บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.35
+0.01 (+2.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5073 out_tok=3340 at=2026-07-25T13:13:44 -->
# CI พลิกขาดทุนสุทธิปี 63 เป็นกำไรปี 64 รับแรงหนุนโอนอสังหาฯ ไฮเอนด์
## รายได้รวมโต 60.9% จากยอดขายโครงการแนวราบ ขณะที่ธุรกิจโรงแรม-เช่าชะลอตัว
บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 45.1 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 283.1 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่สร้างเสร็จและได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงแรมและรายได้ค่าเช่าได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้รายได้รวมเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CI พลิกจากขาดทุนในปี 2563 มาเป็นกำไรในปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่สร้างเสร็จพร้อมโอน ซึ่งมีมูลค่าถึง 1,451.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 123.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจาก **การรับรู้รายได้จากการได้รับการงดเว้นค่าเช่า** จากบริษัทย่อยที่ให้เช่าทรัพย์สินแก่กองทรัสต์โรงแรมศรีพันวา จำนวน 266.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มาจาก **โครงการในแนวราบที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์** ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ตลาดระดับบนได้เป็นอย่างดี ในขณะที่การรับรู้รายได้จากการงดเว้นค่าเช่า เป็นมาตรการช่วยเหลือจากกองทรัสต์เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรม ทำให้รายได้จากการดำเนินงานหลักอื่นๆ เช่น รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมลดลง 26.0% และรายได้จากค่าเช่าและบริการลดลง 11.4%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** การฟื้นตัวของยอดขายอสังหาริมทรัพย์แนวราบที่ตอบรับดีจากลูกค้าไฮเอนด์ เป็นสัญญาณที่ดีที่อาจส่งผลต่อเนื่องได้ หากสถานการณ์เศรษฐกิจและการแพร่ระบาดคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม รายได้จากการดำเนินงานหลักอื่นๆ เช่น โรงแรมและค่าเช่า ยังคงมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์โควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม การรับรู้รายได้จากการงดเว้นค่าเช่าเป็นรายการพิเศษที่อาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** ปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 45.1 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 283.1 ล้านบาทในปี 2563 คิดเป็นการลดลงของขาดทุน 86.3%
* **รายได้รวมเติบโต 60.9%:** รายได้รวมอยู่ที่ 2,299.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 870.1 ล้านบาท จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก
* **ยอดขายอสังหาฯ พุ่ง:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 123.5% เป็น 1,451.6 ล้านบาท จากโครงการแนวราบที่สร้างเสร็จและได้รับการตอบรับดี
* **ธุรกิจโรงแรม-เช่าชะลอตัว:** รายได้จากโรงแรมลดลง 26.0% และรายได้ค่าเช่าลดลง 11.4% จากผลกระทบโควิด-19
* **ต้นทุนขายเพิ่มตามรายได้:** ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 45.4% สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้
* **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเพิ่ม:** เพิ่มขึ้น 8.3% ตามทิศทางรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
* **เงินกู้ยืมลดลง:** เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินลดลง 541.8 ล้านบาท จากการชำระคืนด้วยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) มีขาดทุนสุทธิสำหรับส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 45.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 283.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 86.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมอยู่ที่ 2,299.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 870.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 60.9 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จำนวน 1,451.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 802.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 123.5 เนื่องจากมีโครงการในแนวราบที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมกับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ ประกอบกับมีกำไรจากการได้รับการงดเว้นค่าเช่าตามสัญญาเช่าทรัพย์สินระหว่างบริษัทย่อยกับกองทรัสต์โรงแรมศรีพันวา จำนวน 266.7 ล้านบาท อันเนื่องมาจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)
อย่างไรก็ตาม รายได้หลักจากการดำเนินงานอื่นๆ อาทิ รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมลดลง 118.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 26.0 และรายได้จากค่าเช่าและค่าบริการลดลง 8.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 11.4 อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่มีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และธุรกิจการให้เช่าและบริการ
ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 482.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 45.4 ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกันกับการเปลี่ยนแปลงของรายได้หลักที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 42.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8.3 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การตอบรับที่ดีของโครงการแนวราบกลุ่มไฮเอนด์:** แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาโครงการที่ตรงกับความต้องการของตลาดระดับบน ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการต่อยอดโครงการในอนาคต
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** บริษัทฯ ได้พัฒนาโครงการต่างๆ เพิ่มเติม เช่น โครงการอิสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9, โครงการบ้านอิสระ บางนา, โครงการศศรา หัวหิน ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการเงินเพื่อหาผลตอบแทน:** การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนจากการบริหารจัดการเงินเพื่อหาผลตอบแทนระยะสั้น
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และธุรกิจการให้เช่าและบริการ
* **ความผันผวนของต้นทุนการก่อสร้าง:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่หากต้นทุนการก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **การพึ่งพิงรายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์:** การเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่:** โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เช่น โครงการอิสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9, บ้านอิสระ บางนา, ศศรา หัวหิน
* **ผลประกอบการของธุรกิจโรงแรมและบริการ:** การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin):** การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างและราคาขาย
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะการชำระคืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ที่ครบกำหนด
* **การพัฒนาโครงการในอนาคต:** แผนการเปิดโครงการใหม่ และการตอบรับของตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 123.5% เป็น 1,451.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากโครงการในแนวราบที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ สะท้อนถึงความสามารถในการส่งมอบโครงการและยอดขายที่แข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การที่บริษัทฯ มีการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เช่น โครงการอิสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9, โครงการบ้านอิสระ บางนา, โครงการศศรา หัวหิน บ่งชี้ถึงการมีโครงการในมือเพื่อรองรับการโอนในอนาคต
* **การเปิดโครงการใหม่:** มีการกล่าวถึงการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เช่น โครงการอิสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9, โครงการบ้านอิสระ บางนา, โครงการศศรา หัวหิน ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 45.4% สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนที่สัมพันธ์กับปริมาณการขาย
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานเท่ากับ 909.0 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการยอดขายและการโอนอสังหาริมทรัพย์ สะท้อนถึงการสร้างกระแสเงินสดที่ดีจากการดำเนินธุรกิจหลัก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์:**
* ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น เพิ่มขึ้น 19.5 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากค่านายหน้าที่บริษัทจ่ายล่วงหน้าจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์
* ต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ลดลง 419.2 ล้านบาท เนื่องจากการโอนต้นทุนโครงการฯ เป็นต้นทุนขายในงบกำไรขาดทุน และมีการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
* สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน เพิ่มขึ้น 75.0 ล้านบาท จากการบริหารจัดการเงินเพื่อหาผลตอบแทนระยะสั้น
* สินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่น ลดลง 73.9 ล้านบาท จากการปรับลดมูลค่ายุติธรรม
* อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ลดลง 58.3 ล้านบาท จากการขายบางส่วนและการปรับลดมูลค่ายุติธรรม
* ที่ดินรอการพัฒนา ลดลง 49.3 ล้านบาท จากการโอนบางส่วนไปเป็นที่ดินอาคารและอุปกรณ์
* ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 298.8 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของส่วนต่อขยายโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต และบาบาบีชคลับหัวหิน
* สินทรัพย์สิทธิการใช้ ลดลง 200.9 ล้านบาท จากค่าตัดจำหน่าย
* **หนี้สิน:**
* เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ลดลง 541.8 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้จากการขายและโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์
* เงินกู้ยืมระยะยาวจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน ลดลง 67.0 ล้านบาท จากการจ่ายชำระ
* เงินกู้ยืมระยะยาวจากบริษัทอื่น เพิ่มขึ้น 253.6 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการและเสริมสภาพคล่อง
* หุ้นกู้ ลดลง 252.4 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ใหม่และชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด
* หนี้สินตามสัญญาเช่า ลดลง 131.7 ล้านบาท จากการได้รับงดเว้นค่าเช่าและค่าตัดจำหน่าย
* หนี้สินที่เกิดจากสัญญา เพิ่มขึ้น 207.3 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินรับล่วงหน้าจากการขายอสังหาริมทรัพย์
* **กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 909.0 ล้านบาท จากยอดขายและการโอนอสังหาริมทรัพย์
* **กิจกรรมลงทุน:** มีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 281.1 ล้านบาท จากการนำเงินไปพัฒนาโครงการโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต และบาบาบีชคลับหัวหิน
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** มีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 861.0 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืม ชำระภาระหนี้สินตามสัญญาเช่า และไถ่ถอนหุ้นกู้
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีแห่งการพลิกฟื้นของ CI โดยสามารถพลิกจากขาดทุนสุทธิมาเป็นกำไรได้ จากแรงหนุนสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ ประกอบกับมีรายได้พิเศษจากการได้รับการงดเว้นค่าเช่า อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงแรมและบริการยังคงเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 บริษัทฯ มีการบริหารจัดการฐานะการเงินที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการลดลงของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ขณะที่ยังคงมีการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ๆ ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
600.98
ล้านบาท
↓ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
161.23
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.83
%
กำไรสุทธิ
-36.77
ล้านบาท
↓ 54.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.12
%
D/E Ratio
4.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
601
↓ -0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
161
↓ -4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↓ -54.5%
YoY
D/E Ratio
4.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.25
ROE (%)
-22.44
ROA (%)
0.66
Book Value/หุ้น
0.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-110
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-662
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-110.26
-92.37%
|
-1,444.87
+114.97%
|
-672.13
+93.78%
|
-346.85
+398.99%
|
-69.51
-153.08%
|
130.96
-113.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-662.28
-1,715.71%
|
40.99
-77.81%
|
184.76
+155.19%
|
72.40
-49.81%
|
144.25
-236.90%
|
-105.37
-145.32%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
657.52
-53.46%
|
1,412.90
+5,624.88%
|
24.68
-106.40%
|
-385.64
-428.40%
|
117.43
-193.82%
|
-125.17
-163.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-129.01
-1,533.44%
|
9.00
-102.63%
|
-342.46
-52.53%
|
-721.43
-285.23%
|
389.48
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
221.49
-25.55%
|
297.50
-25.07%
|
397.05
+18.27%
|
335.71
-40.97%
|
568.74
-4.67%
|
596.57
-33.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
120.44
-45.62%
|
221.49
-25.55%
|
297.50
-25.07%
|
397.05
+18.27%
|
335.71
-40.97%
|
568.74
-4.67%
|