บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.44
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4487 out_tok=2483 at=2026-07-25T14:18:50 -->
# CMC กำไรสุทธิ Q1/2565 พลิกขาดทุน เหตุรายได้อสังหาฯ ดิ่ง 53%
## รายได้อสังหาฯ หดตัวฉุดกำไร ขณะธุรกิจอื่นเติบโตชดเชยบางส่วน
บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 28.1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 40.2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอื่น ๆ เช่น การก่อสร้าง บริการ และการขายสินค้า มีการเติบโตที่น่าสนใจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ CMC ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 53% หรือ 187.2 ล้านบาท** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 48% หรือ 70.9 ล้านบาท แม้ว่าจะมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ เช่น การก่อสร้าง บริการ และการขายสินค้า ที่เติบโตสูงถึง 142% หรือ 95 ล้านบาท แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการลดลงของรายได้หลักได้ทั้งหมด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงนั้น **"มาจากรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง"** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้มีมูลค่าต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมที่ประมาณ 39-40% แต่ปริมาณการโอนที่ลดลงส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมและกำไรขั้นต้น ในทางกลับกัน รายได้จากการก่อสร้างเติบโต 85.2% จาก 23.6 ล้านบาท เป็น 43.7 ล้านบาท, รายได้จากการให้บริการเติบโต 242.8% จาก 10.5 ล้านบาท เป็น 36.1 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าเติบโต 202.7% จาก 4.9 ล้านบาท เป็น 14.7 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวหรือการเติบโตของธุรกิจอื่น ๆ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าการลดลงของรายได้อสังหาริมทรัพย์จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุของการลดลงของยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจน หรือแนวโน้มของยอดโอนในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มี Backlog อยู่ที่ 2,183 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่ายังมีรายได้รอรับรู้ในอนาคต และมีแผนเปิดโครงการใหม่อีกจำนวนมาก รวมถึงโครงการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมโอนในปี 2565 อีก 1 โครงการ คือ โครงการคาซ่า ดีว่า สาธร-วงแหวน เฟส 3 ซึ่งอาจช่วยหนุนรายได้ในอนาคตได้ แต่ต้องจับตาดูสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์และยอดขายโครงการใหม่ ๆ อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** ไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 28.1 ล้านบาท เทียบกับกำไร 40.2 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้อสังหาฯ ดิ่ง 53%:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 187.2 ล้านบาท เหลือ 165.8 ล้านบาท เป็นปัจจัยหลักกดดันผลประกอบการ
* **ธุรกิจอื่นเติบโตเด่น:** รายได้จากการก่อสร้าง บริการ และขายสินค้า รวมกันเติบโต 142% หรือ 95 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นหดตัว:** กำไรขั้นต้นลดลง 48% หรือ 70.9 ล้านบาท จาก 147.6 ล้านบาท เหลือ 76.7 ล้านบาท
* **ควบคุมค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 19% หรือ 18 ล้านบาท
* **Backlog 2,183 ล้านบาท:** ยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 2,183 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 260.3 ล้านบาท ลดลง 33.6% หรือ 131.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 392.0 ล้านบาท โดยมีรายได้หลักจากการขายอสังหาริมทรัพย์ 165.8 ล้านบาท ลดลง 53% ขณะที่รายได้จากการก่อสร้าง บริการ และขายสินค้า รวมกันอยู่ที่ 95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142%
อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 37.4% ในปีก่อน เหลือ 29.2% หรือคิดเป็น 76.7 ล้านบาท ลดลง 48% จาก 147.6 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 39% ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 40%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมลดลง 19% จาก 95 ล้านบาท เหลือ 77 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 55.8 ล้านบาท ในปีก่อน เหลือเพียง 2.2 ล้านบาท
เมื่อรวมต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 145.1% จาก 12.7 ล้านบาท เป็น 31.0 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ ขาดทุนก่อนภาษีเงินได้ 28.8 ล้านบาท และเมื่อรวมผลกระทบจากภาษีเงินได้ ทำให้ไตรมาสนี้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 28.1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 40.2 ล้านบาท
## โอกาส
* **Backlog สนับสนุนรายได้:** ยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) มูลค่า 2,183 ล้านบาท จะเป็นรายได้ที่ทยอยรับรู้ในอนาคต
* **แผนเปิดโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนการเปิดโครงการใหม่อีกจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และยอดขายในอนาคต
* **โครงการพร้อมโอนปี 2565:** โครงการคาซ่า ดีว่า สาธร-วงแหวน เฟส 3 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2565 ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ในระยะสั้นถึงกลาง
* **การเติบโตของธุรกิจอื่น:** การเติบโตที่โดดเด่นของรายได้จากการก่อสร้าง บริการ และขายสินค้า แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจนอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์หลัก
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้อสังหาริมทรัพย์:** การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการโดยรวม
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์:** ความไม่แน่นอนของยอดโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคต อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และกำไร
* **สต็อกคงค้าง (Inventory):** มูลค่าห้องว่างรอการขาย (Inventory) ที่มีอยู่ 4,051 ล้านบาท อาจเป็นแรงกดดันหากการขายและการโอนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 145.1% เป็นปัจจัยกดดันผลกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการ:** ติดตามแนวโน้มยอดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะโครงการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565
* **ความคืบหน้าการเปิดโครงการใหม่:** ความสำเร็จในการเปิดตัวและยอดขายของโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้น
* **การบริหารจัดการ Inventory:** กลยุทธ์ในการระบายสต็อกคงค้างที่มีอยู่
* **แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน:** ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **การเติบโตของธุรกิจอื่น:** ความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของธุรกิจก่อสร้าง บริการ และขายสินค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 53% เป็นผลโดยตรงจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **อัตรากำไรโครงการ:** แม้รายได้จะลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังคงแข็งแกร่งที่ประมาณ 39-40% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนโครงการที่ดี
* **Backlog:** มูลค่า Backlog 2,183 ล้านบาท เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความต้องการในโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต
* **Inventory:** มูลค่า Inventory 4,051 ล้านบาท เป็นจำนวนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งต้องพิจารณาถึงอัตราการขายและระยะเวลาในการระบายสต็อก
* **การเปิดโครงการใหม่:** แผนการเปิดโครงการใหม่จำนวนมากบ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 โดยตรง มีเพียงข้อมูล Backlog และ Inventory ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์หมุนเวียน
## สรุปท้าย
CMC พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจอื่น ๆ จะมีการเติบโตที่น่าสนใจ แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม Backlog ที่มีอยู่และการเปิดโครงการใหม่ในอนาคตเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาดูแนวโน้มยอดโอนกรรมสิทธิ์ การบริหารจัดการ Inventory และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CMC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
378.44
ล้านบาท
↓ 60.8% YoY
กำไรขั้นต้น
99.44
ล้านบาท
↓ 61.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.28
%
กำไรสุทธิ
349.46
ล้านบาท
↓ 539.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
92.34
%
D/E Ratio
2.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
378
↓ -60.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
99
↓ -61.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
349
↓ -539.2%
YoY
D/E Ratio
2.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.19
ROE (%)
0.84
ROA (%)
7.47
Book Value/หุ้น
1.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-108
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-108.31
-125.76%
|
420.40
-84.38%
|
2,690.62
-1,998.14%
|
-141.75
-59.66%
|
-351.42
-440.52%
|
103.20
-232.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8.31
-104.37%
|
-190.13
+787.21%
|
-21.43
-158.06%
|
36.91
-1,185.59%
|
-3.40
-93.97%
|
-56.42
+784.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
106.77
-128.66%
|
-372.54
-69.89%
|
-1,237.35
-11,707.41%
|
10.66
-97.75%
|
473.90
-899.16%
|
-59.30
-202.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
218.66
-376.30%
|
-79.14
-153.25%
|
148.61
-257.81%
|
-94.17
-179.09%
|
119.07
-1,051.04%
|
-12.52
-52.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
189.61
-27.69%
|
262.21
-33.08%
|
391.84
+34.10%
|
292.20
+740.14%
|
34.78
-44.41%
|
62.56
-47.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
116.89
-38.35%
|
189.61
-27.69%
|
262.21
-33.08%
|
391.84
+34.10%
|
292.20
+740.14%
|
34.78
-44.41%
|