บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
3.52
+0.04 (+1.15%)
สรุปสั้น
กำไรที่ปรับตัวลดลงเกิดจาก ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงจำนวน 255.04 ล้านบาท จากสถานการณ์โควิต-19 ในขณะที่ใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 224.27 ล้าน บาทจากการลงทุนเพิ่มในอสลังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและสินทรัพย์สิทธิการใช้
ในขณะที่กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจำนวน 1,070.07 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5876 out_tok=2879 at=2026-07-25T20:45:05 -->
# LH กำไร Q2/2565 พุ่ง 14.43% รับแรงหนุนกำไรขั้นต้น-รายได้ค่าเช่าฟื้น
## รายได้รวมทรงตัว แต่กำไรสุทธิโตเด่น รับอานิสงส์ต้นทุนบริหารจัดการดีขึ้น และธุรกิจเช่ากลับมาคึกคัก
บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 2,139.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะลดลงเล็กน้อย แต่ปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรคือการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นและการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าและบริการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ LH ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ประกอบกับการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้ค่าเช่าและบริการ
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักคือ **การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเพิ่มขึ้น 126.97 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้นจาก 31.64% ในปีก่อน เป็น 33.56% ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการขายบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น นอกจากนี้ **กำไรขั้นต้นจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการยังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 162.26 ล้านบาท** จาก 42.83 ล้านบาท เป็น 205.09 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจาก 10.55% เป็น 22.29% ซึ่งเป็นผลจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ เกิดจากการที่บริษัทฯ มีสัดส่วนการขายบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ซึ่งเป็นประเภทที่ให้ผลตอบแทนกำไรขั้นต้นสูงกว่าคอนโดมิเนียม โดยในไตรมาส 2 ปี 2565 บ้านเดี่ยวคิดเป็น 77.3% ของรายได้จากการขาย และทาวน์เฮ้าส์ 10.2% ส่วนการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าและบริการนั้น เป็นผลโดยตรงจากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก ส่งผลให้การใช้พื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น และอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) สูงขึ้น
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ค่าเช่าและบริการที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจที่เปิดกว้างมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ อาจมีความผันผวนได้ขึ้นอยู่กับประเภทของโครงการที่ขายและสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา แต่โดยรวมแล้ว การบริหารต้นทุนและการเน้นขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 เติบโต 14.43%** มาอยู่ที่ 2,139.24 ล้านบาท จาก 1,869.53 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายลดลงเล็กน้อย 1.24%** อยู่ที่ 8,360.02 ล้านบาท จาก 8,465.06 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น** เป็น 33.56% จาก 31.64% ในปีก่อน หนุนโดยการขายบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์
* **กำไรขั้นต้นจากรายได้ค่าเช่าและบริการพุ่งสูงขึ้น 379.4%** เป็น 205.09 ล้านบาท จาก 42.83 ล้านบาท หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน** อยู่ที่ 200.74 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 11.63 ล้านบาทในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 118.97%** เป็น 287.71 ล้านบาท จาก 131.39 ล้านบาท เนื่องจากการใช้งบการตลาดที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 8,360.02 ล้านบาท ลดลง 1.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 33.56% จาก 31.64% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขายบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น 126.97 ล้านบาท
ในส่วนของรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ มีการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้ 920.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 405.87 ล้านบาทในปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 162.26 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 7.14 ล้านบาท มาอยู่ที่ 651.33 ล้านบาท โดยมี บมจ. โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ และ บมจ. ควอลิตี้ เฮ้าส์ เป็นสัดส่วนหลัก
นอกจากนี้ บริษัทยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 200.74 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนในปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นถึง 118.97% เป็น 287.71 ล้านบาท จากการเพิ่มงบประมาณด้านการตลาด ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 12.50% และภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้น 22.10%
เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมด ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 2,139.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 4,070.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.64% จาก 3,613.93 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 15,325.68 ล้านบาท ลดลง 1.79% แต่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 33.21% และกำไรขั้นต้นจากรายได้ค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 283.41 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ เป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **การเติบโตของรายได้ค่าเช่า:** การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ธุรกิจให้เช่ากลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของ LH
* **การบริหารต้นทุนและอัตรากำไร:** การเน้นขายโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ที่มีอัตรากำไรสูง และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยหนุนผลกำไรในระยะยาว
* **การลงทุนในบริษัทร่วม:** การมีส่วนแบ่งกำไรที่สม่ำเสมอจากบริษัทร่วม เช่น โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ และ ควอลิตี้ เฮ้าส์ เป็นปัจจัยเสริมรายได้และกำไรของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น:** ราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่ๆ
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการแข่งขันสูง ทั้งในแง่ของราคาและโปรโมชั่น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์ (Presale & Transfer):** ติดตามยอดขายรอโอน (Backlog) และอัตราการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสถัดไป
* **การเปิดโครงการใหม่:** แผนการเปิดโครงการใหม่ และการตอบรับของตลาดต่อโครงการเหล่านั้น
* **อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ของธุรกิจให้เช่า:** การฟื้นตัวต่อเนื่องของรายได้จากค่าเช่าและบริการ
* **การบริหารต้นทุนการก่อสร้าง:** ผลกระทบจากราคาวัสดุก่อสร้างที่ผันผวน
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อกำลังซื้อและต้นทุนทางการเงิน
* **การใช้งบการตลาด:** ผลลัพธ์จากการเพิ่มงบประมาณการตลาดที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 2 ปี 2565 LH ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไร โดยการปรับสัดส่วนการขายไปเน้นที่บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าคอนโดมิเนียม เป็นกลยุทธ์ที่เห็นผลชัดเจน รายได้จากการขายรวมอาจทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย แต่การควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น
ธุรกิจให้เช่าของ LH กลับมาโดดเด่นอย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ค่าเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด สะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาใช้บริการพื้นที่เชิงพาณิชย์ต่างๆ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มั่นคง
การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 118.97% เป็นสิ่งที่ต้องติดตามผลลัพธ์ว่าการลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้นนี้จะสามารถผลักดันยอดขายและรายได้ให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะต่อไปหรือไม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น และการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่า คาดว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานน่าจะปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายอาจส่งผลต่อการใช้เงินสดในช่วงสั้นๆ
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ LH ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งจากการขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ประกอบกับการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ค่าเช่าและบริการ ซึ่งเป็นผลจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 แม้รายได้จากการขายจะลดลงเล็กน้อย แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตของกำไรได้ต่อเนื่อง โดยมีโอกาสที่แนวโน้มเชิงบวกนี้จะดำเนินต่อไปได้ โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจให้เช่า อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
5,713.45
ล้านบาท
↑ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,389.82
ล้านบาท
↓ 17.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.33
%
กำไรสุทธิ
717.14
ล้านบาท
↓ 72.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.55
%
D/E Ratio
1.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,713
↑ + 2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,390
↓ -17.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
717
↓ -72.3%
YoY
D/E Ratio
1.68
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.68
ROE (%)
7.19
ROA (%)
4.25
Book Value/หุ้น
4.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,166
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-8,990
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,165.55
-68.19%
|
6,808.14
+182.14%
|
2,413.01
+372.01%
|
511.22
-226.05%
|
-405.58
-112.18%
|
3,328.58
+355.53%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-8,990.23
-202.32%
|
8,786.45
+17.55%
|
7,474.54
+1,120.15%
|
612.59
-146.95%
|
-1,304.67
-143.26%
|
3,015.54
-23.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
4,520.99
-130.82%
|
-14,667.48
+80.57%
|
-8,123.06
-215.14%
|
7,054.99
+1,332.28%
|
492.57
-112.84%
|
-3,836.95
-57.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,114.48
-328.07%
|
927.12
-38.41%
|
1,505.28
-81.15%
|
7,983.59
-646.57%
|
-1,460.68
-157.08%
|
2,558.89
-159.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,927.35
-9.44%
|
4,336.79
-9.64%
|
4,799.36
-53.54%
|
10,330.97
+45.24%
|
7,112.93
+56.19%
|
4,554.04
-36.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|