บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.44
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5563 out_tok=2879 at=2026-07-25T13:35:24 -->
# CMC กำไรสุทธิ Q3/65 พลิกขาดทุน หลังรายได้อสังหาฯ ชะลอ-ต้นทุนการเงินพุ่ง
## รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 65 โต 11.4% แต่กำไรสุทธิหด 135.7% เหตุอัตรากำไรขั้นต้นลด-ภาระดอกเบี้ยสูงขึ้น
บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีรายได้รวม 1,036.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 20.2 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 56.5 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ CMC ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **อัตรากำไรขั้นต้นรวมที่ลดลง** จาก 37.3% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 31.0% ในปีนี้ และ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 60.2%** ซึ่งส่งผลให้บริษัทพลิกจากกำไรสุทธิ 56.5 ล้านบาท ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มาเป็นขาดทุนสุทธิ 20.2 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** เกิดจากการที่สัดส่วนรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลง มีสัดส่วนรายได้รวมมากขึ้น ประกอบกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เองก็มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเช่นกัน แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 11.4% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกลุ่มธุรกิจอื่น เช่น การก่อสร้าง บริการ และขายสินค้า ที่เติบโตถึง 97.6% แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงของธุรกิจหลักได้
ส่วน **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** นั้น มาจากการออกหุ้นกู้มูลค่า 485.2 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 ซึ่งส่งผลให้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้นตามไปด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าสภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวและมีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ค่าเงินบาทอ่อนค่า และภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในอนาคต นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการใหม่อีกเป็นจำนวนมาก และมี Backlog มูลค่า 2,471.8 ล้านบาท บ่งชี้ถึงการดำเนินงานที่ยังคงมีกิจกรรมต่อเนื่อง แต่ผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในรอบถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 11.4%** อยู่ที่ 1,036.2 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 806.2 ล้านบาท ลดลง 0.9% แต่รายได้จากธุรกิจอื่น (ก่อสร้าง, บริการ, ขายสินค้า) เติบโตถึง 97.6% รวม 230.0 ล้านบาท
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 20.2 ล้านบาท** ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เทียบกับกำไร 56.5 ล้านบาท ในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง** จาก 37.3% เป็น 31.0% เนื่องจากสัดส่วนรายได้อสังหาริมทรัพย์ลดลงและมีอัตรากำไรลดลง
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 60.2%** จากการออกหุ้นกู้ 485.2 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2565
* **ยอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 2,471.8 ล้านบาท** และมีห้องชุดพร้อมขายและอยู่ระหว่างก่อสร้างมูลค่า 3,961.2 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4.5%** เป็น 5,827.4 ล้านบาท โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 159.2 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 10.7% เป็น 3,202.5 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,036.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% จาก 929.8 ล้านบาท ในปีก่อน โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 806.2 ล้านบาท ลดลง 0.9% แต่ได้รับการชดเชยจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากกลุ่มธุรกิจอื่น ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจให้บริการ และธุรกิจขายสินค้า ซึ่งรวมกันมีรายได้ 230.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97.6%
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 22.7% เป็น 715.4 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 7.5% มาอยู่ที่ 320.8 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 37.3% เป็น 31.0% ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 60.2% ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 20.2 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 56.5 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 440.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.5% จาก 335.2 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 โดยเป็นการเติบโตจากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และสามารถทำกำไรสุทธิได้ 5.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2.8 ล้านบาท ในไตรมาสก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเปิดประเทศ:** สภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจากการควบคุม COVID-19 และการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เป็นปัจจัยบวกต่อภาคอสังหาริมทรัพย์
* **Backlog และโครงการที่พร้อมโอน:** บริษัทฯ มี Backlog มูลค่า 2,471.8 ล้านบาท และมีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนในปี 2565 อีก 1 โครงการ คือ โครงการคาซ่า ดีว่า สาธร-วงแหวน เฟส 3
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนการเปิดโครงการใหม่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต
* **การเติบโตของธุรกิจอื่น:** การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง บริการ และขายสินค้า อาจเป็นโอกาสในการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้เสริม
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย:** ความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ค่าเงินบาทอ่อนค่า และภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนการก่อสร้าง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้ จะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไร
* **ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือโอนกรรมสิทธิ์:** ปัจจัยภายนอก เช่น การขาดแคลนแรงงาน หรือปัญหาด้านวัสดุ อาจส่งผลกระทบต่อกำหนดการก่อสร้างและโอนกรรมสิทธิ์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การตั้งราคาโครงการใหม่ เพื่อรักษาหรือเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลกระทบจากต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงินท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับสูงขึ้น
* **ยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่:** ความสามารถในการดูดซับโครงการใหม่เข้าสู่ตลาดและการสร้างยอดขายที่แข็งแกร่ง
* **การเติบโตของธุรกิจอื่น:** ศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง บริการ และขายสินค้า
* **ภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** การติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะลดลงเล็กน้อย 0.9% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 แต่บริษัทฯ ยังคงมี Backlog มูลค่า 2,471.8 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อไป นอกจากนี้ยังมีอสังหาริมทรัพย์พร้อมขายและอยู่ระหว่างก่อสร้างมูลค่า 3,961.2 ล้านบาท โดยมี 6 โครงการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ได้ในปี 2565-2567
ในด้านต้นทุนการก่อสร้าง ต้นทุนรวมจากการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 2.2% เป็น 75.4 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นรวมของกลุ่มบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 37.3% เป็น 31.0% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สัดส่วนรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เองก็มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเช่นกัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,827.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 159.2 ล้านบาท และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 30.9 ล้านบาท ขณะที่อสังหาริมทรัพย์ระหว่างพัฒนาเพื่อขายลดลง 59.0 ล้านบาท เนื่องจากมีการขายห้องชุดพร้อมอยู่
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 10.7% เป็น 3,202.5 ล้านบาท โดยมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 282.9 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้ 485.2 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2565 ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับเพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 2.2% เป็น 2,624.9 ล้านบาท เนื่องมาจากผลการดำเนินงานขาดทุน 20.2 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผลระหว่างงวด 41.1 ล้านบาท
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CMC ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นจากการออกหุ้นกู้ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้จากการสนับสนุนของธุรกิจอื่น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ แม้จะมี Backlog และแผนเปิดโครงการใหม่เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ ต้นทุนที่สูงขึ้น และภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CMC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
378.44
ล้านบาท
↓ 60.8% YoY
กำไรขั้นต้น
99.44
ล้านบาท
↓ 61.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.28
%
กำไรสุทธิ
349.46
ล้านบาท
↓ 539.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
92.34
%
D/E Ratio
2.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
378
↓ -60.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
99
↓ -61.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
349
↓ -539.2%
YoY
D/E Ratio
2.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.19
ROE (%)
0.84
ROA (%)
7.47
Book Value/หุ้น
1.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-108
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-108.31
-125.76%
|
420.40
-84.38%
|
2,690.62
-1,998.14%
|
-141.75
-59.66%
|
-351.42
-440.52%
|
103.20
-232.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8.31
-104.37%
|
-190.13
+787.21%
|
-21.43
-158.06%
|
36.91
-1,185.59%
|
-3.40
-93.97%
|
-56.42
+784.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
106.77
-128.66%
|
-372.54
-69.89%
|
-1,237.35
-11,707.41%
|
10.66
-97.75%
|
473.90
-899.16%
|
-59.30
-202.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
218.66
-376.30%
|
-79.14
-153.25%
|
148.61
-257.81%
|
-94.17
-179.09%
|
119.07
-1,051.04%
|
-12.52
-52.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
189.61
-27.69%
|
262.21
-33.08%
|
391.84
+34.10%
|
292.20
+740.14%
|
34.78
-44.41%
|
62.56
-47.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
116.89
-38.35%
|
189.61
-27.69%
|
262.21
-33.08%
|
391.84
+34.10%
|
292.20
+740.14%
|
34.78
-44.41%
|