บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
37.00
+0.75 (+2.07%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงสาเหตุหลักเนื่องจากผลกระทบจาก FX ซึ่งทําให้กําไรลดลง ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สําหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 มีกําไรจํานวน 1,592.76 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 7.34 ล้านบาท
ในงวด 9 เดือนของปี 2564 ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย สําหรับงวด 9 เดือนของปี 2564 มีกําไรจํานวน 5,602.43 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 1,500.72 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13450 out_tok=3708 at=2026-07-26T01:49:20 -->
RATCH กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 56.3% รับรายได้โรงไฟฟ้าหลัก-รับรู้ธุรกิจใหม่หนุน
ฝ่ายบริหาร RATCH เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 กำไรสุทธิพุ่ง 56.3% แตะ 2,248.23 ล้านบาท จาก 1,438.11 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้รวมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 134.5% เป็น 24,871.29 ล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนแรก กำไรสุทธิโต 6.6% อยู่ที่ 6,023.68 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RATCH ในไตรมาส 3 ปี 2565 และงวด 9 เดือนแรก คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้รวม** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ EBITDA และกำไรสุทธิ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากหลายส่วน ทั้งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าหลักที่เพิ่มขึ้น การรับรู้รายได้จากธุรกิจที่เข้าซื้อกิจการ และการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตราการเติบโตของรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2565 พุ่งสูงถึง 134.5% (YoY) และ 106.4% (YoY) ในงวด 9 เดือนแรก มาจากการ **เพิ่มขึ้นของรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า RG** ซึ่งเดินเครื่องมากกว่าปีก่อน ประกอบกับการ **รับรู้รายได้เต็มปีของ SCG และ FRD** ที่เข้าซื้อกิจการในปลายปี 2564 รวมถึง **การรับรู้รายได้ค่าขายไฟฟ้าของ RAC** จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector ที่เริ่ม COD ในเดือนมิถุนายน 2564 นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะจาก HPC และ PNPC
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า RG เกิดจากการเดินเครื่องด้วยก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเตา และน้ำมันดีเซลมากกว่าปีก่อน ตามแผนการเรียกรับไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประกอบกับราคาค่าเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่รายได้ค่าความพร้อมจ่ายลดลงเล็กน้อยตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า การรับรู้รายได้ของ SCG และ FRD เกิดจากการเข้าซื้อหุ้นในไตรมาส 4 ปี 2564 ทำให้รับรู้รายได้เต็มงวดในปีนี้ สำหรับ RAC การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ และราคาค่าขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในออสเตรเลีย ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก HPC มาจากการที่โรงไฟฟ้ามีรายได้ค่าความพร้อมจ่ายมากกว่าปีก่อน เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนในปี 2564 และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น สำหรับ PNPC ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน แต่โรงไฟฟ้าเดินเครื่องน้อยลงเนื่องจากระดับน้ำลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ปัจจัยที่ส่งผลดีต่อรายได้ในไตรมาสนี้ **มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง** โดยเฉพาะการรับรู้รายได้จาก SCG และ FRD ที่จะต่อเนื่องไป ส่วนการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า RG ขึ้นอยู่กับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และราคาเชื้อเพลิง ซึ่งมีความผันผวนตามสถานการณ์ตลาดโลก สำหรับ RAC การเติบโตของราคาค่าขายไฟฟ้าอาจมีปัจจัยฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนแบ่งกำไรจาก HPC และ PNPC จะขึ้นอยู่กับปัจจัยการผลิตและอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนของ NNEG จากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 56.3% YoY** แตะ 2,248.23 ล้านบาท จาก 1,438.11 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/65 โตแรง 134.5% YoY** แตะ 24,871.29 ล้านบาท จาก 10,606.65 ล้านบาท
* **EBITDA Q3/65 เพิ่ม 48.0% YoY** อยู่ที่ 4,010.86 ล้านบาท จาก 2,710.74 ล้านบาท
* **รับรู้รายได้เต็มปีจาก SCG และ FRD** ที่เข้าซื้อกิจการปลายปี 2564 และ **RAC เดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector** หนุนรายได้
* **ส่วนแบ่งกำไรจาก HPC และ PNPC เพิ่มขึ้น** ขณะที่ NNEG มีส่วนแบ่งขาดทุนจากราคาเชื้อเพลิงสูง
* **การลงทุนใน NEJV** มูลค่า 605 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คาดสร้างความมั่นคงทางรายได้และผลตอบแทนระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 24,871.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า RG จากปริมาณการเดินเครื่องที่มากขึ้นและราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น รวมถึงการรับรู้รายได้ของ SCG และ FRD จากการเข้าซื้อหุ้นเมื่อปลายปี 2564 และการรับรู้รายได้ค่าขายไฟฟ้าของ RAC จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ประกอบกับราคาค่าขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
ต้นทุนขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 147.7% เป็น 22,327.94 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า RG ที่มากขึ้นและราคาค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น รวมถึงการรับรู้ต้นทุนของ SCG และ RAC
EBITDA ในไตรมาส 3 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 48.0% เป็น 4,010.86 ล้านบาท แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้รวมและการรับรู้ EBITDA ของ SCG และ FRD เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ EBITDA เติบโต
กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 56.3% เป็น 2,248.23 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจาก EBITDA ที่เพิ่มขึ้น แม้ต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้จะเพิ่มขึ้น โดยต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้ต้นทุนของ FRD และ SCG รวมถึงการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมเงินกู้เดิมของ FRD จากการ Refinance ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 61,570.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106.4% และมีกำไรสุทธิ 6,023.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% โดย EBITDA เพิ่มขึ้น 30.9% เป็น 10,985.49 ล้านบาท
## โอกาส
* **การลงทุนใน Nexif Energy Joint Venture (NEJV):** การเข้าซื้อหุ้น 100% ใน NEJV มูลค่า 605 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอธุรกิจพลังงานทดแทนและโรงไฟฟ้าอื่นๆ ในภูมิภาค รวมถึงมีโครงการที่มีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอด ซึ่งคาดว่าจะสร้างความมั่นคงทางรายได้และผลตอบแทนระยะยาว
* **โครงการโรงไฟฟ้าใหม่:** ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าต่างๆ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและเหลือง, โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP), โครงการโรงไฟฟ้า RCO ส่วนขยาย, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Thanh Phong (ECOWIN) และโครงการโรงไฟฟ้า REN ที่ทยอย COD ในช่วงปี 2566-2568 จะเป็นแหล่งรายได้และกำไรในอนาคต
* **การฟื้นตัวของภาคธุรกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ส่งผลให้ปริมาณเที่ยวบินและปริมาณการเติมน้ำมันของ BAFS เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
* **การขยายการลงทุนใน สปป.ลาว:** การจัดตั้งบริษัท Sekong Investment Advisory Co., Ltd (SIA) เพื่อสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกอง 4A และ 4B เป็นการขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาค
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** ราคาค่าเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและการให้บริการ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก เช่น NNEG ซึ่งส่งผลต่อ margin
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทฯ มีการรับรู้ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งกำไรและขาดทุน ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรสุทธิ เช่น การรับรู้ขาดทุนจากสกุลเงินเหรียญออสเตรเลียในไตรมาส 3/65
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม:** การดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจมีต้นทุนหรือข้อจำกัดเพิ่มเติม
* **ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า:** การหยุดเดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษาหรือซ่อมบำรุงตามแผน หรือเหตุสุดวิสัย อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและรายได้ เช่น โรงไฟฟ้า Asahan-1 ที่หยุดเดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษา
* **การเปลี่ยนแปลงของ PPA และสัญญา:** การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) หรือสัญญาอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และผลกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเชื้อเพลิง:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิง โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและกำไรของโรงไฟฟ้า RG, RCO และ NNEG
* **ความต้องการใช้ไฟฟ้า:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะส่งผลต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะกระทบต่อปริมาณการผลิตและราคาขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าต่างๆ
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุนใหม่:** การก่อสร้างและ COD ของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ที่อยู่ในแผน เช่น HKP, Thanh Phong, REN จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **ผลการดำเนินงานของ NEJV:** การเข้าซื้อกิจการ NEJV จะเป็นอย่างไร และจะสามารถสร้างผลตอบแทนตามที่คาดหวังได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** กลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
* **การปรับขึ้นค่า Ft:** ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า (Ft) ต่อรายได้และกำไรของโรงไฟฟ้า SPP
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity/ASP:** ราคาค่าเชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติ) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้ของโรงไฟฟ้า RG ที่เดินเครื่องมากขึ้น แต่ก็เพิ่มต้นทุนขายเช่นกัน สำหรับโรงไฟฟ้า SPP เช่น NNEG ได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ทำให้ margin ลดลง แม้จะมีการปรับค่า Ft ขึ้นก็ตาม ราคาค่าขายไฟฟ้าของ RAC ในออสเตรเลียปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
**ปริมาณขาย-ผลิต:** โรงไฟฟ้า RG มีปริมาณการเดินเครื่องด้วยก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเตา และน้ำมันดีเซลมากกว่าปีก่อนตามแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. โรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector ของ RAC เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ทำให้ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น โรงไฟฟ้าพลังน้ำ Asahan-1 (FRD) เดินเครื่องน้อยลงเนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุง และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ PNPC เดินเครื่องน้อยลงเนื่องจากระดับน้ำลดลง
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงต่อหน่วยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่เพิ่มต้นทุนขายและการให้บริการ
**กำลังการผลิต:** บริษัทฯ มีกำลังการผลิตรวมที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนา รวมประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ หลังจากการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Nexif
**โครงการลงทุน:** มีโครงการสำคัญที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและเหลือง, โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP), โครงการโรงไฟฟ้า RCO ส่วนขยาย, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Thanh Phong (ECOWIN) และโครงการโรงไฟฟ้า REN ซึ่งคาดว่าจะทยอย COD ในช่วงปี 2566-2568
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร MD&A ฉบับนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 203,248.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 132.6% เป็น 58,878.69 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 25,465.21 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน 24,998.00 ล้านบาท และเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 10,784.22 ล้านบาท
**หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 12.5% เป็น 87,490.67 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าของ RG เพิ่มขึ้น 6,653.24 ล้านบาท และหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 3,566.10 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 46.0% เป็น 115,757.97 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน 24,998.00 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวด 9 เดือน 6,023.68 ล้านบาท
**กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 5,378.11 ล้านบาท เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน 26.64 ล้านบาท และเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 19,993.70 ล้านบาท โดยเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 25,465.21 ล้านบาท มาจากการเพิ่มทุนเป็นหลัก
**อัตราส่วนทางการเงิน:** อัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจาก 1.61 เท่า เป็น 2.59 เท่า อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.86 เท่า เป็น 0.76 เท่า แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ RATCH ในไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีหัวใจกำไรมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมจากการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าหลักที่มากขึ้น การรับรู้รายได้เต็มปีจากธุรกิจที่เข้าซื้อกิจการ และการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ แม้จะเผชิญกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายไฟฟ้า รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น ก็ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ การลงทุนใน NEJV และความคืบหน้าของโครงการต่างๆ เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงด้านราคาเชื้อเพลิงและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RATCH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
9,502.18
ล้านบาท
↑ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,168.65
ล้านบาท
↑ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.30
%
กำไรสุทธิ
774.98
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.16
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9,502
↑ + 51.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,169
↑ + 12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
775
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RATCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
6.52
ROA (%)
5.21
Book Value/หุ้น
46.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RATCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+146
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,974
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RATCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
145.52
-103.26%
|
-4,461.80
-27.72%
|
-6,172.70
+95.48%
|
-3,157.70
+8.19%
|
-2,918.69
-140.03%
|
7,291.35
+30.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,973.55
-61.66%
|
23,404.14
+515.21%
|
3,804.27
-115.50%
|
-24,539.03
-764.29%
|
3,694.00
-133.85%
|
-10,913.20
+129.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-91.30
-99.31%
|
-13,267.78
+75.76%
|
-7,548.60
-350.64%
|
3,011.78
+56.51%
|
1,924.32
-43.82%
|
3,425.12
-146.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,311.53
+146.24%
|
3,375.32
-127.53%
|
-12,259.98
-51.73%
|
-25,401.16
-1,223.65%
|
2,260.60
-3,832.21%
|
-60.57
-99.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|
4,917.16
-57.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
14,253.25
+59.62%
|
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|