บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
3.52
+0.04 (+1.15%)
สรุปสั้น
กำไรที่ปรับตัวลดลงเกิดจาก ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงจำนวน 255.04 ล้านบาท จากสถานการณ์โควิต-19 ในขณะที่ใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 224.27 ล้าน บาทจากการลงทุนเพิ่มในอสลังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและสินทรัพย์สิทธิการใช้
ในขณะที่กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจำนวน 1,070.07 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4317 out_tok=2594 at=2026-07-25T19:08:54 -->
# LH กำไรปี 2565 โตเกือบ 20% รับอานิสงส์ธุรกิจเช่าฟื้น-ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมพุ่ง
## ธุรกิจเช่า-ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมฟื้นตัว หนุนกำไร LH ปี 2565 โตเด่น 19.84% แม้รายได้ขายทรงตัว
บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 8,312.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.84% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตเพียงเล็กน้อยก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ LH ในปี 2565 ให้เติบโตถึง 19.84% (1,376.39 ล้านบาท) มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของ **กำไรขั้นต้นจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ** ที่เพิ่มขึ้นถึง 1,147.58 ล้านบาท และ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ที่เพิ่มขึ้น 577.71 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขายบ้านในระดับราคาสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ได้ 0.72%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ค่าเช่าและค่าบริการ:** การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของกำไรขั้นต้นจากส่วนนี้ (จาก 337.35 ล้านบาท เป็น 1,484.93 ล้านบาท) เกิดจากการที่โรงแรมและศูนย์การค้ากลับมาดำเนินการได้ตามปกติหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้ตามปกติ ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้นจาก 1,808.63 ล้านบาท เป็น 4,845.22 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นจากส่วนนี้พุ่งสูงขึ้นจาก 18.65% เป็น 30.65%
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจาก 2,333.33 ล้านบาท เป็น 2,911.04 ล้านบาท เป็นผลมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ธุรกิจของบริษัทร่วมกลับสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บมจ. โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ ที่มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย:** การที่บริษัทฯ สามารถขายบ้านในระดับราคาสูงขึ้นได้มากขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 32.24% เป็น 32.96%
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นถึง 92.74% (500.19 ล้านบาท) จากการใช้นายหน้าและค่าการตลาดที่มากขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 13.05% (298.86 ล้านบาท) จากการฟื้นตัวของธุรกิจให้เช่า ก็เป็นปัจจัยที่กดดันผลประกอบการบางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ เนื่องจากสถานการณ์การท่องเที่ยวและการดำเนินธุรกิจของโรงแรมและศูนย์การค้ามีแนวโน้มที่จะกลับสู่ภาวะปกติและเติบโตต่อไปได้ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมก็มีแนวโน้มที่ดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอาจมีความไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและความสามารถในการตั้งราคาขายโครงการใหม่ๆ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 19.84%** สู่ระดับ 8,312.52 ล้านบาท จาก 6,936.13 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการขายทรงตัว** อยู่ที่ 30,751.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.95% จาก 30,461.25 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น** เป็น 32.96% จาก 32.24% โดยมีปัจจัยจากการขายบ้านในระดับราคาสูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้นจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการพุ่งสูงขึ้น 1,147.58 ล้านบาท** จาก 337.35 ล้านบาท เป็น 1,484.93 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้า
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 577.71 ล้านบาท** เป็น 2,911.04 ล้านบาท จาก 2,333.33 ล้านบาท จากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 92.74%** จากการใช้นายหน้าและค่าการตลาดที่มากขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 30,751.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.95% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 32.24% เป็น 32.96% ซึ่งเป็นผลมาจากการขายบ้านในระดับราคาสูงขึ้น
ปัจจัยขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญในปีนี้คือการฟื้นตัวของธุรกิจให้เช่า โดยรายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 1,147.58 ล้านบาท จาก 337.35 ล้านบาท เป็น 1,484.93 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 30.65%
นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมยังเติบโตขึ้น 577.71 ล้านบาท เป็น 2,911.04 ล้านบาท จาก 2,333.33 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 92.74% (500.19 ล้านบาท) จากการเพิ่มการใช้กลยุทธ์นายหน้าและค่าการตลาด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 13.05% (298.86 ล้านบาท) แต่ปัจจัยบวกจากธุรกิจให้เช่าและส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมก็สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมของบริษัทฯ ในปี 2565 อยู่ที่ 8,312.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.84% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวต่อเนื่องของธุรกิจให้เช่า:** การกลับมาดำเนินการปกติของโรงแรมและศูนย์การค้า รวมถึงการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว คาดว่าจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรจากธุรกิจให้เช่าในระยะต่อไป
* **การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัทร่วม จะช่วยหนุนการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรให้สูงขึ้น
* **การขายโครงการในระดับราคาสูง:** ความสามารถในการขายบ้านในระดับราคาสูงขึ้น ช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการใช้กลยุทธ์นายหน้าและค่าการตลาด อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** สภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลต่อยอดขายและการโอนโครงการในอนาคต
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอาจกดดันราคาขายและอัตรากำไรของโครงการใหม่ๆ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้และกำไรจากธุรกิจให้เช่าในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* การเปิดตัวโครงการใหม่และการตอบรับของตลาด
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อกำลังซื้อ
* การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะ บมจ. โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายทรงตัวและอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่าบริษัทฯ อาจมีการบริหารจัดการการโอนโครงการที่มีอัตรากำไรดี หรือมีการขายโครงการในระดับราคาที่สูงขึ้น
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง จึงไม่สามารถประเมินรายได้จากการโอนในอนาคตอันใกล้ได้
* **การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดโครงการใหม่ในปี 2565 หรือแผนการเปิดโครงการในปี 2566
* **อัตรากำไรโครงการ:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย (0.72%) สะท้อนถึงการขายบ้านในระดับราคาสูงขึ้นได้มากขึ้น
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบของต้นทุนก่อสร้างที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
* **D/E Ratio:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ D/E Ratio
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรือกระแสเงินสดของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้อย่างน่าประทับใจถึง 19.84% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากภาคธุรกิจให้เช่าที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตเพียงเล็กน้อยก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและการขายโครงการในระดับราคาที่สูงขึ้นช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะต่อไป เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงของบริษัทฯ ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
5,713.45
ล้านบาท
↑ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,389.82
ล้านบาท
↓ 17.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.33
%
กำไรสุทธิ
717.14
ล้านบาท
↓ 72.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.55
%
D/E Ratio
1.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,713
↑ + 2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,390
↓ -17.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
717
↓ -72.3%
YoY
D/E Ratio
1.68
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.68
ROE (%)
7.19
ROA (%)
4.25
Book Value/หุ้น
4.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,166
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-8,990
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,165.55
-68.19%
|
6,808.14
+182.14%
|
2,413.01
+372.01%
|
511.22
-226.05%
|
-405.58
-112.18%
|
3,328.58
+355.53%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-8,990.23
-202.32%
|
8,786.45
+17.55%
|
7,474.54
+1,120.15%
|
612.59
-146.95%
|
-1,304.67
-143.26%
|
3,015.54
-23.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
4,520.99
-130.82%
|
-14,667.48
+80.57%
|
-8,123.06
-215.14%
|
7,054.99
+1,332.28%
|
492.57
-112.84%
|
-3,836.95
-57.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,114.48
-328.07%
|
927.12
-38.41%
|
1,505.28
-81.15%
|
7,983.59
-646.57%
|
-1,460.68
-157.08%
|
2,558.89
-159.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,927.35
-9.44%
|
4,336.79
-9.64%
|
4,799.36
-53.54%
|
10,330.97
+45.24%
|
7,112.93
+56.19%
|
4,554.04
-36.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|