บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
3.52
+0.04 (+1.15%)
สรุปสั้น
กำไรที่ปรับตัวลดลงเกิดจาก ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงจำนวน 255.04 ล้านบาท จากสถานการณ์โควิต-19 ในขณะที่ใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 224.27 ล้าน บาทจากการลงทุนเพิ่มในอสลังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและสินทรัพย์สิทธิการใช้
ในขณะที่กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจำนวน 1,070.07 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4774 out_tok=2432 at=2026-07-25T20:04:20 -->
# LH กำไรสุทธิ Q1/66 ดิ่ง 30% สวนทางรายได้ค่าเช่าพุ่ง หลังเปิดโรงแรม-ห้างใหม่
## รายได้จากการขายวูบกระทบกำไรขั้นต้น ขณะธุรกิจโรงแรม-ห้างฟื้นแรง ดันรายได้ค่าเช่าโตกว่า 183%
บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,353.99 ล้านบาท ลดลง 29.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้ากลับเติบโตโดดเด่นหลังการยกเลิกมาตรการโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ LH ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการโดยรวม แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 4,832.37 ล้านบาท ลดลง 30.63% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 6,965.67 ล้านบาท การลดลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 32.79% ในปีก่อน เหลือ 28.69% ในไตรมาสนี้ คิดเป็นการลดลง 4.10% สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงในขณะที่ต้นทุนทางอ้อมที่เป็นต้นทุนคงที่ไม่ได้ลดลงตาม ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายรวมลดลงถึง 897.73 ล้านบาท
ในทางกลับกัน ธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้ากลับมีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างมาก โดยรายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้นถึง 183.68% หรือ 1,214.12 ล้านบาท เป็น 1,875.10 ล้านบาท จาก 660.98 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยนี้มาจากการยกเลิกมาตรการโควิด-19 และการเปิดโรงแรมและศูนย์การค้าใหม่ในช่วงปลายปี 2565 นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ยังปรับตัวดีขึ้นจาก 29.05% เป็น 36.49% เนื่องจากโครงการที่เปิดใหม่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่า
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 131.06 ล้านบาท เป็น 847.87 ล้านบาท จากผลประกอบการที่ดีขึ้นของบริษัทร่วมหลังการยกเลิกมาตรการโควิด-19 เช่นกัน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลที่ปรากฏ **แนวโน้มการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อาจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ระบุถึงปัจจัยที่จะทำให้ยอดขายกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนในระยะสั้น ในขณะที่ **การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและค่าบริการมีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการเปิดโครงการใหม่และการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังโควิด-19 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เกี่ยวข้องกับการเปิดโครงการใหม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 29.90% YoY:** อยู่ที่ 1,353.99 ล้านบาท เทียบกับ 1,931.49 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์วูบ 30.63% YoY:** อยู่ที่ 4,832.37 ล้านบาท จาก 6,965.67 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายหดตัว:** ลดลงจาก 32.79% เหลือ 28.69% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 897.73 ล้านบาท
* **รายได้ค่าเช่าและค่าบริการพุ่ง 183.68% YoY:** อยู่ที่ 1,875.10 ล้านบาท จาก 660.98 ล้านบาท หลังเปิดโครงการใหม่และมาตรการโควิด-19 คลี่คลาย
* **อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจโรงแรม-ห้างดีขึ้น:** เพิ่มจาก 29.05% เป็น 36.49%
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น:** 131.06 ล้านบาท เป็น 847.87 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดโครงการใหม่และค่าซ่อมแซม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 6,976.61 ล้านบาท ลดลง 12.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 7,942.65 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่ารายได้ค่าเช่าและค่าบริการจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 29.90% มาอยู่ที่ 1,353.99 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้า:** การยกเลิกมาตรการโควิด-19 และการเปิดโครงการใหม่ในช่วงปลายปี 2565 ส่งผลให้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น:** ผลประกอบการที่ดีขึ้นของบริษัทร่วมหลังการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ
* **สัดส่วนรายได้บ้านเดี่ยวที่เพิ่มขึ้น:** ในไตรมาส 1 ปี 2566 บ้านเดี่ยวคิดเป็น 89% ของรายได้จากการขายบ้าน เพิ่มขึ้นจาก 81% ในปีก่อน ซึ่งอาจสะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดบ้านระดับบน
## ความเสี่ยง
* **ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง:** เป็นปัจจัยกดดันหลักต่อรายได้และกำไรของบริษัท
* **ต้นทุนคงที่ที่ไม่ได้ลดตามยอดขาย:** ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้นเมื่อยอดขายลดลง ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** จากการเปิดโครงการใหม่และการดำเนินงานที่ขยายตัว
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น:** จากเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสถัดไป และแผนการกระตุ้นยอดขายของบริษัท
* ผลประกอบการของโครงการโรงแรมและศูนย์การค้าที่เปิดใหม่ และความสามารถในการรักษาอัตรากำไร
* การบริหารจัดการต้นทุนคงที่และต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม
* การเปิดโครงการใหม่ๆ ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอน (Revenue Recognition):** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 4,832.37 ล้านบาท ลดลง 30.63% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง การลดลงนี้เกิดขึ้นแม้ว่าสัดส่วนของบ้านเดี่ยวซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงจะเพิ่มขึ้นเป็น 89% ของรายได้จากการขายบ้านก็ตาม
**อัตรากำไรโครงการ (Project Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 32.79% เป็น 28.69% สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนหรือการแข่งขันที่อาจเกิดขึ้น หรืออาจเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการที่มีอัตรากำไรต่ำกว่า
**รายได้ค่าเช่า (Rental Income):** ธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้ามีผลประกอบการโดดเด่น โดยรายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้นถึง 183.68% เป็น 1,875.10 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 36.49% ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ
**Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง จึงไม่สามารถประเมินรายได้จากการโอนในอนาคตจากส่วนนี้ได้
**ต้นทุนก่อสร้าง (Construction Cost):** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงในขณะที่ต้นทุนคงที่ไม่ได้ลดตาม อาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านต้นทุนหรือการบริหารต้นทุนที่ต้องพิจารณา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงบดุลหรืองบกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึง **ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** จำนวน 42.49 ล้านบาท เป็น 288.03 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจาก **เงินกู้ที่เพิ่มขึ้น** และ **อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น** ซึ่งบ่งชี้ถึงภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
LH ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากยอดขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงและอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้ากลับเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการเปิดโครงการใหม่และภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยผลประกอบการบางส่วน นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในระยะต่อไป รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและภาระทางการเงินของบริษัท ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจบริการ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
5,713.45
ล้านบาท
↑ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,389.82
ล้านบาท
↓ 17.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.33
%
กำไรสุทธิ
717.14
ล้านบาท
↓ 72.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.55
%
D/E Ratio
1.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,713
↑ + 2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,390
↓ -17.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
717
↓ -72.3%
YoY
D/E Ratio
1.68
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.68
ROE (%)
7.19
ROA (%)
4.25
Book Value/หุ้น
4.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,166
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-8,990
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,165.55
-68.19%
|
6,808.14
+182.14%
|
2,413.01
+372.01%
|
511.22
-226.05%
|
-405.58
-112.18%
|
3,328.58
+355.53%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-8,990.23
-202.32%
|
8,786.45
+17.55%
|
7,474.54
+1,120.15%
|
612.59
-146.95%
|
-1,304.67
-143.26%
|
3,015.54
-23.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
4,520.99
-130.82%
|
-14,667.48
+80.57%
|
-8,123.06
-215.14%
|
7,054.99
+1,332.28%
|
492.57
-112.84%
|
-3,836.95
-57.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,114.48
-328.07%
|
927.12
-38.41%
|
1,505.28
-81.15%
|
7,983.59
-646.57%
|
-1,460.68
-157.08%
|
2,558.89
-159.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,927.35
-9.44%
|
4,336.79
-9.64%
|
4,799.36
-53.54%
|
10,330.97
+45.24%
|
7,112.93
+56.19%
|
4,554.04
-36.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|