บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.35
+0.01 (+2.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5119 out_tok=2805 at=2026-07-25T12:04:06 -->
# CI ขาดทุนสุทธิเพิ่ม 347.8% ปี 2565 รับรายได้อสังหาฯ ดิ่ง 20.7%
## รายได้รวมวูบ 5.4% เหตุยอดโอนโครงการหดตัว ขณะธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง หนุนรายได้โต 99.6%
บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI รายงานผลประกอบการปี 2565 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 199.8 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 155.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 347.8 เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 5.4% แม้ธุรกิจโรงแรมจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ CI ในปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ แม้ว่าธุรกิจโรงแรมจะมีการฟื้นตัวอย่างโดดเด่น แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จำนวน 301.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20.7 เป็นผลมาจาก **สภาวะทางเศรษฐกิจที่ถดถอย** ทำให้ความเชื่อมั่นในการตัดสินใจซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยและการลงทุนชะลอตัวลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อยอดการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ
ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจโรงแรมมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 335.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 99.6 เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาด การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจโรงแรมยังไม่มากพอที่จะชดเชยการหดตัวของรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ รายได้อื่นลดลง 172.0 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากรายการกำไรจากการได้รับงดเว้นค่าเช่าตามสัญญาเช่าทรัพย์สินระหว่างบริษัทย่อยกับกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา โดยในปี 2565 ได้รับการงดเว้นค่าเช่าเป็นจำนวน 94.7 ล้านบาท เทียบกับปี 2564 ที่ได้รับการงดเว้นค่าเช่าถึง 266.7 ล้านบาท ซึ่งรายการนี้ส่งผลให้รายได้อื่นลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมมีแนวโน้มที่ดีจากการเปิดประเทศ แต่การกลับมาของรายได้จากอสังหาริมทรัพย์จะขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคเป็นสำคัญ ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนอยู่
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่ม 347.8%:** ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 199.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 155.2 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 5.4%:** อยู่ที่ 2,175.5 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 20.7%
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 99.6% จากการกลับมาของนักท่องเที่ยว
* **รายได้อื่นลดลง 172.0 ล้านบาท:** เป็นผลจากการได้รับงดเว้นค่าเช่าที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ต้นทุนขายลดลง 1.3%:** สอดคล้องกับการลดลงของรายได้หลัก
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 16.9%:** ส่วนใหญ่มาจากผลตอบแทนพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจโรงแรม
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,175.5 ล้านบาท ลดลง 123.6 ล้านบาท หรือ 5.4% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 301.2 ล้านบาท (20.7%) เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการตัดสินใจซื้อชะลอตัว ในขณะที่รายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 335.5 ล้านบาท (99.6%) จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ
ต้นทุนขายรวมลดลง 19.9 ล้านบาท (1.3%) สอดคล้องกับรายได้หลักที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 93.1 ล้านบาท (16.9%) ส่วนใหญ่มาจากผลตอบแทนพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจโรงแรม และการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 199.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.2 ล้านบาท (347.8%) เมื่อเทียบกับปี 2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมของบริษัทฯ ซึ่งมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่างศรีพันวา
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีการพัฒนาโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการดิ อิสสระ สาทร, โครงการอิสระ เรสซิเดนซ์พระราม 9, โครงการบ้านอิสระ บางนา, โครงการศศรา หัวหิน และโครงการส่วนต่อขยายโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต
* **การปรับมูลค่าที่ดิน:** การปรับมูลค่าที่ดินจากราคาต้นทุนเป็นราคาที่ตีใหม่ใกล้เคียงราคาตลาด ช่วยสะท้อนมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัทฯ ได้ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจถดถอย:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ต้นทุนวัสดุและแรงงานที่อาจปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการอสังหาริมทรัพย์
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** หากมีการดำเนินงานหรือรายได้ที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินต่างประเทศ อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายรอการโอน (Backlog) ของโครงการอสังหาริมทรัพย์:** จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อรายได้ในอนาคต
* **อัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (ADR) ของธุรกิจโรงแรม:** การฟื้นตัวต่อเนื่องจะส่งผลดีต่อผลประกอบการโดยรวม
* **การเปิดตัวโครงการใหม่และการตอบรับของตลาด:** ความสำเร็จของโครงการใหม่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ของผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้าง:** เพื่อรักษาอัตรากำไรของโครงการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 301.2 ล้านบาท (20.7%) ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในตลาดอสังหาริมทรัพย์จากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีการพัฒนาโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการดิ อิสสระ สาทร, โครงการอิสระ เรสซิเดนซ์พระราม 9, โครงการบ้านอิสระ บางนา, โครงการศศรา หัวหิน และโครงการส่วนต่อขยายโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขยายพอร์ตโฟลิกส์
ต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายลดลง 705.5 ล้านบาท เนื่องจากมีการโอนต้นทุนโครงการไปเป็นต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ในงบกำไรขาดทุน และโอนไปยังที่ดินอาคารและอุปกรณ์ นอกจากนี้ ที่ดินรอการพัฒนาลดลง 187.9 ล้านบาท จากการโอนเป็นที่ดินอาคารและอุปกรณ์
ในส่วนของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 1,885.5 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการรับโอนจากต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและที่ดินรอการพัฒนา รวมถึงการปรับปรุงมูลค่าที่ดินให้ใกล้เคียงราคาตลาด และการพัฒนาโครงการโรงแรมบาบา บีชคลับหัวหิน (Habita Seaview)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
บริษัทฯ มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานสำหรับปี 2565 เท่ากับ 367.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบ และอัตราการจองและเข้าพักโรงแรมที่สูงขึ้นในช่วงปลายปี
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุนสำหรับปี 2565 เท่ากับ 6.0 ล้านบาท แม้จะมีการลงทุนในหน่วยลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา และการพัฒนาโครงการโรงแรมบาบา บีชคลับหัวหิน (Habita Seaview) เพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินสำหรับปี 2565 เท่ากับ 312.3 ล้านบาท เกิดจากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้ในจำนวนที่สูงกว่าการออกหุ้นกู้ใหม่ และการเบิกเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อใช้ในการดำเนินงาน
รายการที่มีการเปลี่ยนแปลงในงบแสดงฐานะการเงินที่มีนัยสำคัญ ได้แก่ ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 82.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายล่วงหน้าค่างานก่อสร้างและค่านายหน้าจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ และลูกหนี้จากการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้น
เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 258.5 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย เช่น โครงการดิ อิสสระ สาทร และโครงการโรงแรมบาบาบีชคลับหัวหิน
หุ้นกู้ลดลง 298.7 ล้านบาท จากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้สุทธิ
หนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น 46.8 ล้านบาท
หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 16.0 ล้านบาท จากการคืนเงินประกันงานก่อสร้าง
## สรุปท้าย
ผลประกอบการปี 2565 ของ CI สะท้อนถึงความท้าทายในภาคอสังหาริมทรัพย์จากสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ส่งผลให้รายได้จากการขายหลักลดลงและขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น แม้ธุรกิจโรงแรมจะมีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด การบริหารจัดการต้นทุน การพัฒนาโครงการใหม่ และการติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทฯ ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นในการซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
600.98
ล้านบาท
↓ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
161.23
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.83
%
กำไรสุทธิ
-36.77
ล้านบาท
↓ 54.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.12
%
D/E Ratio
4.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
601
↓ -0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
161
↓ -4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↓ -54.5%
YoY
D/E Ratio
4.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.25
ROE (%)
-22.44
ROA (%)
0.66
Book Value/หุ้น
0.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-110
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-662
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-110.26
-92.37%
|
-1,444.87
+114.97%
|
-672.13
+93.78%
|
-346.85
+398.99%
|
-69.51
-153.08%
|
130.96
-113.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-662.28
-1,715.71%
|
40.99
-77.81%
|
184.76
+155.19%
|
72.40
-49.81%
|
144.25
-236.90%
|
-105.37
-145.32%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
657.52
-53.46%
|
1,412.90
+5,624.88%
|
24.68
-106.40%
|
-385.64
-428.40%
|
117.43
-193.82%
|
-125.17
-163.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-129.01
-1,533.44%
|
9.00
-102.63%
|
-342.46
-52.53%
|
-721.43
-285.23%
|
389.48
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
221.49
-25.55%
|
297.50
-25.07%
|
397.05
+18.27%
|
335.71
-40.97%
|
568.74
-4.67%
|
596.57
-33.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
120.44
-45.62%
|
221.49
-25.55%
|
297.50
-25.07%
|
397.05
+18.27%
|
335.71
-40.97%
|
568.74
-4.67%
|