บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.82
0.01 (1.20%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10934 out_tok=3080 at=2026-07-25T23:31:48 -->
# NVD Q3/2564 ขาดทุนสุทธิ 125 ล้านบาท รายได้วูบ 44% เหตุโควิดกระทบงานก่อสร้าง-ยอดโอน
## รายได้-กำไรทรุดหนักจากโควิดกระทบงานก่อสร้างและกำลังซื้อลูกค้าต่างชาติ ขณะที่การปรับโครงสร้างสินทรัพย์ช่วยลดค่าใช้จ่ายบริหาร
บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NVD รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 654 ล้านบาท ลดลง 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขาดทุนสุทธิ 125 ล้านบาท เทียบกับกำไร 66 ล้านบาทในปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้งานก่อสร้างหยุดชะงัก และลูกค้าต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามาโอนกรรมสิทธิ์ได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ NVD ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม และผลกระทบจากการหยุดชะงักของงานก่อสร้าง**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในไตรมาส 3 ส่งผลให้รัฐบาลสั่งปิดบ้านพักคนงานผู้รับเหมา ทำให้งานก่อสร้างหยุดชะงัก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งมอบบ้านและโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากข้อจำกัดในการเดินทางเข้า-ออกประเทศ ทำให้ลูกค้าชาวต่างชาติซึ่งเป็นลูกค้าหลักของโครงการบันยันทรี เรสซิเดนท์ ริเวอร์ไซด์ ไม่สามารถเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมโครงการและโอนกรรมสิทธิ์ได้ นอกจากนี้ โครงการ theMOST อิสสระภาพ ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยระยะยาว ก็ประสบปัญหาการเลื่อนโอนกรรมสิทธิ์เช่นกัน
ในส่วนของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์แนวราบ แม้จะมีการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ภาพรวมยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวม ส่วนรายได้จากสัญญาก่อสร้างก็ปรับตัวลดลงเล็กน้อยเช่นกัน เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าพื้นที่ก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ โดยการขายที่ดินที่ยังไม่พัฒนาบางส่วน ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายบริหารในไตรมาสนี้ลดลงอย่างมาก เนื่องจากมีการบันทึกกลับรายการค่าเผื่อมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับจากการขายที่ดินในไตรมาสก่อน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์โควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดประเทศและการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมของบริษัท หากสถานการณ์คลี่คลายและมีการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง อาจเห็นการฟื้นตัวของรายได้ในส่วนนี้ได้ แต่หากยังคงมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 44% YoY:** อยู่ที่ 654 ล้านบาท จาก 1,161 ล้านบาทในปีก่อน และลดลง 18% QoQ
* **ขาดทุนสุทธิ 125 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 66 ล้านบาทในปีก่อน และขาดทุนเพิ่มขึ้นจาก 4 ล้านบาทในไตรมาสก่อน
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 46% YoY:** โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ได้รับผลกระทบหนักจากการจำกัดการเดินทางของลูกค้าต่างชาติ
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** เหลือเพียง 3% จาก 34% ในปีก่อน และ 35% ในไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากการขายที่ดินที่ให้อัตรากำไรต่ำ
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 63% YoY:** จากการบันทึกกลับรายการค่าเผื่อมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับจากการขายที่ดิน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 86% YoY:** จากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย และการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
NVD รายงานรายได้รวมในไตรมาส 3/2564 จำนวน 654 ล้านบาท ลดลง 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 18% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 46% YoY และรายได้จากสัญญาก่อสร้างลดลง 4% YoY สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 มีรายได้รวม 2,189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY แต่กลับมีผลขาดทุนสุทธิ 88 ล้านบาท เทียบกับกำไร 25 ล้านบาทในปีก่อน
อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 3% ลดลงอย่างมากจาก 34% ในปีก่อน และ 35% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการขายที่ดินบางส่วนที่ให้อัตรากำไรต่ำกว่าปกติ
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 11% QoQ สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 82% QoQ และ 63% YoY เนื่องจากมีการบันทึกกลับรายการค่าเผื่อมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับจากการขายที่ดินในไตรมาสก่อน
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 59% QoQ และ 86% YoY เนื่องจากจำนวนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น
ส่งผลให้กำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับไตรมาส 3/2564 ขาดทุน 123 ล้านบาท เทียบกับกำไร 123 ล้านบาทในปีก่อน และกำไร 9 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** บริษัทยังคงมี Backlog จากงานก่อสร้างบ้านสั่งสร้างมูลค่าประมาณ 82 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาสถัดไป
* **การพัฒนาโครงการแนวราบ:** โครงการบ้านเดี่ยวในโครงการเนอวานา บียอนด์ พระรามสอง, โครงการเนอวานา อิลิเม้นท์ บางนา ทาวน์โฮม, โครงการเนอวานา ดีฟายน์ ศรีนครินทร์-พระราม 9 และโฮมออฟฟิสในโครงการเนอวานา แอดเวิร์ค รามอินทรา ยังคงมีการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง
* **ศักยภาพที่ดินใหม่:** การรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณร่มเกล้า ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ และที่ดินที่รอการพัฒนาอีกกว่า 77 ไร่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าและสนามบินสุวรรณภูมิ อาจเป็นโอกาสในการพัฒนาโครงการในอนาคต
* **การรับจ้างก่อสร้าง:** การรับจ้างก่อสร้างให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่นและอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย ช่วยลดความผันผวนของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของโควิด-19:** ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน การหยุดชะงักของงานก่อสร้าง และกำลังซื้อของลูกค้า
* **ข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายโครงการคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติ
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยสูงขึ้น
* **ความผันผวนของอัตรากำไรขั้นต้น:** การขายสินทรัพย์บางประเภทที่ให้อัตรากำไรต่ำอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรโดยรวม
* **การพึ่งพิงลูกค้าต่างชาติ:** ในโครงการคอนโดมิเนียมบางแห่ง ทำให้มีความเสี่ยงหากการเดินทางระหว่างประเทศยังคงถูกจำกัด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:** จะส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินงานและการฟื้นตัวของธุรกิจ
* **แนวโน้มการเดินทางระหว่างประเทศ:** การผ่อนคลายมาตรการจะส่งผลดีต่อยอดขายโครงการคอนโดมิเนียม
* **แผนการพัฒนาโครงการใหม่:** โดยเฉพาะที่ดินแปลงใหม่บริเวณร่มเกล้า และที่ดินรอการพัฒนาอื่นๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog งานก่อสร้าง:** เพื่อประเมินกระแสเงินสดที่จะเข้ามาในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ยอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer):** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โดยรวมลดลง 46% YoY โดยรายได้จากแนวราบเพิ่มขึ้น 33% QoQ และ 15% YoY จากโครงการเนอวานา บียอนด์ พระรามสอง, เนอวานา อิลิเม้นท์ บางนา ทาวน์โฮม, เนอวานา ดีฟายน์ ศรีนครินทร์-พระราม 9 และเนอวานา แอดเวิร์ค รามอินทรา อย่างไรก็ตาม รายได้จากคอนโดมิเนียมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 91% YoY และ 75% QoQ จากโครงการบันยันทรี เรสซิเดนท์ ริเวอร์ไซด์ และ theMOST อิสสระภาพ เนื่องจากข้อจำกัดการเดินทางของลูกค้าต่างชาติและบุคลากรทางการแพทย์
**Presale:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Presale โดยตรง แต่ระบุว่ายอดขายยังคงมีการรับรู้รายได้แม้ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย
**Backlog:** มี Backlog จากงานก่อสร้างบ้านสั่งสร้างมูลค่าประมาณ 82 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาสถัดไป
**อัตรากำไรโครงการ (Project Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงอย่างมากเหลือ 3% จาก 34% YoY สาเหตุหลักมาจากการขายที่ดินบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบางรักใหญ่ ซึ่งให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าปกติ อัตรากำไรขั้นต้นของส่วนงานขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงเหลือ 2% จาก 35% YoY
**รายได้ค่าเช่า (Rental Yield):** ไม่ปรากฏข้อมูลในเอกสาร
**ต้นทุนก่อสร้าง (Construction Cost):** ต้นทุนการก่อสร้างลดลง 3% YoY และ 8% QoQ
**D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.5 เท่า ลดลงจาก 1.7 เท่า ณ สิ้นปี 2563
**กระแสเงินสดจากโครงการ (Project Cash Flow):** ไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่การลดลงของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 528 ล้านบาท มาจากการชำระคืนเงินกู้ค่าที่ดินและการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าภายในไตรมาส ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการกระแสเงินสดที่ดีในส่วนของการชำระหนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 11,868 ล้านบาท ลดลง 6% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของต้นทุนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,186 ล้านบาท ลดลง 9% จากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง 667 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการชำระคืนเงินกู้ค่าที่ดินและหุ้นกู้บางส่วน รวมถึงการปลอดชำระคืนเงินกู้ในโครงการจากการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้า
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.5 เท่า ลดลงจาก 2.7 เท่า ณ สิ้นปี 2563
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.5 เท่า ลดลงจาก 1.7 เท่า ณ สิ้นปี 2563 บ่งชี้ถึงการปรับโครงสร้างงบดุลที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
NVD เผชิญกับผลประกอบการที่อ่อนแอในไตรมาส 3/2564 จากผลกระทบของโควิด-19 ที่กระทบต่อการก่อสร้างและกำลังซื้อ โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติ ส่งผลให้รายได้และกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าการปรับโครงสร้างสินทรัพย์และการขายที่ดินบางส่วนจะช่วยลดค่าใช้จ่ายบริหาร แต่ก็ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง อย่างไรก็ตาม การมี Backlog งานก่อสร้าง และศักยภาพของที่ดินใหม่ รวมถึงการรับจ้างก่อสร้าง ยังคงเป็นโอกาสในการฟื้นตัวในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และข้อจำกัดการเดินทางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NVD ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
996.33
ล้านบาท
↑ 65.7% YoY
กำไรขั้นต้น
255.89
ล้านบาท
↑ 123.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.68
%
กำไรสุทธิ
126.87
ล้านบาท
↑ 126.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.73
%
D/E Ratio
1.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
996
↑ + 65.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
256
↑ + 123.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
127
↑ + 126.6%
YoY
D/E Ratio
1.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NVD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.67
ROE (%)
2.91
ROA (%)
2.30
Book Value/หุ้น
3.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NVD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+944
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NVD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
944.34
+32.52%
|
712.62
+124.02%
|
318.11
-128.09%
|
-1,132.30
+12.14%
|
-1,009.73
+257.22%
|
-282.66
-37.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-24.80
-57.26%
|
-58.02
-124.01%
|
241.66
-269.85%
|
-142.28
-481.75%
|
37.27
-186.90%
|
-42.89
-76.91%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-99.23
-85.04%
|
-663.31
+17.41%
|
-564.95
-132.54%
|
1,736.25
+196.19%
|
586.20
-1,489.10%
|
-42.20
-93.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
108.53
-60.04%
|
271.60
+2.95%
|
263.83
-4,165.18%
|
-6.49
-98.29%
|
-380.57
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
33.24
-86.95%
|
254.72
-13.79%
|
295.48
+181.87%
|
104.83
-23.46%
|
136.97
-63.14%
|
371.56
-66.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
113.70
+242.06%
|
33.24
-86.95%
|
254.72
-13.79%
|
295.48
+181.87%
|
104.83
-23.46%
|
136.97
-63.14%
|