CMC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CMC
บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.41
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6025 out_tok=3040 at=2026-07-25T13:15:24 --> CMC กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 25.78% รับแรงกดดันต้นทุนการเงินพุ่ง-รายได้ก่อสร้างหด ฝ่ายบริหารชี้สถานการณ์โควิดกระทบกำลังซื้อต่อเนื่อง ขณะที่การลงทุนในธุรกิจใหม่ส่งผลต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีกำไรสุทธิ 44.21 ล้านบาท ลดลง 15.36 ล้านบาท หรือ 25.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ ประกอบกับการรับงานก่อสร้างภายในกลุ่มกิจการเป็นหลัก ทำให้รายได้จากการก่อสร้างจากภายนอกลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CMC ในปี 2564 ปรับตัวลดลง มาจาก **ต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก** และ **รายได้จากการก่อสร้างที่ลดลง** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น** * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 278.91%**: ในปี 2564 ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 90.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 23.85 ล้านบาทในปี 2563 การเพิ่มขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทฯ ได้มีการลงทุนเพิ่มทุนในธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจทางการแพทย์และธุรกิจโรงแรม ซึ่งต้องใช้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก การลงทุนเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้ประจำ (recurring income) ในอนาคตและกระจายความเสี่ยง แต่ในระยะสั้นส่งผลให้ภาระต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นอย่างชัดเจน * **รายได้จากการก่อสร้างลดลง 48.24%**: รายได้จากการก่อสร้างลดลงจาก 133.65 ล้านบาทในปี 2563 เหลือ 69.18 ล้านบาทในปี 2564 สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจก่อสร้างรับงานก่อสร้างโครงการภายในกลุ่มกิจการเป็นหลัก โดยมีโครงการใหม่ที่เริ่มก่อสร้างในปี 2563-2564 เช่น The Clev Riverline Chaophraya – Wong Sawang, CYBIQ Ramkhamhaeng, Chateau In Town Ratchayothin ทำให้รายได้จากการก่อสร้างจากบุคคลภายนอกลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนกำไรสุทธิของบริษัทฯ **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** **มีโอกาสต่อเนื่อง (ในส่วนของต้นทุนทางการเงิน) / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม (ในส่วนของรายได้ก่อสร้าง)** * **ต้นทุนทางการเงิน**: ฝ่ายบริหารระบุว่าการลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจทางการแพทย์และโรงแรม จะส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้ประจำ (recurring income) เพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาว แม้ต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้นในปีนี้ แต่คาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว ดังนั้น ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอาจมีแนวโน้มต่อเนื่องไปพร้อมกับการลงทุนใหม่ๆ * **รายได้จากการก่อสร้าง**: การที่บริษัทฯ เน้นรับงานก่อสร้างภายในกลุ่มกิจการเป็นหลัก อาจส่งผลให้รายได้จากการก่อสร้างจากภายนอกยังคงอยู่ในระดับต่ำ หรือขึ้นอยู่กับแผนการเปิดโครงการใหม่ๆ ของกลุ่มในอนาคต ซึ่งต้องติดตามแผนการดำเนินงานและสถานการณ์ตลาดต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 25.78%**: อยู่ที่ 44.21 ล้านบาท จาก 59.57 ล้านบาทในปี 2563 * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 1.83%**: อยู่ที่ 1,049.94 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่สร้างเสร็จปลายปี 2563 * **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง 278.91%**: จาก 23.85 ล้านบาท เป็น 90.37 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ * **รายได้จากการก่อสร้างลดลง 48.24%**: เหลือ 69.18 ล้านบาท เนื่องจากเน้นรับงานภายในกลุ่ม * **Backlog ณ สิ้นปี 2564 สูง 2,129.89 ล้านบาท**: โดยมีโครงการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2565 อีก 1 โครงการ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,185.79 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.61% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 1.83% เป็น 1,049.94 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ การเพิ่มขึ้นนี้มาจากโครงการแบงค์คอกฮอไรซอน ไลท์ @สถานีเพชรเกษม 48 และโครงการ เดอะ คิวเว่ ติวานนท์ ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2 ปี 2564 และมี Backlog สะสมจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม รายได้จากการก่อสร้างลดลงถึง 48.24% ขณะที่รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 135.83% จากการขยายธุรกิจให้เช่าและบริการอุปกรณ์รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงธุรกิจทำความสะอาด ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 765.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.67% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อยจาก 36.32% เป็น 34.65% โดยอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 41.88% เนื่องจากมีรายได้หลักจาก 2 โครงการที่มีอัตรากำไรดี ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 26.54% จากการปรับกลยุทธ์การตลาดไปเน้น Online Marketing มากขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น 5.90% เนื่องจากการเปิดบริษัทย่อยใหม่ 5 แห่งเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในกลุ่มการแพทย์และโรงแรม ปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรสุทธิคือต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 278.91% ทำให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 49.2% และเมื่อหักภาษีเงินได้ (ซึ่งกลับรายการจากที่เคยเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมากในปี 2563) กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 44.21 ล้านบาท ลดลง 25.78% ## โอกาส * **การเปิดประเทศและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ**: การเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 มีความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งจากผู้บริโภคภายในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ * **ปริมาณ Supply ในตลาดที่ลดลง**: คาดการณ์ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2565 จะกลับมาเติบโต เนื่องจากปริมาณ Supply ที่มีอยู่ในตลาดซึ่งเคยมีมากกว่าความต้องการซื้อจะค่อยๆ ลดลง จากการชะลอตัวการเปิดโครงการในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา * **การขยายธุรกิจสู่ธุรกิจใหม่**: การลงทุนในธุรกิจกลุ่มการแพทย์และธุรกิจโรงแรม จะช่วยสร้างรายได้ประจำ (recurring income) เพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงให้กับกลุ่มบริษัทฯ * **Backlog ที่มีอยู่**: ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) รวมมูลค่าประมาณ 2,129.89 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีถัดไป * **แผนการเปิดโครงการใหม่**: บริษัทฯ มีแผนการเปิดโครงการใหม่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของสถานการณ์ COVID-19**: แม้จะมีการเปิดประเทศ แต่การแพร่ระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค * **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว**: สภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ อาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ * **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น**: การลงทุนในธุรกิจใหม่ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันผลกำไรในระยะสั้น หากรายได้จากธุรกิจใหม่ยังไม่สามารถชดเชยได้ทันท่วงที * **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์**: แม้ Supply จะลดลง แต่การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในทำเลที่มีศักยภาพ * **ยอดขายรอการขาย (Backlog) และสินค้าคงค้าง (Inventory)**: แม้จะมี Backlog ที่น่าพอใจ แต่การบริหารจัดการ Inventory ที่มีมูลค่าประมาณ 4,510.89 ล้านบาท ให้สามารถระบายออกได้ตามเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์จาก Backlog**: การรับรู้รายได้จากยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ 2,129.89 ล้านบาท * **แผนการเปิดโครงการใหม่**: จำนวนและมูลค่าโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2565 และปีถัดไป * **ผลประกอบการของธุรกิจใหม่**: การเติบโตของรายได้และกำไรจากธุรกิจกลุ่มการแพทย์และโรงแรม * **การบริหารจัดการ Inventory**: กลยุทธ์การระบายห้องชุดคงค้างมูลค่า 4,510.89 ล้านบาท * **ต้นทุนทางการเงิน**: แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนทางการเงินหลังจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์**: เพิ่มขึ้น 1.83% เป็น 1,049.94 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแบงค์คอกฮอไรซอน ไลท์ @สถานีเพชรเกษม 48 และโครงการ เดอะ คิวเว่ ติวานนท์ ที่มี Backlog สะสมจำนวนมาก * **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์**: เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 41.88% จาก 41.49% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยมีรายได้หลักมาจาก 2 โครงการที่ให้ผลตอบแทนดี * **รายได้จากการก่อสร้าง**: ลดลง 48.24% เป็น 69.18 ล้านบาท เนื่องจากเน้นรับงานภายในกลุ่มกิจการเป็นหลัก * **รายได้จากการให้บริการ**: เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 135.83% เป็น 66.67 ล้านบาท จากการขยายธุรกิจให้เช่าและบริการอุปกรณ์รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงธุรกิจทำความสะอาด * **Backlog**: ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 2,129.89 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการรับรู้รายได้ในปีถัดไป * **Inventory**: มีมูลค่า 4,510.89 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ค่อนข้างสูง และต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ * **การเปิดโครงการใหม่**: มีแผนการเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น งบดุล หรือ งบกระแสเงินสด อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงการลงทุนเพิ่มทุนในธุรกิจใหม่ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น และมี Backlog รวมถึง Inventory ที่เป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ## สรุปท้าย ปี 2564 เป็นปีที่บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลต่อกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเติบโตได้เล็กน้อยจาก Backlog ที่มีอยู่ แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 25.78% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นจากการลงทุนในธุรกิจใหม่เพื่อสร้างการเติบโตและกระจายความเสี่ยงในอนาคต ประกอบกับการที่รายได้จากการก่อสร้างลดลงเนื่องจากการรับงานภายในกลุ่มเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสในการฟื้นตัวจากการเปิดประเทศและแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ดีขึ้นในปี 2565 รวมถึงการขยายธุรกิจใหม่ที่จะสร้างรายได้ประจำในระยะยาว แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการ Inventory ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CMC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
378.44 ล้านบาท
↓ 60.8% YoY
กำไรขั้นต้น
99.44 ล้านบาท
↓ 61.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.28 %
กำไรสุทธิ
349.46 ล้านบาท
↓ 539.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
92.34 %
D/E Ratio
2.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
378
↓ -60.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
99
↓ -61.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
349
↓ -539.2% YoY
D/E Ratio
2.19

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
378.44
-60.83%
966.08
+202.21%
319.68
+49.60%
213.69
-28.22%
297.68
-49.01%
583.82
-42.70%
กำไรขั้นต้น —
99.44
-61.90%
261.03
+482.54%
44.81
-10.86%
50.27
-36.85%
79.59
+27.23%
62.56
+168.88%
ค่าใช้จ่ายรวม —
22.75
+80.28%
12.62
-83.21%
75.14
-16.21%
89.68
+58.54%
56.56
-28.62%
79.25
-34.64%
กำไรสุทธิ —
349.46
+539.18%
-79.57
-38.66%
-57.38
+3.45%
-59.44
-383.66%
-12.29
-123.99%
51.23
+894.95%
กำไรต่อหุ้น —
0.32
+540.28%
-0.07
-38.46%
-0.05
+3.70%
-0.05
-390.91%
-0.01
-123.91%
0.05
+820.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
0.84
+108.91%
-9.43
-12.13%
-8.41
-178.48%
-3.02
-281.93%
1.66
-26.87%
2.27
+121.21%
ROA(%) —
7.47
+967.14%
0.70
+369.23%
-0.26
-130.23%
0.86
-64.46%
2.42
+17.48%
2.06
+20,700.00%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
2.19
-3.10%
2.26
+1.35%
2.23
+60.43%
1.39
+28.70%
1.08
-1.82%
1.10
-54.73%
P/E —
4.27
4.27
4.27
4.27
-70.39%
14.42
-75.99%
60.05
+240.42%
P/BV —
0.30
-43.40%
0.53
-3.64%
0.55
0.55
-5.17%
0.58
+87.10%
0.31
BV —
1.63
-16.84%
1.96
-13.66%
2.27
-10.98%
2.55
-2.67%
2.62
+1.16%
2.59
-0.77%
YIELD(%) —
0.00
-100.00%
0.35
+6.06%
0.33
-88.38%
2.84
+1,252.38%
0.21
-93.20%
3.09
-76.96%
ราคาหุ้น —
0.49
-52.88%
1.04
-16.13%
1.24
-12.06%
1.41
-6.62%
1.51
+86.42%
0.81
-1.22%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
26.28
-2.74%
27.02
+92.72%
14.02
-40.39%
23.52
-12.04%
26.74
+149.67%
10.71
+220.20%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
6.01
+358.78%
1.31
-94.43%
23.51
-43.98%
41.97
+120.89%
19.00
+40.01%
13.57
+14.03%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
92.34
+1,220.63%
-8.24
+54.09%
-17.95
+35.45%
-27.81
-573.37%
-4.13
-147.09%
8.77
+1,619.61%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.19
ROE (%)
0.84
ROA (%)
7.47
Book Value/หุ้น
1.88

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
3,222.59
-23.06%
4,188.67
-3.10%
4,322.80
+39.85%
3,091.08
+12.19%
2,755.22
-19.45%
3,420.58
-5.16%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
3,781.40
+29.47%
2,857.73
-11.93%
3,268.27
+7.80%
3,031.72
+7.44%
2,821.86
+32.92%
2,122.99
+33.52%
รวมสินทรัพย์ —
7,003.99
-1.48%
7,046.40
-6.89%
7,591.07
+23.98%
6,122.80
+9.78%
5,577.09
+0.60%
5,543.57
+6.68%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
2,436.14
+47.98%
1,646.23
-1.79%
1,676.21
+35.21%
1,239.68
+59.37%
777.85
-46.86%
1,463.86
+12.88%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
2,370.75
-27.73%
3,273.70
-7.69%
3,546.25
+52.99%
2,317.96
+9.57%
2,115.48
+47.22%
1,436.93
+11.44%
รวมหนี้สิน —
4,806.89
-2.43%
4,919.93
-5.79%
5,222.46
+46.80%
3,557.64
+22.96%
2,893.33
-0.26%
2,900.79
+12.16%
รวมส่วนของเจ้าของ —
2,197.10
+0.66%
2,126.47
-9.32%
2,368.61
-7.66%
2,565.16
-4.42%
2,683.75
+1.55%
2,642.78
+1.24%
D/E —
2.19
2.31
2.20
1.39
1.08
1.10
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
0.84
-9.43
-8.41
-3.02
1.66
2.27
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
7.47
0.70
-0.26
0.86
2.42
2.06
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.32
2.54
2.58
2.49
3.54
2.34
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.08
0.16
0.39
0.44
0.50
0.08
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
23.83
22.69
0.00
0.00
29.12
32.56
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
1,357.28
962.55
0.00
0.00
1,341.52
1,671.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
117.29
84.57
0.00
0.00
126.82
163.74
วงจรเงินสด —
1,263.82
900.68
0.00
0.00
1,243.82
1,539.83
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-108
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-108.31
-125.76%
420.40
-84.38%
2,690.62
-1,998.14%
-141.75
-59.66%
-351.42
-440.52%
103.20
-232.75%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
8.31
-104.37%
-190.13
+787.21%
-21.43
-158.06%
36.91
-1,185.59%
-3.40
-93.97%
-56.42
+784.33%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
106.77
-128.66%
-372.54
-69.89%
-1,237.35
-11,707.41%
10.66
-97.75%
473.90
-899.16%
-59.30
-202.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
218.66
-376.30%
-79.14
-153.25%
148.61
-257.81%
-94.17
-179.09%
119.07
-1,051.04%
-12.52
-52.70%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
189.61
-27.69%
262.21
-33.08%
391.84
+34.10%
292.20
+740.14%
34.78
-44.41%
62.56
-47.57%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
116.89
-38.35%
189.61
-27.69%
262.21
-33.08%
391.84
+34.10%
292.20
+740.14%
34.78
-44.41%