บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.44
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5571 out_tok=2563 at=2026-07-25T11:59:40 -->
# CMC กำไรสุทธิ Q3/2566 ขาดทุนเพิ่ม 572.7% รับต้นทุนการเงิน-ค่าใช้จ่ายโรงแรมพุ่ง
## รายได้รวมหดตัว แต่ธุรกิจใหม่เริ่มส่งสัญญาณบวกระยะยาว ขณะที่ต้นทุนการเงินและค่าใช้จ่ายดำเนินงานโรงแรมฉุดผลประกอบการ
บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิ 135.8 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 572.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 20.2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 9.0% และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการลงทุนในโครงการใหม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมที่เริ่มเปิดให้บริการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CMC ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 พลิกจากกำไรเล็กน้อยในปี 2565 มาเป็นผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากการเริ่มธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น 572.7%** หรือคิดเป็น 115.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 37.7%** (40.8 ล้านบาท) และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 10.2%** (24.3 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมที่เริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปลายปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** เกิดจากการที่บริษัทฯ มีการซื้อที่ดินเพื่อขยายโครงการใหม่ของกลุ่มบริษัท ซึ่งส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** มาจากการเริ่มดำเนินกิจการของธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว แต่ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงานนั้นจำเป็นต้องมีการลงทุนและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจำนวนมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว แต่ในระยะสั้น การลงทุนเพื่อเริ่มดำเนินกิจการยังคงส่งผลให้มีต้นทุนสูง ซึ่งต้องติดตามผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมในไตรมาสถัดไป รวมถึงการรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ที่จะแล้วเสร็จในปี 2567-2568
## Highlight สำคัญ
* **ผลขาดทุนสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566:** อยู่ที่ 135.8 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 572.7% YoY
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2566:** อยู่ที่ 942.8 ล้านบาท ลดลง 9.0% YoY
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** ลดลง 17.5% YoY เป็น 664.9 ล้านบาท
* **รายได้จากธุรกิจอื่นเติบโต:** ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและให้บริการ เติบโต 17.2% YoY รวม 277.9 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงจาก 30.8% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เป็น 21.9% ในงวดเดียวกันปี 2566
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** 37.7% YoY เป็น 149.1 ล้านบาท จากการซื้อที่ดินขยายโครงการ
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** 10.2% YoY เป็น 263.4 ล้านบาท จากการดำเนินงานโรงแรม
* **Backlog:** ณ สิ้น ก.ย. 2566 อยู่ที่ 2,678.9 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC มีรายได้รวม 942.8 ล้านบาท ลดลง 9.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,036.2 ล้านบาท โดยรายได้หลักจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 17.5% อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอื่น เช่น การก่อสร้างและบริการมีการเติบโตที่ดีขึ้น
ในส่วนของกำไรขั้นต้นลดลง 33.5% มาอยู่ที่ 213.3 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 30.8% เหลือ 21.9% โดยอัตรากำไรขั้นต้นจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลงจาก 37.5% เหลือ 35.6%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 10.2% มาอยู่ที่ 263.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมที่เริ่มเปิดให้บริการ ส่งผลให้กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (EBIT) พลิกจากกำไร 87.5 ล้านบาท เป็นขาดทุน 17.4 ล้านบาท
เมื่อรวมต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 37.7% มาอยู่ที่ 149.1 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 135.8 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 20.2 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจอื่น:** ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและธุรกิจให้บริการ (เช่น ทำความสะอาด, โรงแรม) มีการเติบโตที่น่าสนใจ ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **โครงการใหม่ที่จะแล้วเสร็จ:** มี 3 โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดขายและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2567-2568 ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้และสร้างยอดโอนในอนาคต
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนการเปิดโครงการใหม่อีกจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และยอดขายในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไร
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่ผันผวน:** ความไม่แน่นอนของราคาวัสดุและค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการก่อสร้างและอัตรากำไรของโครงการ
* **ภาระต้นทุนทางการเงิน:** การลงทุนในโครงการใหม่และการดำเนินธุรกิจโรงแรม ทำให้บริษัทฯ มีภาระต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันผลกำไรในระยะสั้น
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการโอนกรรมสิทธิ์ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ตามแผน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม:** ความสามารถในการสร้างรายได้และควบคุมค่าใช้จ่ายของธุรกิจโรงแรมในระยะต่อไป
* **ความคืบหน้าของโครงการที่กำลังก่อสร้าง:** การก่อสร้างและการแล้วเสร็จของ 3 โครงการที่จะแล้วเสร็จในปี 2567-2568
* **ยอด Presale และ Backlog ใหม่:** ความสามารถในการสร้างยอดขายใหม่และการเพิ่ม Backlog จากโครงการที่เปิดใหม่
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ CMC ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้จากการขายลดลง 17.5% เป็น 664.9 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 35.6% ลดลงจาก 37.5% ในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาขายหรือต้นทุนที่สูงขึ้น
ในส่วนของ Backlog ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 2,678.9 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อไป โดยบริษัทมี Inventory รอการขายมูลค่า 3,741.4 ล้านบาท และมี 3 โครงการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567-2568 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต
ขณะที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและธุรกิจให้บริการมีการเติบโตที่น่าสนใจ โดยรายได้รวมของธุรกิจอื่นเพิ่มขึ้น 17.2% เป็น 277.9 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการขยายธุรกิจของบริษัทย่อยในธุรกิจรับจ้างทำความสะอาด, ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 7,341.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% จากสิ้นปี 2565 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของ "อสังหาริมทรัพย์ระหว่างการพัฒนาและเพื่อขาย" จำนวน 865.0 ล้านบาท และ "สินทรัพย์สิทธิการใช้" จำนวน 371.6 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,914.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.1% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของ "หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย" จำนวน 1,005.2 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการกู้ยืมเพื่อการก่อสร้างโครงการและการออกหุ้นกู้ในไตรมาส 3 ปี 2566 ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับตัวสูงขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 5.4% มาอยู่ที่ 2,427.0 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการดำเนินงานขาดทุนสุทธิในงวด 9 เดือนแรกปี 2566
ในด้านสภาพคล่อง เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 27.0% มาอยู่ที่ 286.0 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ CMC ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 สะท้อนถึงความท้าทายจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะโรงแรม แม้ว่ารายได้รวมจะหดตัวลง แต่การเติบโตของธุรกิจอื่นและแผนการเปิดโครงการใหม่ในอนาคตยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตา การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการเร่งสร้างยอดขายจาก Backlog และโครงการใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมามีกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CMC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
378.44
ล้านบาท
↓ 60.8% YoY
กำไรขั้นต้น
99.44
ล้านบาท
↓ 61.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.28
%
กำไรสุทธิ
349.46
ล้านบาท
↓ 539.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
92.34
%
D/E Ratio
2.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
378
↓ -60.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
99
↓ -61.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
349
↓ -539.2%
YoY
D/E Ratio
2.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.19
ROE (%)
0.84
ROA (%)
7.47
Book Value/หุ้น
1.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-108
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-108.31
-125.76%
|
420.40
-84.38%
|
2,690.62
-1,998.14%
|
-141.75
-59.66%
|
-351.42
-440.52%
|
103.20
-232.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8.31
-104.37%
|
-190.13
+787.21%
|
-21.43
-158.06%
|
36.91
-1,185.59%
|
-3.40
-93.97%
|
-56.42
+784.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
106.77
-128.66%
|
-372.54
-69.89%
|
-1,237.35
-11,707.41%
|
10.66
-97.75%
|
473.90
-899.16%
|
-59.30
-202.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
218.66
-376.30%
|
-79.14
-153.25%
|
148.61
-257.81%
|
-94.17
-179.09%
|
119.07
-1,051.04%
|
-12.52
-52.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
189.61
-27.69%
|
262.21
-33.08%
|
391.84
+34.10%
|
292.20
+740.14%
|
34.78
-44.41%
|
62.56
-47.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
116.89
-38.35%
|
189.61
-27.69%
|
262.21
-33.08%
|
391.84
+34.10%
|
292.20
+740.14%
|
34.78
-44.41%
|