บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.44
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5584 out_tok=2665 at=2026-07-25T14:28:20 -->
# CMC กำไรสุทธิ Q3/64 พุ่ง 577.5% รับแรงโอนโครงการเก่า-คุมต้นทุน
## รายได้โตจากการโอนต่อเนื่อง ขณะต้นทุนการเงินพุ่งกระทบกำไรสุทธิ
บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 56.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 577.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างเสร็จแล้ว ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมกำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CMC ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างเสร็จแล้ว ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่มีประสิทธิภาพ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 19.66%:** สาเหตุหลักมาจากโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2563 ได้แก่ โครงการแบงค์คอกฮอไรซอน ไลท์ @สถานีเพชรเกษม 48 และ โครงการ เดอะ คิวเว่ ติวานนท์ ซึ่งมียอด Backlog สะสมจำนวนมาก ทำให้สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่องในปี 2564 แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะชะลอตัวจากสถานการณ์โควิด-19
2. **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ทรงตัวและเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่ต้นทุนขายต่อรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์คิดเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงเดิม (58.28% ในปี 2564 เทียบกับ 58.51% ในปี 2563) และอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (41.72% เทียบกับ 41.49%) ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการระบายสินค้าที่มีอายุมากกว่า 3 ปีด้วยการให้ส่วนลดและโปรโมชั่น
3. **ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 11.13%:** บริษัทฯ ปรับกลยุทธ์การตลาดโดยลดการใช้ Offline Marketing หันมาเน้น Online Marketing มากขึ้น ทำให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ดี
4. **ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** เพิ่มขึ้นเพียง 1.89% ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้รวม แสดงถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด
อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 537.13%** เป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ โดยมีสาเหตุมาจากการลงทุนเพิ่มทุนในธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจทางการแพทย์และโรงแรม ซึ่งแม้จะคาดหวังว่าจะสร้างรายได้ประจำ (recurring income) และกระจายความเสี่ยงในอนาคต แต่ก็ส่งผลให้ภาระต้นทุนทางการเงินในงบการเงินปีปัจจุบันสูงขึ้นอย่างมาก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
* **ปัจจัยบวกที่อาจต่อเนื่อง:** การมี Backlog จำนวนมากจากโครงการที่สร้างเสร็จแล้วจะยังคงสนับสนุนรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ต่อไปในช่วงที่เหลือของปี 2564 และปี 2565 แผนการเปิดโครงการใหม่จำนวนมากยังบ่งชี้ถึงการเติบโตในอนาคต
* **ปัจจัยที่ต้องจับตา:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการลงทุนในธุรกิจใหม่เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามว่าการลงทุนดังกล่าวจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ รวมถึงสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือน ปี 2564 เท่ากับ 56.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 577.5% YoY** จาก 8.34 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 9 เดือน ปี 2564 เท่ากับ 813.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.66% YoY** จาก 679.80 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงิน 9 เดือน ปี 2564 พุ่งสูงถึง 67.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 537.13% YoY** จาก 10.61 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในธุรกิจใหม่
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ 9 เดือน ปี 2564 อยู่ที่ 41.72%** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 41.49% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 11.13%** จากการปรับกลยุทธ์การตลาด
* **Backlog ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 2,121.31 ล้านบาท**
* **มีแผนเปิดโครงการใหม่อีกจำนวนมาก**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 888.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 778.67 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 19.66% ขณะที่รายได้จากการก่อสร้างลดลง 24.50%
ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 10.38% สอดคล้องกับรายได้รวม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 20.52% จาก 282.35 ล้านบาท เป็น 340.28 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 285.71% จาก 32.69 ล้านบาท เป็น 126.09 ล้านบาท แต่เมื่อหักต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 537.13% ทำให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นเพียง 164.8% จาก 22.09 ล้านบาท เป็น 58.49 ล้านบาท
เมื่อหักภาษีเงินได้ (ซึ่งลดลงอย่างมาก 85.53% เนื่องจากปีก่อนมีค่าใช้จ่ายภาษีที่สูงกว่า) ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2564 อยู่ที่ 56.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 577.5% จาก 8.34 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การโอนกรรมสิทธิ์โครงการเดิม:** โครงการแบงค์คอกฮอไรซอน ไลท์ @สถานีเพชรเกษม 48 และ โครงการ เดอะ คิวเว่ ติวานนท์ ที่มี Backlog สะสม จะยังคงสร้างรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่อง
* **การเปิดโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนการเปิดโครงการใหม่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การลงทุนในธุรกิจทางการแพทย์และโรงแรม คาดว่าจะสร้างรายได้ประจำ (recurring income) ในอนาคต และช่วยกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ
* **การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การคาดการณ์ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาเติบโตในปี 2565 จากปริมาณ Supply ที่ลดลง และการเปิดประเทศ อาจส่งผลดีต่อยอดขายในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19 และเศรษฐกิจ:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งอาจกระทบต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การลงทุนในธุรกิจใหม่ทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น
* **การแข่งขันในตลาด:** ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อการระบายสินค้าและการทำกำไร
* **ปริมาณห้องว่างรอการขาย (Inventory):** บริษัทฯ มี Inventory มูลค่าประมาณ 4,511.43 ล้านบาท ซึ่งต้องบริหารจัดการการขายอย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ:** ติดตามยอดโอนกรรมสิทธิ์จาก Backlog ที่มีอยู่
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** ความคืบหน้าและผลตอบรับของโครงการใหม่ที่จะเปิดตัว
* **ผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจใหม่:** การสร้างรายได้ประจำจากธุรกิจทางการแพทย์และโรงแรม
* **แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการภาระหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน
* **สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การฟื้นตัวของกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** เติบโตได้ดีจากการโอนโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการให้แล้วเสร็จและส่งมอบได้ตามแผน
* **ต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่สัดส่วนต่อรายได้ทรงตัว แสดงถึงการควบคุมต้นทุนโครงการได้ดี อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการระบายสินค้าเก่าเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** การปรับกลยุทธ์การตลาดไปสู่ Online Marketing ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้า
* **Backlog:** มูลค่า Backlog ที่ 2,121.31 ล้านบาท เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **Inventory:** มูลค่า Inventory ที่ 4,511.43 ล้านบาท เป็นจำนวนที่ค่อนข้างสูง ต้องติดตามกลยุทธ์การระบายสินค้าอย่างใกล้ชิด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่จากข้อมูลต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจบ่งชี้ถึงการกู้ยืมเงินเพื่อใช้ในการลงทุนในธุรกิจใหม่ ซึ่งต้องติดตามระดับหนี้สิน (D/E ratio) และความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต
## สรุปท้าย
CMC ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการเดิมและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธุรกิจใหม่ได้สร้างภาระต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การมี Backlog ที่แข็งแกร่งและแผนการเปิดโครงการใหม่เป็นโอกาสในการเติบโต แต่ความเสี่ยงจากสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเป็นสิ่งที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CMC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
378.44
ล้านบาท
↓ 60.8% YoY
กำไรขั้นต้น
99.44
ล้านบาท
↓ 61.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.28
%
กำไรสุทธิ
349.46
ล้านบาท
↓ 539.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
92.34
%
D/E Ratio
2.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
378
↓ -60.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
99
↓ -61.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
349
↓ -539.2%
YoY
D/E Ratio
2.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.19
ROE (%)
0.84
ROA (%)
7.47
Book Value/หุ้น
1.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-108
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-108.31
-125.76%
|
420.40
-84.38%
|
2,690.62
-1,998.14%
|
-141.75
-59.66%
|
-351.42
-440.52%
|
103.20
-232.75%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8.31
-104.37%
|
-190.13
+787.21%
|
-21.43
-158.06%
|
36.91
-1,185.59%
|
-3.40
-93.97%
|
-56.42
+784.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
106.77
-128.66%
|
-372.54
-69.89%
|
-1,237.35
-11,707.41%
|
10.66
-97.75%
|
473.90
-899.16%
|
-59.30
-202.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
218.66
-376.30%
|
-79.14
-153.25%
|
148.61
-257.81%
|
-94.17
-179.09%
|
119.07
-1,051.04%
|
-12.52
-52.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
189.61
-27.69%
|
262.21
-33.08%
|
391.84
+34.10%
|
292.20
+740.14%
|
34.78
-44.41%
|
62.56
-47.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
116.89
-38.35%
|
189.61
-27.69%
|
262.21
-33.08%
|
391.84
+34.10%
|
292.20
+740.14%
|
34.78
-44.41%
|