บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
3.64
+0.04 (+1.11%)
สรุปสั้น
กำไรที่ปรับตัวลดลงเกิดจาก ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงจำนวน 255.04 ล้านบาท จากสถานการณ์โควิต-19 ในขณะที่ใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 224.27 ล้าน บาทจากการลงทุนเพิ่มในอสลังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและสินทรัพย์สิทธิการใช้
ในขณะที่กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจำนวน 1,070.07 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการ บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ปี 2567
บทความนี้สรุปและวิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH) ประจำปี 2567 โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทฯ เผยแพร่ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ภาพรวมที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและแนวโน้มของบริษัทฯ ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
**1. สรุปรายได้รวมและกำไรสุทธิ:**
ในปี 2567 LH และบริษัทย่อยมี **กำไรสุทธิรวม 5,490.58 ล้านบาท** ลดลง 26.62% หรือ 1,991.31 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิ 7,481.89 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง ได้แก่
* **รายได้จากการขายที่ลดลง:** ในปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 16,099.53 ล้านบาท ลดลง 15.11% หรือ 2,866.01 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีรายได้ 18,965.54 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายในปี 2567 อยู่ที่ 24.94% ลดลง 2.97% เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่ 27.91% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 1,277.79 ล้านบาท
* **กำไรจากการขายทรัพย์สินที่ลดลง:** ในปี 2567 บริษัทฯ มีกำไรจากการขายทรัพย์สินให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (LHSC) จำนวน 1,972.81 ล้านบาท (สุทธิจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง) จากการขายศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ในขณะที่ปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์ 2,500.55 ล้านบาท จากการขายโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา ให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
(เนื่องจากข้อมูลที่ให้มาไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงปี 2567 จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้ อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว สถานการณ์เศรษฐกิจจะมีผลกระทบต่อ LH ผ่านปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราดอกเบี้ย (มีผลต่อต้นทุนทางการเงินและความสามารถในการซื้อของผู้บริโภค), การเปลี่ยนแปลงในนโยบายการเงิน (มีผลต่อการลงทุนและสภาพคล่อง), ราคาที่ดินและวัสดุก่อสร้าง (มีผลต่อต้นทุนการพัฒนาโครงการ) และกำลังซื้อของผู้บริโภค (มีผลต่อยอดขาย)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
ดังที่กล่าวไปข้างต้น รายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ LH ลดลง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 231.67 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 531.78 ล้านบาท ก็มีส่วนทำให้กำไรลดลงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 161.26 ล้านบาท ช่วยลดผลกระทบดังกล่าวไปได้บ้าง
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** (ไม่มีข้อมูลเฉพาะเจาะจงในเอกสารที่ให้มา) โดยทั่วไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงมีผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการก่อสร้างของ LH
* **ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการใช้จ่ายด้านการตลาดและค่านายหน้าของธุรกิจให้เช่าและบริการ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการกู้เงินระยะสั้นและระยะยาวที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ:** อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรจากการขายที่ลดลง ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิที่ลดลงสะท้อนถึงผลกระทบโดยรวมของรายได้ ค่าใช้จ่าย และต้นทุนทางการเงินที่มีต่อผลกำไรของบริษัทฯ
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
(ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์และหนี้สินในเอกสารที่ให้มา) โดยทั่วไปแล้ว การวิเคราะห์สินทรัพย์และหนี้สินจะพิจารณาถึง:
* **สินทรัพย์โครงการก่อสร้าง:** มูลค่าของโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
* **สินค้าคงคลังของอสังหาริมทรัพย์:** มูลค่าของบ้านและคอนโดที่สร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ขาย
* **หนี้สินระยะสั้นและระยะยาว:** ภาระผูกพันทางการเงินของบริษัทฯ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** ตัวชี้วัดความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สินของบริษัทฯ
**5. การเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินสด:**
(ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินสดในเอกสารที่ให้มา) การวิเคราะห์กระแสเงินสดจะพิจารณาถึง:
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** เงินสดที่ได้จากการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทฯ
* **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** เงินสดที่ใช้ในการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
* **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** เงินสดที่ได้จากการกู้ยืมเงิน หรือการออกหุ้น
**6. ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน:**
**ปัจจัยความเสี่ยง:**
* **ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง:** ราคาวัสดุก่อสร้างที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการก่อสร้างและอัตรากำไร
* **ความไม่แน่นอนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมือง
* **การแข่งขัน:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอสังหาริมทรัพย์อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
**โอกาสในการเติบโต:**
* **การขยายโครงการใหม่:** การพัฒนาโครงการใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพ
* **การพัฒนาทรัพย์สินที่มีศักยภาพ:** การพัฒนาที่ดินและทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
* **การเติบโตของธุรกิจให้เช่าและบริการ:** การขยายธุรกิจให้เช่าพื้นที่สำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม
**7. สรุป:**
ผลประกอบการของ LH ในปี 2567 แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยกำไรสุทธิลดลงเนื่องจากรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งในด้านการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายบางส่วน (เช่น ค่าใช้จ่ายในการบริหาร)
**ความสัมพันธ์ระหว่างรายได้, กำไร, อัตรากำไรขั้นต้น, อัตรากำไรสุทธิ, และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):**
* รายได้ที่ลดลงส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
* อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรจากการขายที่ลดลง
* อัตรากำไรสุทธิที่ลดลงสะท้อนถึงผลกระทบโดยรวมของรายได้ ค่าใช้จ่าย และต้นทุนทางการเงินที่มีต่อผลกำไร
* (เนื่องจากไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับอัตราส่วน D/E) อัตราส่วน D/E ที่เหมาะสมจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
**การจัดการความเสี่ยงและโอกาส:**
LH ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับราคาวัสดุก่อสร้าง ความไม่แน่นอนของตลาด และการแข่งขัน ควบคู่ไปกับการแสวงหาโอกาสในการเติบโตจากการพัฒนาโครงการใหม่ การพัฒนาทรัพย์สินที่มีอยู่ และการขยายธุรกิจให้เช่าและบริการ การบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ LH สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในอนาคตได้
**หมายเหตุ:** บทวิเคราะห์นี้อิงตามข้อมูลที่ให้มาเท่านั้น หากมีข้อมูลเพิ่มเติม การวิเคราะห์อาจมีการเปลี่ยนแปลง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
5,713.45
ล้านบาท
↑ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,389.82
ล้านบาท
↓ 17.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.33
%
กำไรสุทธิ
717.14
ล้านบาท
↓ 72.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.55
%
D/E Ratio
1.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,713
↑ + 2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,390
↓ -17.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
717
↓ -72.3%
YoY
D/E Ratio
1.68
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.68
ROE (%)
7.19
ROA (%)
4.25
Book Value/หุ้น
4.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,166
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-8,990
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,165.55
-68.19%
|
6,808.14
+182.14%
|
2,413.01
+372.01%
|
511.22
-226.05%
|
-405.58
-112.18%
|
3,328.58
+355.53%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-8,990.23
-202.32%
|
8,786.45
+17.55%
|
7,474.54
+1,120.15%
|
612.59
-146.95%
|
-1,304.67
-143.26%
|
3,015.54
-23.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
4,520.99
-130.82%
|
-14,667.48
+80.57%
|
-8,123.06
-215.14%
|
7,054.99
+1,332.28%
|
492.57
-112.84%
|
-3,836.95
-57.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,114.48
-328.07%
|
927.12
-38.41%
|
1,505.28
-81.15%
|
7,983.59
-646.57%
|
-1,460.68
-157.08%
|
2,558.89
-159.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,927.35
-9.44%
|
4,336.79
-9.64%
|
4,799.36
-53.54%
|
10,330.97
+45.24%
|
7,112.93
+56.19%
|
4,554.04
-36.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|