDA จากโรงไฟฟ้าใหม่** ได้แก่ LG1&2, SP, CS และ RER
* **โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ** ในเดือน ก.ค. 2566
* **โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ECOWIN ในเวียดนามเดินเครื่องเชิงพาณิชย์** ในเดือน ก.ย. 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 RATCH มีรายได้รวม 10,643 ล้านบาท ลดลง 57.2% YoY หากไม่รวมรายได้ค่าเชื้อเพลิง (pass-through) รายได้รวมลดลง 8.6% YoY สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก HPC ที่ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุง และรายได้ค่าขายไฟฟ้าของ RCO และ SCG ที่ลดลงตามราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม มีการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าใหม่ๆ เช่น LG1&2, SP, CS และ RER เข้ามาเสริม
EBITDA ในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 3,331 ล้านบาท ลดลง 17.0% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรจาก HPC ที่ลดลง แต่ได้รับการชดเชยจากการรับรู้ EBITDA จากโรงไฟฟ้าใหม่ๆ และการเพิ่มขึ้นของค่า Ft ของโรงไฟฟ้า SPP บางแห่ง
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 40,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% YoY จากการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าใหม่ๆ แม้จะมีส่วนแบ่งกำไรจาก HPC ลดลงก็ตาม ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 11,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% YoY จากปัจจัยที่คล้ายคลึงกัน
กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 1,182 ล้านบาท ลดลง 47.4% YoY และ 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 4,612 ล้านบาท ลดลง 21.8% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการหยุดซ่อมบำรุง HPC ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่ผันผวน
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าใหม่:** การเริ่มรับรู้รายได้และ EBITDA จากโรงไฟฟ้า LG1&2, SP, CS และ RER จะช่วยเสริมรายได้และกำไรในระยะยาว
* **โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู:** การเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและการคืบหน้าของโครงการสายสีชมพู จะสร้างรายได้และผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว
* **การลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน:** บริษัทฯ มีวิสัยทัศน์มุ่งเน้นการเป็นผู้นำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ยั่งยืน โดยมีกลยุทธ์ 3S (Strength-Synergy-Sustainability) ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2567 ที่จะขยายตัวสูงขึ้นจากการท่องเที่ยวและอุปสงค์ภายในประเทศ จะส่งผลดีต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าราคาเชื้อเพลิงจะลดลงในบางช่วง แต่ยังคงมีความผันผวนที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้ นอกจากนี้ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังส่งผลกระทบต่อกำไรจาก FX
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงาน:** การปรับลดค่า Ft ในช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2566 อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของโรงไฟฟ้าบางประเภท
* **การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า:** การหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้าหลัก เช่น HPC อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในแต่ละไตรมาส
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การกู้ยืมเพื่อลงทุนและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง:** ติดตามความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้า HKP, REN, Calabanga และ Song Giang 1 รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่มีกำหนด COD ในปี 2567
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** จับตาแนวโน้มต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
* **ผลกระทบจากค่า Ft:** ติดตามการประกาศค่า Ft ในช่วงถัดไป และผลกระทบต่อรายได้ของโรงไฟฟ้า SPP
* **การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าใหม่:** ติดตามผลการดำเนินงานและการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้า LG1&2, SP, CS และ RER
* **การบริหารจัดการ FX:** ติดตามผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** ราคาค่าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติปรับตัวลดลง YoY และ QoQ ส่งผลให้ RCO และ SCG ได้รับค่าเชื้อเพลิงลดลง แม้ว่าค่า Ft จะสูงขึ้นก็ตาม ส่วนราคาขายไฟฟ้าของ RAC ลดลง YoY เนื่องจากราคาขายไฟฟ้าในปี 2565 ปรับตัวสูงขึ้นผิดปกติจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในออสเตรเลียที่สูงขึ้น
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการขายไฟฟ้าของ RG ให้ กฟผ. ลดลง QoQ และ YoY เนื่องจากแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และการหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงตามแผน
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยลดลง QoQ และ YoY ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนขายของโรงไฟฟ้า RCO และ SCG
* **กำลังการผลิต:** มีการเริ่มรับรู้กำลังการผลิตและรายได้จากโรงไฟฟ้าใหม่ๆ เช่น LG1&2, SP, CS และ RER รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลม ECOWIN ในเวียดนามที่ COD แล้ว
* **โครงการลงทุน:** โครงการ HKP, REN, Calabanga, Song Giang 1 และรถไฟฟ้าสายสีชมพู อยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะทยอย COD ในปี 2567
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การปรับลดค่า Ft ในช่วงปลายปี 2566 อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของโรงไฟฟ้า SPP
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 3,650 ล้านบาท โดยมีเงินลงทุนในร่วมค้าและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรและปรับปรุง FX ขณะที่ลูกหนี้การค้าลดลง
หนี้สินรวมลดลง 2,228 ล้านบาท หลักๆ จากเจ้าหนี้การค้าที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการลงทุน และมูลค่าหนี้สินสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5,878 ล้านบาท จากการรับรู้กำไรสำหรับงวด 9 เดือน และองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น โดยมีการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นจำนวน 3,480 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 7,845 ล้านบาท แต่มีการใช้เงินสดสุทธิในกิจกรรมลงทุน 4,052 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 5,425 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นงวดอยู่ที่ 34,608 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
RATCH ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยชั่วคราวอย่างการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า HPC และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่า EBITDA จะยังคงทรงตัวได้จากการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ดีขึ้น การลงทุนในโครงการใหม่ๆ ที่กำลังก่อสร้างและการขยายสู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการ การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน และผลกระทบจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงกฎระเบียบด้านพลังงานที่จะส่งผลต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RATCH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
9,502.18
ล้านบาท
↑ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,168.65
ล้านบาท
↑ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.30
%
กำไรสุทธิ
774.98
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.16
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9,502
↑ + 51.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,169
↑ + 12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
775
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RATCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
6.52
ROA (%)
5.21
Book Value/หุ้น
46.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RATCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+146
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,974
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RATCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
145.52
-103.26%
|
-4,461.80
-27.72%
|
-6,172.70
+95.48%
|
-3,157.70
+8.19%
|
-2,918.69
-140.03%
|
7,291.35
+30.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,973.55
-61.66%
|
23,404.14
+515.21%
|
3,804.27
-115.50%
|
-24,539.03
-764.29%
|
3,694.00
-133.85%
|
-10,913.20
+129.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-91.30
-99.31%
|
-13,267.78
+75.76%
|
-7,548.60
-350.64%
|
3,011.78
+56.51%
|
1,924.32
-43.82%
|
3,425.12
-146.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,311.53
+146.24%
|
3,375.32
-127.53%
|
-12,259.98
-51.73%
|
-25,401.16
-1,223.65%
|
2,260.60
-3,832.21%
|
-60.57
-99.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|
4,917.16
-57.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
14,253.25
+59.62%
|
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|