CMC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CMC
บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.44
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6025 out_tok=3040 at=2026-07-25T13:15:24 --> CMC กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 25.78% รับแรงกดดันต้นทุนการเงินพุ่ง-รายได้ก่อสร้างหด ฝ่ายบริหารชี้สถานการณ์โควิดกระทบกำลังซื้อต่อเนื่อง ขณะที่การลงทุนในธุรกิจใหม่ส่งผลต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีกำไรสุทธิ 44.21 ล้านบาท ลดลง 15.36 ล้านบาท หรือ 25.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ ประกอบกับการรับงานก่อสร้างภายในกลุ่มกิจการเป็นหลัก ทำให้รายได้จากการก่อสร้างจากภายนอกลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CMC ในปี 2564 ปรับตัวลดลง มาจาก **ต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก** และ **รายได้จากการก่อสร้างที่ลดลง** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น** * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 278.91%**: ในปี 2564 ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 90.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 23.85 ล้านบาทในปี 2563 การเพิ่มขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทฯ ได้มีการลงทุนเพิ่มทุนในธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจทางการแพทย์และธุรกิจโรงแรม ซึ่งต้องใช้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก การลงทุนเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้ประจำ (recurring income) ในอนาคตและกระจายความเสี่ยง แต่ในระยะสั้นส่งผลให้ภาระต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นอย่างชัดเจน * **รายได้จากการก่อสร้างลดลง 48.24%**: รายได้จากการก่อสร้างลดลงจาก 133.65 ล้านบาทในปี 2563 เหลือ 69.18 ล้านบาทในปี 2564 สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจก่อสร้างรับงานก่อสร้างโครงการภายในกลุ่มกิจการเป็นหลัก โดยมีโครงการใหม่ที่เริ่มก่อสร้างในปี 2563-2564 เช่น The Clev Riverline Chaophraya – Wong Sawang, CYBIQ Ramkhamhaeng, Chateau In Town Ratchayothin ทำให้รายได้จากการก่อสร้างจากบุคคลภายนอกลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนกำไรสุทธิของบริษัทฯ **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** **มีโอกาสต่อเนื่อง (ในส่วนของต้นทุนทางการเงิน) / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม (ในส่วนของรายได้ก่อสร้าง)** * **ต้นทุนทางการเงิน**: ฝ่ายบริหารระบุว่าการลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจทางการแพทย์และโรงแรม จะส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้ประจำ (recurring income) เพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาว แม้ต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้นในปีนี้ แต่คาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว ดังนั้น ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอาจมีแนวโน้มต่อเนื่องไปพร้อมกับการลงทุนใหม่ๆ * **รายได้จากการก่อสร้าง**: การที่บริษัทฯ เน้นรับงานก่อสร้างภายในกลุ่มกิจการเป็นหลัก อาจส่งผลให้รายได้จากการก่อสร้างจากภายนอกยังคงอยู่ในระดับต่ำ หรือขึ้นอยู่กับแผนการเปิดโครงการใหม่ๆ ของกลุ่มในอนาคต ซึ่งต้องติดตามแผนการดำเนินงานและสถานการณ์ตลาดต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 25.78%**: อยู่ที่ 44.21 ล้านบาท จาก 59.57 ล้านบาทในปี 2563 * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 1.83%**: อยู่ที่ 1,049.94 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่สร้างเสร็จปลายปี 2563 * **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง 278.91%**: จาก 23.85 ล้านบาท เป็น 90.37 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ * **รายได้จากการก่อสร้างลดลง 48.24%**: เหลือ 69.18 ล้านบาท เนื่องจากเน้นรับงานภายในกลุ่ม * **Backlog ณ สิ้นปี 2564 สูง 2,129.89 ล้านบาท**: โดยมีโครงการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2565 อีก 1 โครงการ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,185.79 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.61% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 1.83% เป็น 1,049.94 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ การเพิ่มขึ้นนี้มาจากโครงการแบงค์คอกฮอไรซอน ไลท์ @สถานีเพชรเกษม 48 และโครงการ เดอะ คิวเว่ ติวานนท์ ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2 ปี 2564 และมี Backlog สะสมจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม รายได้จากการก่อสร้างลดลงถึง 48.24% ขณะที่รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 135.83% จากการขยายธุรกิจให้เช่าและบริการอุปกรณ์รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงธุรกิจทำความสะอาด ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 765.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.67% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อยจาก 36.32% เป็น 34.65% โดยอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 41.88% เนื่องจากมีรายได้หลักจาก 2 โครงการที่มีอัตรากำไรดี ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 26.54% จากการปรับกลยุทธ์การตลาดไปเน้น Online Marketing มากขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น 5.90% เนื่องจากการเปิดบริษัทย่อยใหม่ 5 แห่งเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในกลุ่มการแพทย์และโรงแรม ปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรสุทธิคือต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 278.91% ทำให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 49.2% และเมื่อหักภาษีเงินได้ (ซึ่งกลับรายการจากที่เคยเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมากในปี 2563) กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 44.21 ล้านบาท ลดลง 25.78% ## โอกาส * **การเปิดประเทศและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ**: การเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 มีความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งจากผู้บริโภคภายในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ * **ปริมาณ Supply ในตลาดที่ลดลง**: คาดการณ์ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2565 จะกลับมาเติบโต เนื่องจากปริมาณ Supply ที่มีอยู่ในตลาดซึ่งเคยมีมากกว่าความต้องการซื้อจะค่อยๆ ลดลง จากการชะลอตัวการเปิดโครงการในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา * **การขยายธุรกิจสู่ธุรกิจใหม่**: การลงทุนในธุรกิจกลุ่มการแพทย์และธุรกิจโรงแรม จะช่วยสร้างรายได้ประจำ (recurring income) เพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงให้กับกลุ่มบริษัทฯ * **Backlog ที่มีอยู่**: ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) รวมมูลค่าประมาณ 2,129.89 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีถัดไป * **แผนการเปิดโครงการใหม่**: บริษัทฯ มีแผนการเปิดโครงการใหม่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของสถานการณ์ COVID-19**: แม้จะมีการเปิดประเทศ แต่การแพร่ระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค * **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว**: สภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ อาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ * **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น**: การลงทุนในธุรกิจใหม่ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันผลกำไรในระยะสั้น หากรายได้จากธุรกิจใหม่ยังไม่สามารถชดเชยได้ทันท่วงที * **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์**: แม้ Supply จะลดลง แต่การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในทำเลที่มีศักยภาพ * **ยอดขายรอการขาย (Backlog) และสินค้าคงค้าง (Inventory)**: แม้จะมี Backlog ที่น่าพอใจ แต่การบริหารจัดการ Inventory ที่มีมูลค่าประมาณ 4,510.89 ล้านบาท ให้สามารถระบายออกได้ตามเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์จาก Backlog**: การรับรู้รายได้จากยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ 2,129.89 ล้านบาท * **แผนการเปิดโครงการใหม่**: จำนวนและมูลค่าโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2565 และปีถัดไป * **ผลประกอบการของธุรกิจใหม่**: การเติบโตของรายได้และกำไรจากธุรกิจกลุ่มการแพทย์และโรงแรม * **การบริหารจัดการ Inventory**: กลยุทธ์การระบายห้องชุดคงค้างมูลค่า 4,510.89 ล้านบาท * **ต้นทุนทางการเงิน**: แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนทางการเงินหลังจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์**: เพิ่มขึ้น 1.83% เป็น 1,049.94 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแบงค์คอกฮอไรซอน ไลท์ @สถานีเพชรเกษม 48 และโครงการ เดอะ คิวเว่ ติวานนท์ ที่มี Backlog สะสมจำนวนมาก * **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์**: เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 41.88% จาก 41.49% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยมีรายได้หลักมาจาก 2 โครงการที่ให้ผลตอบแทนดี * **รายได้จากการก่อสร้าง**: ลดลง 48.24% เป็น 69.18 ล้านบาท เนื่องจากเน้นรับงานภายในกลุ่มกิจการเป็นหลัก * **รายได้จากการให้บริการ**: เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 135.83% เป็น 66.67 ล้านบาท จากการขยายธุรกิจให้เช่าและบริการอุปกรณ์รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงธุรกิจทำความสะอาด * **Backlog**: ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 2,129.89 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการรับรู้รายได้ในปีถัดไป * **Inventory**: มีมูลค่า 4,510.89 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ค่อนข้างสูง และต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ * **การเปิดโครงการใหม่**: มีแผนการเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น งบดุล หรือ งบกระแสเงินสด อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงการลงทุนเพิ่มทุนในธุรกิจใหม่ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น และมี Backlog รวมถึง Inventory ที่เป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ## สรุปท้าย ปี 2564 เป็นปีที่บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลต่อกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเติบโตได้เล็กน้อยจาก Backlog ที่มีอยู่ แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 25.78% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นจากการลงทุนในธุรกิจใหม่เพื่อสร้างการเติบโตและกระจายความเสี่ยงในอนาคต ประกอบกับการที่รายได้จากการก่อสร้างลดลงเนื่องจากการรับงานภายในกลุ่มเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสในการฟื้นตัวจากการเปิดประเทศและแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ดีขึ้นในปี 2565 รวมถึงการขยายธุรกิจใหม่ที่จะสร้างรายได้ประจำในระยะยาว แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการ Inventory ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CMC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
378.44 ล้านบาท
↓ 60.8% YoY
กำไรขั้นต้น
99.44 ล้านบาท
↓ 61.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.28 %
กำไรสุทธิ
349.46 ล้านบาท
↓ 539.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
92.34 %
D/E Ratio
2.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
378
↓ -60.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
99
↓ -61.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
349
↓ -539.2% YoY
D/E Ratio
2.19

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
378.44
-60.83%
966.08
+202.21%
319.68
+49.60%
213.69
-28.22%
297.68
-49.01%
583.82
-42.70%
กำไรขั้นต้น
99.44
-61.90%
261.03
+482.54%
44.81
-10.86%
50.27
-36.85%
79.59
+27.23%
62.56
+168.88%
ค่าใช้จ่ายรวม
22.75
+80.28%
12.62
-83.21%
75.14
-16.21%
89.68
+58.54%
56.56
-28.62%
79.25
-34.64%
กำไรสุทธิ
349.46
+539.18%
-79.57
-38.66%
-57.38
+3.45%
-59.44
-383.66%
-12.29
-123.99%
51.23
+894.95%
กำไรต่อหุ้น
0.32
+540.28%
-0.07
-38.46%
-0.05
+3.70%
-0.05
-390.91%
-0.01
-123.91%
0.05
+820.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
0.84
+108.91%
-9.43
-12.13%
-8.41
-178.48%
-3.02
-281.93%
1.66
-26.87%
2.27
+121.21%
ROA(%)
7.47
+967.14%
0.70
+369.23%
-0.26
-130.23%
0.86
-64.46%
2.42
+17.48%
2.06
+20,700.00%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.19
-3.10%
2.26
+1.35%
2.23
+60.43%
1.39
+28.70%
1.08
-1.82%
1.10
-54.73%
P/E
6.95
6.95
6.95
6.95
-51.80%
14.42
-75.99%
60.05
+240.42%
P/BV
0.30
-43.40%
0.53
-3.64%
0.55
0.55
-5.17%
0.58
+87.10%
0.31
BV
1.63
-16.84%
1.96
-13.66%
2.27
-10.98%
2.55
-2.67%
2.62
+1.16%
2.59
-0.77%
YIELD(%)
0.00
-100.00%
0.35
+6.06%
0.33
-88.38%
2.84
+1,252.38%
0.21
-93.20%
3.09
-76.96%
ราคาหุ้น
0.49
-52.88%
1.04
-16.13%
1.24
-12.06%
1.41
-6.62%
1.51
+86.42%
0.81
-1.22%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
26.28
-2.74%
27.02
+92.72%
14.02
-40.39%
23.52
-12.04%
26.74
+149.67%
10.71
+220.20%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.01
+358.78%
1.31
-94.43%
23.51
-43.98%
41.97
+120.89%
19.00
+40.01%
13.57
+14.03%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
92.34
+1,220.63%
-8.24
+54.09%
-17.95
+35.45%
-27.81
-573.37%
-4.13
-147.09%
8.77
+1,619.61%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.19
ROE (%)
0.84
ROA (%)
7.47
Book Value/หุ้น
1.94

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
3,222.59
-23.06%
4,188.67
-3.10%
4,322.80
+39.85%
3,091.08
+12.19%
2,755.22
-19.45%
3,420.58
-5.16%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
3,781.40
+29.47%
2,857.73
-11.93%
3,268.27
+7.80%
3,031.72
+7.44%
2,821.86
+32.92%
2,122.99
+33.52%
รวมสินทรัพย์
7,003.99
-1.48%
7,046.40
-6.89%
7,591.07
+23.98%
6,122.80
+9.78%
5,577.09
+0.60%
5,543.57
+6.68%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
2,436.14
+47.98%
1,646.23
-1.79%
1,676.21
+35.21%
1,239.68
+59.37%
777.85
-46.86%
1,463.86
+12.88%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
2,370.75
-27.73%
3,273.70
-7.69%
3,546.25
+52.99%
2,317.96
+9.57%
2,115.48
+47.22%
1,436.93
+11.44%
รวมหนี้สิน
4,806.89
-2.43%
4,919.93
-5.79%
5,222.46
+46.80%
3,557.64
+22.96%
2,893.33
-0.26%
2,900.79
+12.16%
รวมส่วนของเจ้าของ
2,197.10
+0.66%
2,126.47
-9.32%
2,368.61
-7.66%
2,565.16
-4.42%
2,683.75
+1.55%
2,642.78
+1.24%
D/E
2.19
2.31
2.20
1.39
1.08
1.10
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.84
-9.43
-8.41
-3.02
1.66
2.27
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.47
0.70
-0.26
0.86
2.42
2.06
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.32
2.54
2.58
2.49
3.54
2.34
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.08
0.16
0.39
0.44
0.50
0.08
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
23.83
22.69
0.00
0.00
29.12
32.56
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
1,357.28
962.55
0.00
0.00
1,341.52
1,671.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
117.29
84.57
0.00
0.00
126.82
163.74
วงจรเงินสด
1,263.82
900.68
0.00
0.00
1,243.82
1,539.83
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-108
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-108.31
-125.76%
420.40
-84.38%
2,690.62
-1,998.14%
-141.75
-59.66%
-351.42
-440.52%
103.20
-232.75%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
8.31
-104.37%
-190.13
+787.21%
-21.43
-158.06%
36.91
-1,185.59%
-3.40
-93.97%
-56.42
+784.33%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
106.77
-128.66%
-372.54
-69.89%
-1,237.35
-11,707.41%
10.66
-97.75%
473.90
-899.16%
-59.30
-202.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
218.66
-376.30%
-79.14
-153.25%
148.61
-257.81%
-94.17
-179.09%
119.07
-1,051.04%
-12.52
-52.70%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
189.61
-27.69%
262.21
-33.08%
391.84
+34.10%
292.20
+740.14%
34.78
-44.41%
62.56
-47.57%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
116.89
-38.35%
189.61
-27.69%
262.21
-33.08%
391.84
+34.10%
292.20
+740.14%
34.78
-44.41%