บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
29.50
0.25 (0.84%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงสาเหตุหลักเนื่องจากผลกระทบจาก FX ซึ่งทําให้กําไรลดลง ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สําหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 มีกําไรจํานวน 1,592.76 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 7.34 ล้านบาท
ในงวด 9 เดือนของปี 2564 ทั้งนี้หากไม่รวมผลกระทบจาก FX ผลการดําเนินงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย สําหรับงวด 9 เดือนของปี 2564 มีกําไรจํานวน 5,602.43 ล้านบาท คิดเป็นกําไรที่เพิ่มขึ้นจํานวน 1,500.72 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการของ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (RATCH) ไตรมาส 3 ปี 2567
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (RATCH) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2567 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 11,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ลดลง 0.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ อยู่ที่ 1,658 ล้านบาท การเติบโตนี้เกิดจากปัจจัยสำคัญหลายประการ เช่น การเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนาม และการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศออสเตรเลีย รวมถึงการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กาลาบังก้า ฟิลิปปินส์ ในเดือนสิงหาคม 2567 และโรงไฟฟ้าอาร์ อี เอ็น โคราช เอนเนอร์ยี่ ในเดือนกันยายน 2567
สถานการณ์เศรษฐกิจในไตรมาส 3 ปี 2567 มีทั้งปัจจัยบวกและลบ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่าเศรษฐกิจไทยโดยรวมอยู่ในทิศทางขยายตัว แต่ชะลอลงในเดือนกันยายนจากการส่งออกสินค้าที่ลดลง และการบริโภคภาคเอกชนที่ลดลง อย่างไรก็ตาม รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับตัวดีขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐยังคงขยายตัว ในด้านราคาพลังงาน EIA คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ปี 2567 และจะเริ่มสมดุลในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จากการขยายกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และกลุ่ม Non-OPEC
การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไรของ RATCH เกิดจากปัจจัยหลายด้าน รายได้ค่าขายไฟฟ้าในกลุ่มโรงไฟฟ้าลดลงจากราคาค่าก๊าซเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง ในขณะที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเครื่องที่ 1 ของ RATCH หยุดช่อมบำรุงรักษาตามแผนระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม - 15 ตุลาคม 2567 ทำให้รายได้ลดลง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนาม และประเทศออสเตรเลีย รวมถึงการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กาลาบังก้า ฟิลิปปินส์ และโรงไฟฟ้าอาร์ อี เอ็น โคราช เอนเนอร์ยี่
สินทรัพย์และหนี้สินของ RATCH มีการเปลี่ยนแปลงตามการลงทุนในโครงการใหม่ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานลม และการขยายกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าเดิม นอกจากนี้ การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ เช่น ไฮโดรเจนสีเขียว ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อฐานะการเงินของบริษัท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน และแสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของ RATCH ในไตรมาส 3 ปี 2567 RATCH ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่อกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จำนวน 4,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและโครงการพลังงานหมุนเวียน
การไหลของเงินสดของ RATCH เกิดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการเงิน การจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการใหม่ การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ และการชำระหนี้ ล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการไหลของเงินสด
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญของ RATCH ได้แก่ ความผันผวนของราคาทรัพยากร ความไม่แน่นอนของตลาด และการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงาน ในขณะที่โอกาสในการลงทุน ได้แก่ การขยายแหล่งทรัพยากรใหม่ การพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรม และการเติบโตของตลาดพลังงานทดแทน
อนาคตของการลงทุนใน RATCH น่าสนใจ เนื่องจากบริษัทฯ มุ่งเน้นการเติบโตในตลาดพลังงานทดแทน การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ไฮโดรเจนสีเขียว และการจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยรวมแล้ว RATCH มีความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในอนาคต
นอกจากนี้ RATCH มีการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมหินกอง (HIKP) โดยรับรู้รายได้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าชุดที่ 1 ที่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหงสา (HPC) ซึ่งมีการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
**สรุปสั้นท้ายสุด:** RATCH มีรายได้และกำไรที่เติบโตในไตรมาส 3 ปี 2567 โดยปัจจัยสำคัญคือการลงทุนในโครงการพลังงานลมใหม่ รวมถึงการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กาลาบังก้า ฟิลิปปินส์ และโรงไฟฟ้าอาร์ อี เอ็น โคราช เอนเนอร์ยี่ แม้ว่าจะมีความผันผวนจากราคาเชื้อเพลิง แต่ RATCH มีความแข็งแกร่งทางการเงินและกำลังดำเนินการจัดการความเสี่ยง รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตอย่างยั่งยืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RATCH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
9,502.18
ล้านบาท
↑ 51.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,168.65
ล้านบาท
↑ 12.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.30
%
กำไรสุทธิ
774.98
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.16
%
D/E Ratio
1.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9,502
↑ + 51.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,169
↑ + 12.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
775
↑ + 20.8%
YoY
D/E Ratio
1.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RATCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.21
ROE (%)
6.52
ROA (%)
5.21
Book Value/หุ้น
45.64
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RATCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+146
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,974
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RATCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
145.52
-103.26%
|
-4,461.80
-27.72%
|
-6,172.70
+95.48%
|
-3,157.70
+8.19%
|
-2,918.69
-140.03%
|
7,291.35
+30.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8,973.55
-61.66%
|
23,404.14
+515.21%
|
3,804.27
-115.50%
|
-24,539.03
-764.29%
|
3,694.00
-133.85%
|
-10,913.20
+129.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-91.30
-99.31%
|
-13,267.78
+75.76%
|
-7,548.60
-350.64%
|
3,011.78
+56.51%
|
1,924.32
-43.82%
|
3,425.12
-146.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8,311.53
+146.24%
|
3,375.32
-127.53%
|
-12,259.98
-51.73%
|
-25,401.16
-1,223.65%
|
2,260.60
-3,832.21%
|
-60.57
-99.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|
4,917.16
-57.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
14,253.25
+59.62%
|
8,929.52
-62.10%
|
23,563.04
-31.39%
|
34,341.17
+393.30%
|
6,961.49
+43.34%
|
4,856.59
-1.23%
|