บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
37.00
+0.75 (+2.07%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงสาเหตุหลักเนื่องจากผลกระทบจาก FX ซึ่งทําให้กําไรลดลง ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สําหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 มีกําไรจํานวน 1,592.76 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 7.34 ล้านบาท
ในงวด 9 เดือนของปี 2564 ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย สําหรับงวด 9 เดือนของปี 2564 มีกําไรจํานวน 5,602.43 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 1,500.72 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14358 out_tok=2719 at=2026-07-27T11:56:06 -->
# RATCH กำไร Q2/64 พุ่ง 97.6% รับส่วนแบ่งกำไรบุกโครงการใหม่
## ส่วนแบ่งกำไรจากร่วมค้า-บริษัทร่วมโตเด่น ขณะที่ฝ่ายจัดการเดินหน้าลงทุนโครงการพลังงานลม-ความร้อนในต่างประเทศ
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 2,122.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 97.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานความร้อนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจกำไรของ RATCH ในไตรมาส 2 ปี 2564 มาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 145.1%** โดยเฉพาะจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (IPP) และการเข้าร่วมลงทุนในกองทุนพลังงานใหม่ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นพุ่งสูงขึ้นถึง 97.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (IPP):** ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ HPC และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ PNPC และ SEAN เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปริมาณน้ำที่สูงกว่าปีก่อน ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น
* **การลงทุนใหม่:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าร่วมลงทุนในกองทุน An Binh Energy and Infrastructure Fund (ABEIF) ซึ่งเริ่มเข้ามาตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 และการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Thanh Phong (ECOWIN) ที่เวียดนาม ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้น 51% และคาดว่าจะ COD ในปี 2564
* **การบริหารจัดการโรงไฟฟ้า:** โรงไฟฟ้าบางแห่งมีการหยุดเดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษาตามแผนในปี 2563 ทำให้ฐานเปรียบเทียบในปี 2564 มีการเดินเครื่องและผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากปัจจัยบวกจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ได้รับอานิสงส์จากปริมาณน้ำที่สูง และการทยอยรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น ABEIF และ ECOWIN นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังคงมีแผนการลงทุนเชิงรุกในโครงการพลังงานหมุนเวียนและโครงสร้างพื้นฐานในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น Q2/64 พุ่ง 97.6% YoY** มาอยู่ที่ 2,122.84 ล้านบาท (EPS 1.46 บาท)
* **EBITDA Q2/64 เพิ่มขึ้น 57.3% YoY** แตะ 3,031.36 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากร่วมค้าและบริษัทร่วม Q2/64 โต 145.1% YoY** เป็น 1,600.02 ล้านบาท โดยเฉพาะจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
* **รายได้รวม Q2/64 เพิ่มขึ้น 9.8% YoY** เป็น 10,516.14 ล้านบาท
* **เดินหน้าลงทุนโครงการใหม่:** เริ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector ในออสเตรเลีย, ลงนามสัญญาลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม, เข้าลงทุนใน PRINC และลงนามสัญญาลงทุนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนในอินโดนีเซีย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 10,516.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและการให้บริการของ RAC (ออสเตรเลีย) ที่โรงไฟฟ้า Kemerton และ Townsville เดินเครื่องมากขึ้น และโรงไฟฟ้า Collector เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า โดยเฉพาะจากโครงการ IPP และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 8,326.66 ล้านบาท ลดลง 7.9% โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของต้นทุนขายของ RG เนื่องจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงลดลง และการรับรู้ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอนุพันธ์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่งผลให้ EBITDA ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 3,031.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.3% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 97.6% เป็น 2,122.84 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 19,217.47 ล้านบาท ลดลง 7.5% โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ค่าขายไฟฟ้าของ RG ที่ลดลงจากการบำรุงรักษาตามแผน และรายได้ตามสัญญาเช่าที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 41.2% ประกอบกับการลดลงของภาษีเงินได้ และผลกระทบเชิงบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ทำให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 72.9% เป็น 4,210.70 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายการลงทุนในต่างประเทศ:** การเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนในอินโดนีเซีย จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์
* **การเติบโตของพลังงานหมุนเวียน:** การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector ในออสเตรเลียที่เริ่มเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมอื่นๆ จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต
* **การลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาล:** การเข้าลงทุนใน PRINC สะท้อนการกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโต
* **โครงการโครงสร้างพื้นฐาน:** โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะ COD ในปี 2565 จะสร้างรายได้จากสัญญาเช่าในระยะยาว
* **การสนับสนุนทางการเงินเพื่อความยั่งยืน:** การลงนามสัญญาเงินกู้ Sustainable Loan จาก IFC สะท้อนความมุ่งมั่นด้าน ESG และช่วยสนับสนุนการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (FX):** ผลประกอบการได้รับผลกระทบจากความผันผวนของสกุลเงินต่างๆ โดยเฉพาะการอ่อนค่าของสกุลเงินออสเตรเลียต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาส 2 ปี 2564 ส่งผลให้ขาดทุนจาก FX
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม:** การดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและการดำเนินงาน
* **ความเสี่ยงด้านการก่อสร้างและพัฒนาโครงการ:** โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เช่น โรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) อาจมีความล่าช้าหรือต้นทุนบานปลายได้
* **ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ต้นทุนเชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติ, ถ่านหิน) เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการ COD ของโครงการใหม่:** โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า RIAU (ตุลาคม 2564), โรงไฟฟ้าพลังงานลม Thanh Phong (ECOWIN) (ปี 2564), โรงไฟฟ้า NRER (เมษายน 2565), โรงไฟฟ้า RCO ส่วนขยาย (ปี 2565) และโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) (ปี 2567-2568)
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของสกุลเงินต่างๆ
* **ความคืบหน้าการลงทุนใน PRINC:** การดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลภายใต้การบริหารของ PRINC
* **การดำเนินการตามแผนการเพิ่มทุน (PPO):** เพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต
* **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการใหม่ในอินโดนีเซีย:** ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2565
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **กำลังการผลิต:** โรงไฟฟ้า Collector ในออสเตรเลียเริ่มเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตแล้ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ในระยะยาว
* **PPA:** โครงการใหม่ๆ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนในอินโดนีเซีย มี PPA ระยะยาว ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้
* **ต้นทุนเชื้อเพลิง:** ต้นทุนขายของ RG ลดลงจากการลดลงของต้นทุนค่าเชื้อเพลิง และการบำรุงรักษาตามแผน ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรของโรงไฟฟ้าดังกล่าว
* **การบริหารจัดการโรงไฟฟ้า:** การหยุดเดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษาตามแผนของโรงไฟฟ้าบางแห่งในปี 2563 ส่งผลให้ปี 2564 มีการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 123,232.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% จากสิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วม (8,352.18 ล้านบาท) จากการชำระเงินลงทุนและรับรู้ส่วนแบ่งกำไร รวมถึงการเข้าลงทุนใน PRINC (1,557.71 ล้านบาท)
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 10.7% เป็น 57,118.07 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงิน และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 9.2% เป็น 66,114.63 ล้านบาท จากกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือน และองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนสำหรับ 6 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 4,245.24 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการชำระเงินลงทุนในร่วมค้าและบริษัทร่วม และการเข้าลงทุนใน PRINC
## สรุปท้าย
RATCH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตเกือบเท่าตัว จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำและโครงการลงทุนใหม่ๆ ในต่างประเทศ ขณะที่การเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector ในออสเตรเลียและการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ สะท้อนโอกาสการเติบโตในอนาคต แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและปัจจัยด้านกฎระเบียบ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและแผนการลงทุนที่ชัดเจนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการของบริษัทฯ ในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RATCH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
9,502.18
ล้านบาท
↑ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,168.65
ล้านบาท
↑ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.30
%
กำไรสุทธิ
774.98
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.16
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9,502
↑ + 51.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,169
↑ + 12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
775
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RATCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
6.52
ROA (%)
5.21
Book Value/หุ้น
46.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RATCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+146
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,974
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RATCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
145.52
-103.26%
|
-4,461.80
-27.72%
|
-6,172.70
+95.48%
|
-3,157.70
+8.19%
|
-2,918.69
-140.03%
|
7,291.35
+30.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,973.55
-61.66%
|
23,404.14
+515.21%
|
3,804.27
-115.50%
|
-24,539.03
-764.29%
|
3,694.00
-133.85%
|
-10,913.20
+129.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-91.30
-99.31%
|
-13,267.78
+75.76%
|
-7,548.60
-350.64%
|
3,011.78
+56.51%
|
1,924.32
-43.82%
|
3,425.12
-146.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,311.53
+146.24%
|
3,375.32
-127.53%
|
-12,259.98
-51.73%
|
-25,401.16
-1,223.65%
|
2,260.60
-3,832.21%
|
-60.57
-99.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|
4,917.16
-57.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
14,253.25
+59.62%
|
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|