บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.44
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5145 out_tok=2653 at=2026-07-27T08:56:47 -->
# CMC กำไรโตกว่า 1.3 หมื่นเปอร์เซ็นต์ใน Q2/64 รับแรงหนุนโอนคอนโดฯ หวัง Backlog หนุนต่อเนื่อง
## รายได้-กำไรพุ่งแรงจากการโอนโครงการที่แล้วเสร็จ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2564 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 0.59 ล้านบาท กลับมามีกำไรสุทธิ 78.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 13,479.7% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างเสร็จแล้วจำนวน 2 โครงการ ประกอบกับบริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงชะลอตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CMC ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรอย่างโดดเด่น มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นกว่า 13,479.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้คือการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2563 ได้แก่ โครงการแบงค์คอกฮอไรซอน ไลท์ @สถานีเพชรเกษม 48 และ โครงการ เดอะ คิวเว่ติวานนท์ ซึ่งมี Backlog สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่องในปี 2564 แม้ว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงชะลอตัวจากผลกระทบของโควิด-19 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนขายต่อรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 58.90% และค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 5.07% จากการปรับกลยุทธ์การตลาดไปสู่ Online Marketing มากขึ้น รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นที่ทำได้ดี ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 ที่มีมูลค่าสูงถึง 2,100.93 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนเปิดโครงการใหม่อีกจำนวนมาก และมี 2 โครงการที่จะสร้างเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2564 คือ โครงการคาซ่า ดีว่า สาธร-วงแหวน เฟส 2 และ โครงการคาซ่า ดีว่า สาธร-วงแหวน เฟส 3 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้และกำไรในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงเล็กน้อย (41.10% ในปี 2564 เทียบกับ 42.20% ในปี 2563) เนื่องจากบริษัทฯ มีนโยบายระบายสินค้าที่มีอายุมากกว่า 3 ปีด้วยการให้ส่วนลดและโปรโมชั่น ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกฟื้นอย่างก้าวกระโดด:** งวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 78.94 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 0.59 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 13,479.7%
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เติบโต 47.20%:** มีรายได้ 634.82 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่แล้วเสร็จ 2 โครงการ
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย:** อยู่ที่ 41.10% จาก 42.20% เนื่องจากมีการระบายสินค้าเก่าด้วยส่วนลด
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 280%:** จาก 9.45 ล้านบาท เป็น 35.91 ล้านบาท เนื่องจากการรับรู้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมของโครงการที่แล้วเสร็จ
* **Backlog สูง 2,100.93 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต
* **แผนเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก:** พร้อม 2 โครงการใหม่ที่จะสร้างเสร็จและโอนได้ในปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 698.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 206.04 ล้านบาท หรือ 41.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ 634.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.20% ขณะที่ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 39.71% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 45.44% เป็น 264.05 ล้านบาท เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีการบริหารจัดการที่ดี โดยค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 5.07% และค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นแทบไม่เปลี่ยนแปลง แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 280% จากการรับรู้ดอกเบี้ยของโครงการที่แล้วเสร็จ ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 80.98 ล้านบาท และเมื่อหักภาษีเงินได้แล้ว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 78.94 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 0.59 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** ยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ณ สิ้น 30 มิถุนายน 2564 มูลค่า 2,100.93 ล้านบาท จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่จะทยอยรับรู้ในอนาคต
* **โครงการใหม่ที่กำลังจะแล้วเสร็จ:** โครงการคาซ่า ดีว่า สาธร-วงแหวน เฟส 2 และ โครงการคาซ่า ดีว่า สาธร-วงแหวน เฟส 3 ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ได้ในปี 2564 จะช่วยสนับสนุนรายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง
* **แผนการเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก:** แสดงถึงศักยภาพในการเติบโตและขยายฐานลูกค้าในอนาคต
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** นโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการปรับกลยุทธ์การตลาดไปสู่ Online Marketing ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในตลาดสูง:** อาจส่งผลให้บริษัทฯ ต้องใช้นโยบายการให้ส่วนลดและโปรโมชั่นเพื่อระบายสินค้า ซึ่งกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การรับรู้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมของโครงการที่แล้วเสร็จส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
* **สินค้าคงค้างรอการขาย (Inventory):** บริษัทฯ มีห้องว่างรอการขายมูลค่า 2,832.66 ล้านบาท ซึ่งต้องใช้เวลาในการระบาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **อัตราการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการใหม่:** ความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการคาซ่า ดีว่า สาธร-วงแหวน เฟส 2 และ เฟส 3 ในปี 2564
* **ความคืบหน้าของโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง:** การก่อสร้างโครงการ 5 แห่งที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564-2566
* **การบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น:** นโยบายการระบายสินค้าเก่าและการแข่งขันในตลาด
* **การควบคุมต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยและการบริหารจัดการหนี้สิน
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** ความสามารถในการพัฒนาและเปิดโครงการใหม่ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในงวดนี้ โดยการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแบงค์คอกฮอไรซอน ไลท์ @สถานีเพชรเกษม 48 และ โครงการ เดอะ คิวเว่ติวานนท์ ที่แล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2563 และต้นปี 2564 มี Backlog สะสมจำนวนมาก ทำให้การโอนเป็นไปอย่างน่าพอใจ
* **Backlog:** ณ สิ้น 30 มิ.ย. 2564 มี Backlog รวม 2,100.93 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **การเปิดโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการใหม่อีกจำนวนมาก และมี 2 โครงการที่จะแล้วเสร็จพร้อมโอนในปี 2564 คือ โครงการคาซ่า ดีว่า สาธร-วงแหวน เฟส 2 และ โครงการคาซ่า ดีว่า สาธร-วงแหวน เฟส 3
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงเล็กน้อยจาก 42.20% เป็น 41.10% เนื่องจากนโยบายการระบายสินค้าเก่าด้วยส่วนลดเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย:** มีการบริหารจัดการที่ดี ต้นทุนขายต่อรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 58.90% และค่าใช้จ่ายในการขายลดลงจากการปรับกลยุทธ์การตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) รวมมูลค่าประมาณ 2,100.93 ล้านบาท และมีห้องว่างรอการขาย (Inventory) รวมมูลค่าประมาณ 2,832.66 ล้านบาท เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงบดุลหรือกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้มีสภาพคล่องกระแสเงินสดดีขึ้น
## สรุปท้าย
CMC พลิกเกมในครึ่งปีแรกปี 2564 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่แล้วเสร็จ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญความท้าทายจากภาวะตลาดที่ชะลอตัว แต่ Backlog ที่แข็งแกร่งและแผนการเปิดโครงการใหม่ในอนาคต เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางการแข่งขันที่สูง และการระบาย Inventory ที่มีอยู่ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CMC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
378.44
ล้านบาท
↓ 60.8% YoY
กำไรขั้นต้น
99.44
ล้านบาท
↓ 61.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.28
%
กำไรสุทธิ
349.46
ล้านบาท
↓ 539.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
92.34
%
D/E Ratio
2.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
378
↓ -60.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
99
↓ -61.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
349
↓ -539.2%
YoY
D/E Ratio
2.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.19
ROE (%)
0.84
ROA (%)
7.47
Book Value/หุ้น
1.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-108
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-108.31
-125.76%
|
420.40
-84.38%
|
2,690.62
-1,998.14%
|
-141.75
-59.66%
|
-351.42
-440.52%
|
103.20
-232.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8.31
-104.37%
|
-190.13
+787.21%
|
-21.43
-158.06%
|
36.91
-1,185.59%
|
-3.40
-93.97%
|
-56.42
+784.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
106.77
-128.66%
|
-372.54
-69.89%
|
-1,237.35
-11,707.41%
|
10.66
-97.75%
|
473.90
-899.16%
|
-59.30
-202.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
218.66
-376.30%
|
-79.14
-153.25%
|
148.61
-257.81%
|
-94.17
-179.09%
|
119.07
-1,051.04%
|
-12.52
-52.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
189.61
-27.69%
|
262.21
-33.08%
|
391.84
+34.10%
|
292.20
+740.14%
|
34.78
-44.41%
|
62.56
-47.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
116.89
-38.35%
|
189.61
-27.69%
|
262.21
-33.08%
|
391.84
+34.10%
|
292.20
+740.14%
|
34.78
-44.41%
|