บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.82
0.01 (1.20%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12203 out_tok=2845 at=2026-07-25T22:19:40 -->
# NVD พลิกกำไร 408 ล้านบาทปี 64 รับอานิสงส์ขายที่ดิน-ปรับโครงสร้างสินทรัพย์
## รายได้-กำไร NVD ฟื้นตัวชัดเจนปี 2564 หลังเผชิญโควิด-19 ระลอกเดลต้า ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งปรับโครงสร้างสินทรัพย์เพื่อสร้างสมดุลทางการเงิน
บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NVD รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 408 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 51 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีรายได้รวม 3,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน แม้จะเผชิญความท้าทายจากการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าที่ส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างในไตรมาส 3/2564 แต่บริษัทสามารถทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog และได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ รวมถึงการขายที่ดินบางส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ NVD พลิกกลับมามีกำไรในปี 2564 มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การรับรู้กำไรจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และการบริหารจัดการที่ดินรอการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ
ประการแรก การเปลี่ยนประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (ศรีนครินทร์ - ร่มเกล้า) จากเดิมที่เคยเป็นต้นทุนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ มาเป็นการถือครองเพื่อหาประโยชน์จากรายได้ค่าเช่าหรือการเพิ่มมูลค่าในอนาคต (อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน) โดยบริษัทได้บันทึกที่ดินดังกล่าวด้วยมูลค่ายุติธรรม และรับรู้ส่วนต่างระหว่างราคาต้นทุนกับมูลค่าที่ประเมินใหม่เป็นกำไรจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมจำนวน 799.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลบวกต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
ประการที่สอง บริษัทได้เร่งดำเนินการตามกลยุทธ์การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือและที่ดินรอการพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยในปี 2564 ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 3 แปลง เพื่อนำเงินไปซื้อที่ดินแปลงใหม่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น รวมถึงการกระจายทำเลที่ดินเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน แม้ว่าการขายที่ดินบางส่วนจะส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง แต่การบริหารจัดการนี้ช่วยปรับโครงสร้างสินทรัพย์และหนี้สินให้สมดุลมากขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** กำไรจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในปี 2564 ดังนั้นจึงไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในลักษณะเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการที่ดินรอการพัฒนาและการปรับโครงสร้างสินทรัพย์เป็นกลยุทธ์หลักที่ฝ่ายจัดการมุ่งเน้น ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการในระยะยาวได้
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** ปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนของเจ้าของบริษัทใหญ่ 408 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 51 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมเติบโต 24%:** รายได้รวมอยู่ที่ 3,022 ล้านบาท มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 24% และรายได้จากสัญญาก่อสร้าง 22%
* **กำไรพิเศษจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์:** รับรู้กำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 799.4 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง:** อยู่ที่ 20% จาก 33% ในปีก่อน โดยอัตรากำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงเหลือ 21% จาก 33%
* **ปรับโครงสร้างสินทรัพย์:** มีการขายที่ดิน 3 แปลง และซื้อที่ดินใหม่ 2 แปลง เพื่อเน้นการพัฒนาโครงการแนวราบและกระจายทำเล
* **หนี้สินรวมลดลง 6%:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,404 ล้านบาท จาก 7,906 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ขณะที่ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 9%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 NVD มีรายได้รวม 3,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 24% และรายได้จากสัญญาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 22% การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายที่ดินตามแผนกลยุทธ์ และการเติบโตของรายได้จากโครงการแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยวในโครงการเนอวานา บียอนด์พระรามสอง และเนอวานา อิลิเม้นท์บางนา รวมถึงทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิส อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายคอนโดมิเนียมลดลง 26% เนื่องจากข้อจำกัดการเดินทางของลูกค้าต่างชาติ
ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 43% เป็น 2,408 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 33% ในปี 2563 เป็น 20% ในปี 2564 โดยอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการขายที่ดินบางส่วนเพื่อปรับโครงสร้างสินทรัพย์ และการแข่งขันด้านราคาในปี 2563 เพื่อสร้างรายได้ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากสัญญาก่อสร้างปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 6% สอดคล้องกับรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 22% เนื่องจากการตั้งสำรองมูลค่าสุทธิของวัตถุดิบและสินค้าคงเหลือสำหรับงานก่อสร้างโรงแรมที่มัลดีฟส์ที่ชะลอตัว ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 39% จากการที่ไม่สามารถบันทึกต้นทุนทางการเงินบางส่วนเป็นต้นทุนการพัฒนาโครงการได้
กำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 447 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 21 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายที่ดินและการปรับโครงสร้างการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการลงทุน
## โอกาส
* **ศักยภาพทำเลกรุงเทพตะวันออก:** การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมในโซนกรุงเทพตะวันออก เช่น ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีเหลือง จะช่วยเพิ่มมูลค่าและศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
* **ความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบและโฮมออฟฟิส:** เทรนด์ "New-normal" ยังคงส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบและโฮมออฟฟิสมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อน้อยกว่า
* **การบริหารจัดการที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ:** การปรับโครงสร้างสินทรัพย์และการขายที่ดินที่ไม่ใช่จุดแข็งออกไป เพื่อนำเงินไปลงทุนในที่ดินที่มีศักยภาพสูงขึ้น จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในอนาคต
* **การรับงานก่อสร้าง:** การรับงานก่อสร้างสำหรับลูกค้าองค์กรภายนอกช่วยลดความผันผวนของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ และเพิ่มการใช้กำลังการผลิตของโรงงาน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การระบาดของโควิด-19 และปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคยังคงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **ข้อจำกัดการเดินทางของลูกค้าต่างชาติ:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะโครงการที่เน้นลูกค้าต่างชาติ
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น:** ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโครงการ
* **การชะลอตัวของโครงการลงทุนในต่างประเทศ:** การลงทุนก่อสร้างโรงแรมที่มัลดีฟส์ที่ชะลอตัวจากการระบาดของโควิด-19 อาจส่งผลต่อการตั้งสำรองค่าใช้จ่าย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ติดตามความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูง
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** กลยุทธ์การพัฒนาโครงการใหม่ โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่บริษัทมุ่งเน้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้าง:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะราคาวัสดุที่ผันผวน
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การปรับโครงสร้างหนี้และการบริหารต้นทุนทางการเงิน
* **สถานการณ์การระบาดของโควิด-19:** ผลกระทบต่อการดำเนินงานและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์:** ในปี 2564 รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 24% โดยรายได้แนวราบปรับตัวดีขึ้น 6% จากโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิส ในขณะที่รายได้แนวสูงลดลง 26% จากผลกระทบของลูกค้าต่างชาติที่ไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้
**ยอดขายรอโอน (Backlog):** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog โดยตรง แต่ระบุว่าบริษัททยอยรับรู้รายได้จาก Backlog ที่สะสมตั้งแต่ต้นปี
**การเปิดโครงการใหม่:** มีการกล่าวถึงการซื้อที่ดินแปลงใหม่เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดโครงการใหม่ที่จะเปิดตัว
**ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 45% และต้นทุนการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 24% ซึ่งส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
**อัตรากำไรโครงการ:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงจาก 33% เป็น 21% เนื่องจากปัจจัยด้านการขายที่ดินและการแข่งขันด้านราคาในปี 2563
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 สินทรัพย์รวมของ NVD อยู่ที่ 12,587 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.4% โดยมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ การขายที่ดินบางส่วนและการซื้อที่ดินใหม่ ทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ลดลง และที่ดินรอการพัฒนาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้นจากการปรับประเภทสินทรัพย์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,404 ล้านบาท ลดลง 6% จากปีก่อน โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิลดลง 41% จากการชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้บางส่วน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.7 เท่า เป็น 1.4 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.5 เท่า เป็น 1.2 เท่า
อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 2.7 เท่า เป็น 2.0 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
NVD สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิในปี 2564 ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และการบริหารจัดการที่ดินรอการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ แม้รายได้รวมจะเติบโตขึ้น แต่กำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวลดลงจากการขายที่ดินเพื่อปรับโครงสร้างสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับโครงสร้างงบดุล โดยการลดหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลงอย่างมีนัยสำคัญ การจับตาการรับรู้รายได้จาก Backlog การเปิดตัวโครงการใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้าง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินผลประกอบการของ NVD ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NVD ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
996.33
ล้านบาท
↑ 65.7% YoY
กำไรขั้นต้น
255.89
ล้านบาท
↑ 123.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.68
%
กำไรสุทธิ
126.87
ล้านบาท
↑ 126.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.73
%
D/E Ratio
1.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
996
↑ + 65.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
256
↑ + 123.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
127
↑ + 126.6%
YoY
D/E Ratio
1.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NVD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.67
ROE (%)
2.91
ROA (%)
2.30
Book Value/หุ้น
3.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NVD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+944
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NVD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
944.34
+32.52%
|
712.62
+124.02%
|
318.11
-128.09%
|
-1,132.30
+12.14%
|
-1,009.73
+257.22%
|
-282.66
-37.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-24.80
-57.26%
|
-58.02
-124.01%
|
241.66
-269.85%
|
-142.28
-481.75%
|
37.27
-186.90%
|
-42.89
-76.91%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-99.23
-85.04%
|
-663.31
+17.41%
|
-564.95
-132.54%
|
1,736.25
+196.19%
|
586.20
-1,489.10%
|
-42.20
-93.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
108.53
-60.04%
|
271.60
+2.95%
|
263.83
-4,165.18%
|
-6.49
-98.29%
|
-380.57
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
33.24
-86.95%
|
254.72
-13.79%
|
295.48
+181.87%
|
104.83
-23.46%
|
136.97
-63.14%
|
371.56
-66.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
113.70
+242.06%
|
33.24
-86.95%
|
254.72
-13.79%
|
295.48
+181.87%
|
104.83
-23.46%
|
136.97
-63.14%
|