บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
3.52
+0.04 (+1.15%)
สรุปสั้น
กำไรที่ปรับตัวลดลงเกิดจาก ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงจำนวน 255.04 ล้านบาท จากสถานการณ์โควิต-19 ในขณะที่ใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 224.27 ล้าน บาทจากการลงทุนเพิ่มในอสลังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและสินทรัพย์สิทธิการใช้
ในขณะที่กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจำนวน 1,070.07 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5819 out_tok=2917 at=2026-07-25T20:32:48 -->
LH กำไรสุทธิ Q3/2564 ลดลง 36% รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้-กำไรเช่า
ฝ่ายจัดการ LH ชี้รายได้จากการขายวูบ 14.4% เหตุปิดแคมป์คนงาน ขณะที่กำไรจากธุรกิจโรงแรมและส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมหดตัว
บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,307.61 ล้านบาท ลดลง 36.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 2,049.09 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวลดลงเล็กน้อย และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลต่อรายได้ค่าเช่าและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ LH ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **รายได้จากการขายที่ลดลง 14.40%** ประกอบกับ **กำไรขั้นต้นจากธุรกิจให้เช่าและบริการที่หดตัวลงอย่างมาก** และ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง** ซึ่งล้วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยตรง โดยรายได้จากการขายที่ลดลงเกิดจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาลที่สั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้างเป็นเวลา 1 เดือน ส่งผลให้การดำเนินงานก่อสร้างและการส่งมอบโครงการล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ลดลงเล็กน้อย (0.71%) เป็นผลมาจากการแข่งขันที่สูงขึ้นและผลกระทบจากโควิด-19
ขณะเดียวกัน ธุรกิจให้เช่าและบริการมีกำไรขั้นต้นลดลงถึง 52.95 ล้านบาท เนื่องจากอัตราการเข้าพักที่ต่ำลงจากสถานการณ์โควิด-19 เช่นเดียวกับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง 218.96 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากผลประกอบการของ บมจ. โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ และ บมจ. ควอลิตี้ เฮ้าส์ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวเช่นกัน
สำหรับแนวโน้มในอนาคต การที่รายได้จากการขายลดลงในไตรมาสนี้ เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม มาตรการปิดแคมป์คนงานเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ในไตรมาสนี้เป็นหลัก ส่วนธุรกิจให้เช่าและบริการ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการควบคุมต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของธุรกิจเหล่านี้ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 ลดลง 36.19%** อยู่ที่ 1,307.61 ล้านบาท จาก 2,049.09 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q3/2564 ลดลง 14.40%** อยู่ที่ 6,520.32 ล้านบาท จาก 7,616.76 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย Q3/2564 ลดลงเล็กน้อย** อยู่ที่ 32.06% จาก 32.77%
* **กำไรขั้นต้นจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ Q3/2564 ลดลง 61.37%** อยู่ที่ 33.33 ล้านบาท จาก 86.28 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม Q3/2564 ลดลง 31.96%** อยู่ที่ 465.99 ล้านบาท จาก 684.95 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 2.79%** อยู่ที่ 4,921.55 ล้านบาท จาก 4,788.01 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 1,307.61 ล้านบาท ลดลง 741.48 ล้านบาท หรือ 36.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 6,520.32 ล้านบาท ลดลง 1,096.44 ล้านบาท หรือ 14.40% สาเหตุหลักมาจากการปิดแคมป์คนงานก่อสร้างตามมาตรการควบคุมโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอยู่ที่ 32.06% ลดลงเล็กน้อยจาก 32.77% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการแข่งขันที่สูงขึ้นและผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้กำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 405.37 ล้านบาท
รายได้ค่าเช่าและค่าบริการมีกำไรขั้นต้นลดลง 52.95 ล้านบาท เนื่องจากอัตราการเข้าพักที่ต่ำลงจากสถานการณ์โควิด-19 ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 218.96 ล้านบาท จากผลกระทบของโควิด-19 ต่อบริษัทร่วมหลายแห่ง
สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 4,921.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133.54 ล้านบาท หรือ 2.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 11.21% และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น 0.54%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐมีประสิทธิภาพ จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการซื้อที่อยู่อาศัย
* **การเปิดโครงการใหม่:** บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และยอดขายในอนาคต
* **การบริหารต้นทุน:** การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาอัตรากำไรของโครงการ
* **การกระจายประเภทที่อยู่อาศัย:** สัดส่วนรายได้จากการขายบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ยังคงมีสัดส่วนสูง ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการในตลาดที่ยังคงมีอยู่
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน การส่งมอบโครงการ และกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไร
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น:** ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนโครงการและอัตรากำไร
* **ความล่าช้าในการอนุมัติโครงการ:** กระบวนการอนุมัติโครงการจากหน่วยงานราชการที่ล่าช้า อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเปิดโครงการและการรับรู้รายได้
* **อัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการกู้ยืมของผู้บริโภค และต้นทุนทางการเงินของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19:** การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุม จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** ความคืบหน้าในการเปิดโครงการใหม่ๆ และยอดขายรอการรับรู้ (Backlog) ที่จะทยอยรับรู้รายได้
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** การฟื้นตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ และธุรกิจโรงแรม จะส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไรของ LH
* **อัตราการเข้าพักและรายได้จากธุรกิจให้เช่า:** การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและพื้นที่เช่า จะส่งผลต่อรายได้และกำไรจากธุรกิจนี้
* **ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง:** แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้างที่อาจปรับตัวสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในการบริหารต้นทุนโครงการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 รายได้จากการขายของ LH ลดลง 14.40% ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการปิดแคมป์คนงานก่อสร้างเป็นเวลา 1 เดือนตามมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้การดำเนินงานก่อสร้างและการส่งมอบโครงการได้รับผลกระทบ แม้ว่าสัดส่วนรายได้จากการขายบ้านเดี่ยวจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 81% และทาวน์เฮาส์ 12% ขณะที่คอนโดมิเนียมลดลงเหลือ 7% สะท้อนถึงความต้องการในตลาดที่ยังคงมีอยู่สำหรับบ้านประเภทแนวราบ
อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงเล็กน้อยจาก 32.77% เป็น 32.06% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการแข่งขันที่สูงขึ้นและผลกระทบจากโควิด-19 การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงไม่มากนัก แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการของบริษัทฯ ได้ในระดับหนึ่ง
ธุรกิจให้เช่าและบริการเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้อัตราการเข้าพักลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากส่วนนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 86.28 ล้านบาท เหลือเพียง 33.33 ล้านบาท สะท้อนถึงผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจโรงแรมและพื้นที่เช่า
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 218.96 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก บมจ. โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ และ บมจ. ควอลิตี้ เฮ้าส์ ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทร่วมเหล่านี้ก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจและโควิด-19 เช่นกัน
สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีการเติบโตของรายได้จากการขาย 11.21% และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น 0.54% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่ดีขึ้นในช่วง 9 เดือนแรก เมื่อเทียบกับผลประกอบการที่ได้รับผลกระทบในไตรมาส 3
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ มีการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ย่อมต้องมีการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนและกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ LH ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการปรับตัวลดลงของกำไรสุทธิ 36.19% อันเป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่หดตัวลง 14.40% จากผลกระทบของการปิดแคมป์คนงานก่อสร้างตามมาตรการโควิด-19 ประกอบกับกำไรจากธุรกิจให้เช่าและบริการ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 ยังคงมีการเติบโตของกำไรสุทธิเล็กน้อย โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 การแข่งขัน และต้นทุนที่อาจผันผวน แต่การบริหารจัดการโครงการและการเปิดโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตในอนาคต โดยนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการควบคุมโควิด-19 และการฟื้นตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
5,713.45
ล้านบาท
↑ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,389.82
ล้านบาท
↓ 17.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.33
%
กำไรสุทธิ
717.14
ล้านบาท
↓ 72.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.55
%
D/E Ratio
1.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,713
↑ + 2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,390
↓ -17.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
717
↓ -72.3%
YoY
D/E Ratio
1.68
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.68
ROE (%)
7.19
ROA (%)
4.25
Book Value/หุ้น
4.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,166
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-8,990
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,165.55
-68.19%
|
6,808.14
+182.14%
|
2,413.01
+372.01%
|
511.22
-226.05%
|
-405.58
-112.18%
|
3,328.58
+355.53%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-8,990.23
-202.32%
|
8,786.45
+17.55%
|
7,474.54
+1,120.15%
|
612.59
-146.95%
|
-1,304.67
-143.26%
|
3,015.54
-23.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
4,520.99
-130.82%
|
-14,667.48
+80.57%
|
-8,123.06
-215.14%
|
7,054.99
+1,332.28%
|
492.57
-112.84%
|
-3,836.95
-57.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,114.48
-328.07%
|
927.12
-38.41%
|
1,505.28
-81.15%
|
7,983.59
-646.57%
|
-1,460.68
-157.08%
|
2,558.89
-159.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,927.35
-9.44%
|
4,336.79
-9.64%
|
4,799.36
-53.54%
|
10,330.97
+45.24%
|
7,112.93
+56.19%
|
4,554.04
-36.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|