บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.82
0.01 (1.20%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9355 out_tok=3492 at=2026-07-25T23:03:26 -->
# NVD Q1/66 กำไรวูบ 77% เหตุฐานปีก่อนสูงจากรายการพิเศษ – รายได้ฟื้นตัว QoQ
## รายได้จากการโอนโครงการใหม่หนุนผลงานไตรมาสแรกฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ฐานปีก่อนสูงจากรายการขายสินทรัพย์
บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NVD รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 486 ล้านบาท ลดลง 55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 35 ล้านบาท ลดลง 77% จาก 156 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แต่ดีขึ้นจาก 11 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นผลมาจากรายการพิเศษในปีก่อนหน้า ประกอบกับการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เปิดขายในช่วงปลายปี 2565
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักของผลประกอบการ NVD ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากฐานกำไรที่สูงผิดปกติในไตรมาส 1 ปี 2565 จากรายการพิเศษจากการปรับโครงสร้างสินทรัพย์และการขายที่ดิน** ในขณะที่ผลประกอบการเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าแสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นจากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีรายการพิเศษจากการปรับโครงสร้างสินทรัพย์และหนี้สิน ซึ่งรวมถึงการขายที่ดินรอการพัฒนาบริเวณกรุงเทพกรีฑาบางส่วน รายการดังกล่าวได้สร้างรายได้และกำไรที่สูงเป็นพิเศษให้กับบริษัทในปีนั้น ทำให้เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 ซึ่งเป็นรายได้จากการดำเนินงานปกติ จึงเห็นการปรับตัวลดลงอย่างมากของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ (ลดลง 56% YoY) และส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 77% YoY จาก 156 ล้านบาท เหลือ 35 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบที่เปิดขายอย่างไม่เป็นทางการในช่วงปลายปี 2565 เช่น โครงการเนอวานา ดีฟายน์ เอกมัย-รามอินทรา และเนอวานา แอบโซลูท เอกมัย-รามอินทรา รวมถึงโครงการอาคารชุดบันยันทรี เรสซิเดนท์ริเวอร์ไซด์ และเดอะ โมสอิสรภาพ ทำให้รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 65% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 11 ล้านบาท เป็น 35 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับการลดลงของกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากเป็นผลมาจากรายการพิเศษจากการขายที่ดินในปี 2565 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม สัญญาณการฟื้นตัวของรายได้และกำไรเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า **มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากมาจากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เปิดขาย และแผนการเปิดโครงการใหม่อีก 9 โครงการในปี 2566 มูลค่ารวม 21,100 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 486 ล้านบาท:** ลดลง 55% YoY แต่เพิ่มขึ้น 65% QoQ
* **กำไรสุทธิ 35 ล้านบาท:** ลดลง 77% YoY แต่เพิ่มขึ้น 218% QoQ
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 446 ล้านบาท:** ลดลง 56% YoY แต่เพิ่มขึ้นจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบและแนวสูงใหม่
* **อัตรากำไรขั้นต้น 34%:** ลดลงจาก 40% ใน Q1/65 แต่เพิ่มขึ้นจาก 26% ใน Q4/65
* **แผนเปิด 9 โครงการใหม่ปี 2566:** มูลค่ารวม 21,100 ล้านบาท เน้นโครงการแนวราบ 7 โครงการ และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
NVD รายงานรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 486 ล้านบาท ลดลง 55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีรายได้รวม 1,080 ล้านบาท แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งมีรายได้รวม 294 ล้านบาท การลดลง YoY เป็นผลมาจากรายการพิเศษจากการปรับโครงสร้างสินทรัพย์และการขายที่ดินในไตรมาส 1 ปี 2565 ในขณะที่การเพิ่มขึ้น QoQ มาจากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เปิดขายในช่วงปลายปี 2565
รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 446 ล้านบาท ลดลง 56% YoY เนื่องจากในปีก่อนมีรายการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวน 23 ไร่บริเวณถนนกรุงเทพกรีฑา แต่ในไตรมาส 1 ปี 2566 เป็นรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบและแนวสูงที่เปิดขายใหม่
รายได้จากสัญญาก่อสร้างอยู่ที่ 40 ล้านบาท ลดลง 41% YoY เนื่องจากบริษัทลดสัดส่วนสัญญาก่อสร้างกับลูกค้าองค์กรภายนอกลง และหันมาใช้ความสามารถในการผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปเพื่อพัฒนาโครงการภายในบริษัทเป็นหลัก
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 319 ล้านบาท ลดลง 51% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 34% ลดลงจาก 40% ใน Q1/65 แต่เพิ่มขึ้นจาก 26% ใน Q4/65 โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงใน Q1/65 มาจากรายการขายที่ดินขนาดใหญ่
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายลดลง 26% YoY ตามทิศทางรายได้ แต่มีสัดส่วนที่น้อยกว่าเนื่องจากมีกิจกรรมทางการตลาดสำหรับโครงการใหม่ที่จะเปิดในไตรมาส 2 ปี 2566 ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 32% YoY และ 1% QoQ สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับของวัตถุดิบและสินค้าคงเหลือที่ลงทุนในงานก่อสร้างโรงแรมที่มัลดีฟส์ซึ่งชะลอตัว
ต้นทุนทางการเงินลดลง 74% YoY และ 12% QoQ เนื่องจากดอกเบี้ยถูกบันทึกเป็นต้นทุนทางการเงินในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง
กำไรเบ็ดเสร็จรวมอยู่ที่ 46 ล้านบาท ลดลงจาก 161 ล้านบาทใน Q1/65 แต่เพิ่มขึ้นจาก 9 ล้านบาทใน Q4/65
## โอกาส
* **แผนเปิดโครงการใหม่ 9 โครงการ มูลค่า 21,100 ล้านบาท:** ในปี 2566 บริษัทมีแผนเปิดขายโครงการใหม่รวม 9 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 7 โครงการ (บ้านเดี่ยว 3, ทาวน์โฮม 1, โฮมออฟฟิศ 3) ในทำเลกรุงเทพกรีฑา และเอกมัย-รามอินทรา และโครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการในย่านสุขุมวิท ใจกลางเมือง และรัตนาธิเบศร์ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
* **การพัฒนาโครงการในรูปแบบ Township Development:** การพัฒนาโครงการในบริเวณกรุงเทพกรีฑาเป็นรูปแบบ "ชุมชนเมือง" (Township Development) โดยมีคอมมูนิตี้มอลล์ "Nirvana PORCH" เป็นศูนย์กลาง ซึ่งมีกำหนดเปิดปลายปี 2566 จะช่วยเพิ่มมูลค่าและดึงดูดลูกค้า
* **การขยายฐานลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย:** การเพิ่มผลิตภัณฑ์บ้านเดี่ยว 3 ชั้นแบรนด์ "Nirvana ABSOLUTE" และแบบบ้านทาวน์โฮม "Nirvana DEFINE" รุ่นใหม่ รวมถึงแบรนด์คอนโดมิเนียม "theMOST" ที่เน้นความคุ้มค่าในราคาที่จับต้องได้ จะช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ และตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
* **กลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง:** โครงการระดับ "Ultra-Luxury" และ "Super-Luxury" เช่น Nirvana COLLECTION, Banyan Tree Residences Riverside และ Nirvana BEYOND จะเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจน้อย
* **ที่ดินรอพัฒนาคงเหลือ:** บริเวณกรุงเทพกรีฑายังคงมีที่ดินรอพัฒนาคงเหลือประมาณ 200 ไร่ ซึ่งเป็นมูลค่าที่ซ่อนอยู่และมีโอกาสในการสร้างมูลค่าในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง:** แผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2566 อาจมีความท้าทายจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยสูง:** สภาวะปัจจุบันที่มีอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยสูง อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการก่อสร้าง รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคในบางกลุ่ม
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง บริษัทต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์
* **ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการ:** แผนการพัฒนาโครงการอาจล่าช้ากว่ากำหนดจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพเศรษฐกิจ หรือการขออนุญาตต่างๆ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขาย (Presales) และยอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfers) ของโครงการใหม่:** ติดตามความคืบหน้าของยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการที่เปิดขายใหม่ในปี 2565 และโครงการที่จะเปิดในปี 2566
* **ความสำเร็จของการเปิดโครงการใหม่ 9 โครงการ:** ประเมินผลตอบรับของโครงการใหม่ทั้ง 9 โครงการที่วางแผนเปิดในปี 2566 ว่าจะสามารถสร้างยอดขายและรายได้ได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้าง:** จับตาแนวโน้มต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) และภาระต้นทุนทางการเงิน
* **ความคืบหน้าการพัฒนา Township Development:** ติดตามการก่อสร้างและเปิดให้บริการ Nirvana PORCH รวมถึงการพัฒนาโครงการในพื้นที่กรุงเทพกรีฑา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1/2566 มาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบ ได้แก่ เนอวานา บียอนพระราม 2, เนอวานา ดีฟายน์ศรีนครินทร์-พระราม 9, เนอวานา แอดเวิร์คลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์, เนอวานา เอเลเม้นท์บางนา และจาก 2 โครงการใหม่ ได้แก่ เนอวานา ดีฟายน์ เอกมัย-รามอินทรา และเนอวานา แอบโซลูท เอกมัย-รามอินทรา รวมถึงการรับรู้รายได้จากโครงการอาคารชุดบันยันทรี เรสซิเดนท์ริเวอร์ไซด์ และเดอะ โมสอิสรภาพ
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เปิดขายปลายปี 2565 บ่งชี้ถึงการมี Backlog ที่จะทยอยรับรู้
* **การเปิดโครงการใหม่:** มีแผนเปิด 9 โครงการใหม่ มูลค่า 21,100 ล้านบาทในปี 2566 ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต
* **อัตรากำไรโครงการ:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 34% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นระดับปกติของบริษัท
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการตั้งสำรองมูลค่าสุทธิของวัตถุดิบและสินค้าคงเหลือที่ลงทุนในงานก่อสร้างโรงแรมที่มัลดีฟส์ ซึ่งอาจสะท้อนถึงความผันผวนของต้นทุน
* **D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.75x เพิ่มขึ้นจาก 1.50x ในสิ้นปี 2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 13,656 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ 362 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,692 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากการเสนอขายหุ้นกู้ระยะยาว 2 ชุด มูลค่ารวม 950 ล้านบาท
ส่วนของเจ้าของรวมอยู่ที่ 4,965 ล้านบาท ลดลง 8% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการซื้อหุ้นในบริษัทย่อย Nirvana River เพิ่มเติม ทำให้บริษัทรับรู้ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมลดลง และส่วนต่ำกว่าทุนจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 4.06x เพิ่มขึ้นจาก 2.54x เนื่องจากหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยที่จะถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีลดลง
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.75x เพิ่มขึ้นจาก 1.50x และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (สุทธิ) ต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1.16 เท่า เป็น 1.33 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของส่วนของเจ้าของ
## สรุปท้าย
NVD ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปีก่อนหน้าจากการขายที่ดิน แต่ผลประกอบการเริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการทยอยรับรู้รายได้ของโครงการใหม่ที่เปิดขายไปแล้ว ประกอบกับแผนการเปิดโครงการใหม่จำนวนมากในปีนี้ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและหนี้สินของบริษัท
---
---
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NVD ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
996.33
ล้านบาท
↑ 65.7% YoY
กำไรขั้นต้น
255.89
ล้านบาท
↑ 123.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.68
%
กำไรสุทธิ
126.87
ล้านบาท
↑ 126.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.73
%
D/E Ratio
1.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
996
↑ + 65.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
256
↑ + 123.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
127
↑ + 126.6%
YoY
D/E Ratio
1.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NVD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.67
ROE (%)
2.91
ROA (%)
2.30
Book Value/หุ้น
3.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NVD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+944
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NVD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
944.34
+32.52%
|
712.62
+124.02%
|
318.11
-128.09%
|
-1,132.30
+12.14%
|
-1,009.73
+257.22%
|
-282.66
-37.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-24.80
-57.26%
|
-58.02
-124.01%
|
241.66
-269.85%
|
-142.28
-481.75%
|
37.27
-186.90%
|
-42.89
-76.91%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-99.23
-85.04%
|
-663.31
+17.41%
|
-564.95
-132.54%
|
1,736.25
+196.19%
|
586.20
-1,489.10%
|
-42.20
-93.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
108.53
-60.04%
|
271.60
+2.95%
|
263.83
-4,165.18%
|
-6.49
-98.29%
|
-380.57
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
33.24
-86.95%
|
254.72
-13.79%
|
295.48
+181.87%
|
104.83
-23.46%
|
136.97
-63.14%
|
371.56
-66.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
113.70
+242.06%
|
33.24
-86.95%
|
254.72
-13.79%
|
295.48
+181.87%
|
104.83
-23.46%
|
136.97
-63.14%
|