บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
3.52
+0.04 (+1.15%)
สรุปสั้น
กำไรที่ปรับตัวลดลงเกิดจาก ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงจำนวน 255.04 ล้านบาท จากสถานการณ์โควิต-19 ในขณะที่ใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 224.27 ล้าน บาทจากการลงทุนเพิ่มในอสลังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและสินทรัพย์สิทธิการใช้
ในขณะที่กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจำนวน 1,070.07 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6141 out_tok=2439 at=2026-07-25T20:35:38 -->
# LH กำไร Q3/2565 พุ่ง 72% รับอานิสงส์โควิดคลี่คลาย-บาทอ่อนหนุน
## รายได้-กำไรโตตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ขณะที่กำไรพิเศษจากค่าเงินบาทเป็นปัจจัยเสริมสำคัญ
บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 2,248.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ และการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ส่งผลดีต่อรายได้ค่าเช่าและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม นอกจากนี้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ LH ในไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 71.98% มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**1) หัวใจคืออะไร**
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไรของ LH ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 15.10%** เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของอุปสงค์หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ประกอบกับ **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 389.32 ล้านบาท** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 370.79 ล้านบาท จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้นถึง 941.22 ล้านบาท
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้การดำเนินธุรกิจกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งส่งผลให้การโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นไปได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการโอนคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติ
นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ที่สนับสนุนผลประกอบการ ได้แก่:
* **กำไรขั้นต้นจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้นอย่างมาก:** จาก 33.33 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 403.64 ล้านบาทในปีนี้ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจให้เช่าและบริการหลังโควิด
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 295.83 ล้านบาท จากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้บริษัทร่วมสามารถดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้น
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
* **รายได้จากการขาย:** มี **โอกาสต่อเนื่อง** ในระดับหนึ่ง โดยอิงจากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และกำลังซื้อยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** มีลักษณะ **ครั้งคราว** เนื่องจากขึ้นอยู่กับความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่คาดการณ์ได้ยาก
โดยรวมแล้ว การฟื้นตัวของการดำเนินงานปกติมีแนวโน้มต่อเนื่อง แต่ปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เกิดขึ้นซ้ำในระดับเดียวกัน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 71.98% YoY** แตะ 2,248.83 ล้านบาท จาก 1,307.61 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 15.10% YoY** เป็น 7,504.68 ล้านบาท จาก 6,520.32 ล้านบาท
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 389.32 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 370.79 ล้านบาท จากค่าเงินบาทอ่อนตัว
* **กำไรขั้นต้นจากธุรกิจเช่าและบริการเพิ่มขึ้นโดดเด่น** เป็น 403.64 ล้านบาท จาก 33.33 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 63.5% YoY** เป็น 761.82 ล้านบาท
* **สัดส่วนคอนโดมิเนียมในการโอนเพิ่มขึ้น** เป็น 20.7% จาก 7% ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2565:** LH มีกำไรสุทธิ 2,248.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.98% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 7,504.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.10% อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอยู่ที่ 31.95% ลดลงเล็กน้อยจาก 32.06% ในปีก่อน แต่กำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น 307.40 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้
**9 เดือนแรกปี 2565:** บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 6,319.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 22,830.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.19% อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอยู่ที่ 32.80% เพิ่มขึ้นจาก 31.84% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19:** ส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การโอนกรรมสิทธิ์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การให้เช่า
* **การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการโอนคอนโดมิเนียม:** อาจสะท้อนถึงการปรับตัวของบริษัทฯ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด และอาจสร้างอัตรากำไรที่ดีขึ้นหากบริหารจัดการต้นทุนได้
* **การเติบโตของธุรกิจให้เช่าและบริการ:** กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ประจำที่มั่นคง
* **การลงทุนในบริษัทร่วม:** โดยเฉพาะ Home Product Center และ Quality Houses ที่มีส่วนแบ่งกำไรเติบโตต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะเป็นปัจจัยบวกในไตรมาสนี้ แต่ก็อาจกลับมาเป็นความเสี่ยงได้หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
* **ต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 110.73% ในไตรมาส 3 เนื่องจากค่านายหน้าที่สูงขึ้นจากการใช้นายหน้าในการขายมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้ซื้อได้
* **การเพิ่มขึ้นของภาษีเงินได้นิติบุคคล:** เพิ่มขึ้น 104.95% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากกำไรที่เพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ลดทอนกำไรสุทธิ
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประเภทบ้าน:** การลดลงของสัดส่วนบ้านเดี่ยวและการเพิ่มขึ้นของคอนโดมิเนียม อาจต้องพิจารณาถึงความสามารถในการทำกำไรของแต่ละประเภทในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้น:** ในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนการขาย
* **การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนประเภทบ้านที่โอน:** และผลกระทบต่ออัตรากำไรโดยรวม
* **ทิศทางค่าเงินบาท:** และผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การเติบโตของธุรกิจให้เช่าและบริการ:** และความสามารถในการรักษาอัตรากำไร
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** และการตอบรับของตลาดต่อโครงการเหล่านั้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์:** ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (20.7% จาก 7% ในปีก่อน) ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการสต็อกและการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
**รายได้ค่าเช่าและค่าบริการ:** มีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 33.33 ล้านบาท เป็น 403.64 ล้านบาท แสดงถึงการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้บริการต่างๆ
**ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากค่านายหน้า ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการแข่งขันหรือกลยุทธ์การขาย
**Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Backlog โดยตรง
**D/E Ratio:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ D/E Ratio
**กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน งบดุล หรือกระแสเงินสดของบริษัทฯ โดยตรง
## สรุปท้าย
LH ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 70% จากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ และปัจจัยบวกจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น การกลับมาของธุรกิจให้เช่าและบริการ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการปรับตัวที่ดีของบริษัทฯ ในภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของค่าเงินบาท และการบริหารจัดการต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้น เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
5,713.45
ล้านบาท
↑ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,389.82
ล้านบาท
↓ 17.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.33
%
กำไรสุทธิ
717.14
ล้านบาท
↓ 72.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.55
%
D/E Ratio
1.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,713
↑ + 2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,390
↓ -17.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
717
↓ -72.3%
YoY
D/E Ratio
1.68
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.68
ROE (%)
7.19
ROA (%)
4.25
Book Value/หุ้น
4.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,166
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-8,990
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,165.55
-68.19%
|
6,808.14
+182.14%
|
2,413.01
+372.01%
|
511.22
-226.05%
|
-405.58
-112.18%
|
3,328.58
+355.53%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-8,990.23
-202.32%
|
8,786.45
+17.55%
|
7,474.54
+1,120.15%
|
612.59
-146.95%
|
-1,304.67
-143.26%
|
3,015.54
-23.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
4,520.99
-130.82%
|
-14,667.48
+80.57%
|
-8,123.06
-215.14%
|
7,054.99
+1,332.28%
|
492.57
-112.84%
|
-3,836.95
-57.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,114.48
-328.07%
|
927.12
-38.41%
|
1,505.28
-81.15%
|
7,983.59
-646.57%
|
-1,460.68
-157.08%
|
2,558.89
-159.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,927.35
-9.44%
|
4,336.79
-9.64%
|
4,799.36
-53.54%
|
10,330.97
+45.24%
|
7,112.93
+56.19%
|
4,554.04
-36.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|