บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
37.00
+0.75 (+2.07%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงสาเหตุหลักเนื่องจากผลกระทบจาก FX ซึ่งทําให้กําไรลดลง ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สําหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 มีกําไรจํานวน 1,592.76 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 7.34 ล้านบาท
ในงวด 9 เดือนของปี 2564 ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย สําหรับงวด 9 เดือนของปี 2564 มีกําไรจํานวน 5,602.43 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 1,500.72 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12206 out_tok=2937 at=2026-07-26T01:35:17 -->
# RATCH กำไรสุทธิ Q1/65 ดิ่ง 24.4% รับผลกระทบรายการบัญชีพิเศษ
## รายได้รวมพุ่ง 109.7% จากโรงไฟฟ้าใหม่-รับรู้กิจการที่ซื้อมา แต่กำไรสุทธิหดเหตุบันทึกภาษีรอตัดบัญชี-ค่าธรรมเนียมเงินกู้
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 109.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าใหม่และการรับรู้รายได้จากกิจการที่เข้าซื้อมา อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลง 24.4% ซึ่งเป็นผลมาจากรายการทางบัญชีที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ RATCH ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลง 24.4% มาอยู่ที่ 1,579.36 ล้านบาท (จาก 2,087.86 ล้านบาทในปีก่อน) มาจาก **รายการทางบัญชีที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (Non-recurring items)** สองรายการหลัก ได้แก่ การตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมเงินกู้เดิมจากการ Refinance จำนวน 225.73 ล้านบาท และการบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีของบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย (FRD) จำนวน 337.70 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองรายการนี้ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ แต่ไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมเงินกู้:** การ Refinance หนี้สินของ FRD แม้จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและขยายระยะเวลาชำระคืน แต่ก็ส่งผลให้ต้องมีการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมเงินกู้เดิมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่รับรู้ในงวดนี้
* **ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี:** การบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีของ FRD เกิดจากการปรับอัตราภาษีเงินได้ของบริษัทย่อยในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ต้องรับรู้ตามมาตรฐานบัญชี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยทั้งสองรายการที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในไตรมาสนี้มีลักษณะเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time event) และไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในระยะยาว การ Refinance หนี้สินเป็นการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่น ส่วนการบันทึกภาษีรอตัดบัญชีเป็นการปรับปรุงตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในลักษณะเดียวกันในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมพุ่ง 109.7% YoY:** แตะ 18,249.67 ล้านบาท จาก 8,701.32 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิลดลง 24.4% YoY:** อยู่ที่ 1,579.36 ล้านบาท จาก 2,087.86 ล้านบาท
* **EBITDA เติบโต 13.0% YoY:** อยู่ที่ 2,994.65 ล้านบาท จาก 2,650.04 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 96.7% YoY:** เป็น 808.32 ล้านบาท จาก 411.04 ล้านบาท
* **ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 20.42 ล้านบาท เป็น 468.57 ล้านบาท
* **โรงไฟฟ้า Riau (อินโดนีเซีย) เริ่ม COD:** เมื่อ 10 ก.พ. 65
* **ลงทุนธุรกิจโรงพยาบาล:** ลงนามสัญญาร่วมทุนในโรงพยาบาลพริ้นซ์สกลนคร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 RATCH มีรายได้รวม 18,249.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109.7% จาก 8,701.32 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ค่าพลังงานไฟฟ้าของ RG ที่เพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องด้วยเชื้อเพลิงที่หลากหลายตามแผน กฟผ. และรายได้ค่าขายไฟฟ้าของ RAC ที่เพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector รวมถึงการรับรู้รายได้ของ SCG และ FRD จากการเข้าซื้อกิจการ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 153.9% เป็น 15,494.42 ล้านบาท จาก 6,103.17 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเดินเครื่องที่เพิ่มขึ้นและราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก ส่งผลให้ EBITDA เติบโต 13.0% เป็น 2,994.65 ล้านบาท
สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,579.36 ล้านบาท ลดลง 24.4% จาก 2,087.86 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมเงินกู้เดิมจากการ Refinance จำนวน 225.73 ล้านบาท และการบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีของ FRD จำนวน 337.70 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด
## โอกาส
* **การเดินเครื่องโรงไฟฟ้าใหม่:** โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม Riau ในอินโดนีเซียเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว ซึ่งจะสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การเข้าลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนภายใต้ชื่อโรงพยาบาลพริ้นซ์สกลนคร เป็นการกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพ
* **โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง:** โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง, โรงไฟฟ้า NRER, HKP, RCO, ECOWIN และ REN มีความคืบหน้าตามแผน ซึ่งจะทยอย COD และสร้างรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ราคาเชื้อเพลิงผันผวน:** ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นจากราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ตลาดโลกเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะรับรู้กำไรจาก FX แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **การหยุดเดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษา:** โรงไฟฟ้า HPC มีการหยุดเดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษาตามแผน ซึ่งส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ IPP
* **ระดับน้ำต่ำ:** โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ SEAN เดินเครื่องน้อยลงจากระดับน้ำที่ต่ำกว่าปีก่อน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง:** ติดตามความคืบหน้าและกำหนด COD ของโครงการรถไฟฟ้าและโรงไฟฟ้าต่างๆ
* **แนวโน้มราคาเชื้อเพลิง:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติ, น้ำมันเตา, น้ำมันดีเซล) จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า
* **การรับรู้รายได้จากกิจการที่ซื้อมา:** ติดตามผลการดำเนินงานของ SCG และ FRD หลังจากการเข้าซื้อกิจการ
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การ Refinance หนี้สินและการบริหารจัดการดอกเบี้ยจ่าย
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของสกุลเงินต่างๆ ที่บริษัทฯ มีการลงทุนหรือกู้ยืม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**รายได้จากการขายและการให้บริการ** เติบโตอย่างก้าวกระโดด 145.4% มาอยู่ที่ 16,182.43 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจาก:
* **RG:** รายได้ค่าพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องด้วยเชื้อเพลิงที่หลากหลายตามแผน กฟผ.
* **SCG และ FRD:** รับรู้รายได้จากการเข้าซื้อกิจการ โดย SCG มีรายได้เพิ่มจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และ FRD มีรายได้เพิ่มจากการเดินเครื่องที่มากขึ้น
* **RCO:** รายได้เพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องมากกว่าปีก่อนและราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **RAC:** รายได้เพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector และการเดินเครื่องที่มากขึ้นของโรงไฟฟ้า Kemerton และ Townsville
**ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/การร่วมค้า** ลดลง 16.0% มาอยู่ที่ 1,186.27 ล้านบาท โดยหลักมาจาก:
* **โครงการ IPP:** ส่วนแบ่งกำไรลดลงเนื่องจาก HPC หยุดเดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษา
* **โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ:** ส่วนแบ่งกำไรลดลงเนื่องจาก SEAN เดินเครื่องน้อยลงจากระดับน้ำที่ต่ำ
**ต้นทุนขายและการให้บริการ** เพิ่มขึ้น 153.9% มาอยู่ที่ 15,494.42 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจาก:
* **RG:** ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องตามแผน กฟผ. และราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **SCG:** ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการและราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **RCO:** ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **RAC:** ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม Collector
**ต้นทุนทางการเงิน** เพิ่มขึ้น 96.7% เป็น 808.32 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงินที่เพิ่มขึ้น การรับรู้ต้นทุนทางการเงินของ SCG และ FRD รวมถึงการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมเงินกู้เดิมของ FRD จากการ Refinance
**ภาษีเงินได้** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็น 468.57 ล้านบาท จาก 20.42 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากการนำขาดทุนสะสมของ RG มาใช้เครดิตภาษีในปี 2564 และการบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีของ FRD
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 155,216.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า
หนี้สินรวมลดลง 3.4% เป็น 74,431.37 ล้านบาท จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ของ RG และเจ้าหนี้การค้าที่ลดลง แม้จะมีการกู้ยืมเงินสุทธิเพิ่มขึ้นจาก FRD, RHIS และ SCG
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.8% เป็น 80,785.32 ล้านบาท จากการรับรู้กำไรสุทธิในไตรมาส 1 และองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,787.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4.9% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการดำเนินงานที่ทำให้เงินสดเพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 1,839.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน โดยหลักมาจากการรับเงินสุทธิในสินทรัพย์ทางการเงินและการรับเงินปันผล
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 1,475.76 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ของ RG และการจ่ายดอกเบี้ย แม้จะมีการกู้ยืมเงินเพิ่ม
## สรุปท้าย
RATCH ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการขยายธุรกิจและการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าใหม่ แต่กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากรายการทางบัญชีพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงและต้นทุนทางการเงินจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ขณะที่การลงทุนในธุรกิจใหม่และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในอนาคตที่น่าจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RATCH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
9,502.18
ล้านบาท
↑ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,168.65
ล้านบาท
↑ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.30
%
กำไรสุทธิ
774.98
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.16
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9,502
↑ + 51.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,169
↑ + 12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
775
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RATCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
6.52
ROA (%)
5.21
Book Value/หุ้น
46.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RATCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+146
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,974
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RATCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
145.52
-103.26%
|
-4,461.80
-27.72%
|
-6,172.70
+95.48%
|
-3,157.70
+8.19%
|
-2,918.69
-140.03%
|
7,291.35
+30.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,973.55
-61.66%
|
23,404.14
+515.21%
|
3,804.27
-115.50%
|
-24,539.03
-764.29%
|
3,694.00
-133.85%
|
-10,913.20
+129.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-91.30
-99.31%
|
-13,267.78
+75.76%
|
-7,548.60
-350.64%
|
3,011.78
+56.51%
|
1,924.32
-43.82%
|
3,425.12
-146.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,311.53
+146.24%
|
3,375.32
-127.53%
|
-12,259.98
-51.73%
|
-25,401.16
-1,223.65%
|
2,260.60
-3,832.21%
|
-60.57
-99.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|
4,917.16
-57.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
14,253.25
+59.62%
|
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|