บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.44
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5604 out_tok=2947 at=2026-07-25T13:45:09 -->
# CMC กำไรสุทธิ Q2/2565 พลิกขาดทุน เหตุรายได้อสังหาฯ ลด 33.8%
## รายได้รวมหด 18.2% สวนทางธุรกิจอื่นโตแรง ฝ่ายบริหารเร่งคุมต้นทุนรับเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยขาขึ้น
บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2565 มีรายได้รวม 595.5 ล้านบาท ลดลง 18.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงถึง 33.8% ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกขาดทุน 25.3 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 78.9 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ธุรกิจอื่น เช่น การให้บริการ และการขายสินค้า มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายบริหารให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและกระแสเงินสดเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CMC ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยรายได้ส่วนนี้ลดลงถึง 33.8% หรือ 214.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่ลดลง 82.8 ล้านบาท และทำให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 25.3 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 78.9 ล้านบาท
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง มาจากการ **โอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง** ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อ แม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงในปี 2565 แต่ก็ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 เดือนของไตรมาสที่ 2 ปี 2565 บริษัทสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้ 2.8 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 28.1 ล้านบาทในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมในไตรมาส 2 ที่เติบโต 28.1% จากไตรมาสก่อนหน้า และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดีขึ้น
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในอนาคต **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากแม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะลดลง แต่ธุรกิจอื่น เช่น การให้บริการ และการขายสินค้า มีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 226.9% และ 522.6% ตามลำดับ ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ส่วนหลักที่ลดลงได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารได้ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและกระแสเงินสดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทั้งจากราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นและแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรงในช่วงครึ่งปีหลัง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 595.5 ล้านบาท ลดลง 18.2% YoY** โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้อสังหาริมทรัพย์ลดลง 33.8%
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2565 พลิกขาดทุน 25.3 ล้านบาท** จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 78.9 ล้านบาท
* **ธุรกิจอื่นเติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 226.9% และรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 522.6%
* **อัตรากำไรขั้นต้น 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 31.2% ลดลงจาก 36.7% ในปีก่อน** โดยอัตรากำไรขั้นต้นจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 40.0% ใกล้เคียงปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 8.8%** จากช่วงเดียวกันปีก่อน
* **ยอดขายรอโอน (Backlog) ณ สิ้น Q2/2565 อยู่ที่ 2,347.4 ล้านบาท**
* **มีแผนเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก** และมี 1 โครงการพร้อมโอนในปี 2565 คือ โครงการคาซ่า ดีว่า สาธร-วงแหวน เฟส 3
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC มีรายได้รวม 595.5 ล้านบาท ลดลง 18.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 420.3 ล้านบาท ลดลง 33.8% ขณะที่รายได้จากการก่อสร้างลดลง 6.6% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้บริการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 226.9% เป็น 71.8 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 522.6% เป็น 43.7 ล้านบาท
ต้นทุนรวมลดลง 10.8% เป็น 408.7 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 186.8 ล้านบาท ลดลง 30.7% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31.2% ลดลงจาก 36.7% ในปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 40.0% ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 41.1%
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 24.8% เป็น 64.1 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.5% เป็น 81.7 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ลดลง 61.9% เป็น 44.6 ล้านบาท
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 94.1% เป็น 69.7 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 25.1 ล้านบาท และเมื่อรวมค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 25.3 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 78.9 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเปิดประเทศ:** สภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 และการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
* **การเติบโตของธุรกิจอื่น:** รายได้จากการให้บริการและรายได้จากการขายสินค้ามีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสามารถชดเชยรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงได้
* **แผนการเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก:** บริษัทมีแผนการเปิดโครงการใหม่เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
* **โครงการพร้อมโอนในปี 2565:** โครงการคาซ่า ดีว่า สาธร-วงแหวน เฟส 3 คาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2565
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันโลกและภาวะเงินเฟ้อ:** สงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
* **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย:** ธนาคารกลางหลายประเทศรวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทยมีสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **ยอดขายรอโอน (Backlog) ที่ยังต้องบริหารจัดการ:** ยอด Backlog 2,347.4 ล้านบาท ต้องมีการบริหารจัดการให้สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่อง
* **มูลค่าห้องว่างรอการขาย (Inventory) สูง:** บริษัทมี Inventory มูลค่า 4,056.0 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็นภาระหากการขายไม่เป็นไปตามเป้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** จะสามารถกลับมาเติบโตได้มากน้อยเพียงใดในครึ่งปีหลัง
* **การบริหารต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ:** บริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด
* **ผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย:** จะส่งผลต่อกำลังซื้อและความสามารถในการผ่อนชำระของผู้บริโภคอย่างไร
* **ความคืบหน้าในการเปิดโครงการใหม่:** จะสามารถสร้างยอดขายและรายได้ใหม่ได้ตามแผนหรือไม่
* **การเติบโตของธุรกิจให้บริการและขายสินค้า:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 33.8% สะท้อนถึงยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **อัตรากำไรโครงการ:** อัตรากำไรขั้นต้นจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงปีก่อนที่ประมาณ 40% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการได้ดีในระดับหนึ่ง
* **Backlog:** ยอดขายรอโอน (Backlog) ณ สิ้น Q2/2565 อยู่ที่ 2,347.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่จะทยอยรับรู้ในอนาคต แต่ต้องพิจารณาถึงระยะเวลาในการโอนกรรมสิทธิ์
* **Inventory:** มูลค่าห้องว่างรอการขาย (Inventory) อยู่ที่ 4,056.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ค่อนข้างสูง และต้องติดตามกลยุทธ์การระบายสต็อกของบริษัท
* **การเปิดโครงการใหม่:** บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,872.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 39.7% เป็น 408.2 ล้านบาท และอสังหาริมทรัพย์ระหว่างพัฒนาเพื่อขายเพิ่มขึ้น 3.1% เป็น 2,419.9 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเข้าซื้อห้องชุดพร้อมอยู่โครงการ The Excel Ratchada 18
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,255.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 14.0% เป็น 2,977.6 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้ 485.2 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 2.5% เป็น 2,617.3 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานขาดทุน 25.3 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผลระหว่างงวด 41.1 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 1.24 เท่า (หนี้สินรวม 3,255.5 ล้านบาท / ส่วนของผู้ถือหุ้น 2,617.3 ล้านบาท) ซึ่งสูงขึ้นจากสิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ CMC ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 คือการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุน อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่โดดเด่นของธุรกิจอื่นและการควบคุมค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน แม้ว่าจะมีโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและแผนเปิดโครงการใหม่ แต่ความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการ Backlog และ Inventory ควบคู่ไปกับการสร้างยอดขายใหม่จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CMC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
378.44
ล้านบาท
↓ 60.8% YoY
กำไรขั้นต้น
99.44
ล้านบาท
↓ 61.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.28
%
กำไรสุทธิ
349.46
ล้านบาท
↓ 539.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
92.34
%
D/E Ratio
2.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
378
↓ -60.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
99
↓ -61.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
349
↓ -539.2%
YoY
D/E Ratio
2.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.19
ROE (%)
0.84
ROA (%)
7.47
Book Value/หุ้น
1.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-108
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-108.31
-125.76%
|
420.40
-84.38%
|
2,690.62
-1,998.14%
|
-141.75
-59.66%
|
-351.42
-440.52%
|
103.20
-232.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8.31
-104.37%
|
-190.13
+787.21%
|
-21.43
-158.06%
|
36.91
-1,185.59%
|
-3.40
-93.97%
|
-56.42
+784.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
106.77
-128.66%
|
-372.54
-69.89%
|
-1,237.35
-11,707.41%
|
10.66
-97.75%
|
473.90
-899.16%
|
-59.30
-202.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
218.66
-376.30%
|
-79.14
-153.25%
|
148.61
-257.81%
|
-94.17
-179.09%
|
119.07
-1,051.04%
|
-12.52
-52.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
189.61
-27.69%
|
262.21
-33.08%
|
391.84
+34.10%
|
292.20
+740.14%
|
34.78
-44.41%
|
62.56
-47.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
116.89
-38.35%
|
189.61
-27.69%
|
262.21
-33.08%
|
391.84
+34.10%
|
292.20
+740.14%
|
34.78
-44.41%
|