บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.35
+0.01 (+2.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12622 out_tok=3579 at=2026-07-25T03:43:47 -->
# CI Q2/2566: รายได้พุ่ง 275% พลิกมีกำไร EBITDA หลังคุมต้นทุน-ราคาตั๋วสูงขึ้น
## รายได้-กำไรฟื้นตัวแรงจากฐานต่ำปีก่อน หลังจีนเปิดประเทศหนุนการเดินทาง ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่ากระทบขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI รายได้รวมพุ่งสูงถึง 10,398.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 275% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของการเดินทางทั้งในประเทศและระหว่างประเทศหลังจีนเปิดประเทศ ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไร EBITDA สูงสุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ที่ 1,817.2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิ 1,012.5 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CI ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 275% YoY** ซึ่งเป็นผลมาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของจำนวนผู้โดยสารและการปรับขึ้นของค่าโดยสารเฉลี่ย** ทำให้บริษัทสามารถบันทึก **EBITDA ได้ถึง 1,817.2 ล้านบาท** ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 และเป็นการพลิกจากขาดทุน EBITDA ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ (1,046.5) ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากหลายปัจจัยหลัก ได้แก่:
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน:** การเปิดประเทศของจีนส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศและผู้โดยสารจากจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย CI เป็นสายการบินที่มีจำนวนที่นั่งให้บริการระหว่างไทย-จีนสูงที่สุดในไตรมาสนี้
* **การเติบโตของผู้โดยสารในประเทศ:** CI ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดผู้โดยสารในประเทศเป็นอันดับหนึ่งที่ 37% ด้วยจำนวนผู้โดยสาร 2.8 ล้านคน และอัตราการขนส่งผู้โดยสารสูงถึง 94%
* **การเพิ่มขึ้นของค่าโดยสารเฉลี่ย:** ค่าโดยสารเฉลี่ยต่อผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 1,755 บาทต่อคน เพิ่มขึ้น 33% YoY และ 10% QoQ ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์การเดินทางที่สูงขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้บริการเสริม:** รายได้บริการเสริมต่อผู้โดยสารแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 409 บาท เพิ่มขึ้นจาก 285 บาทในปีก่อน จากการเติบโตของผู้โดยสารระหว่างประเทศ
แม้ EBITDA จะฟื้นตัว แต่บริษัทมี **ขาดทุนสุทธิ 1,012.5 ล้านบาท** ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้จำนวน (1,390.6) ล้านบาท** อันเนื่องมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงปลายไตรมาส
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยง**
แนวโน้มการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะยังคงดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม และการฟื้นตัวของกระบวนการออกวีซ่าและหนังสือเดินทางของจีน CI ตั้งเป้าขนส่งผู้โดยสาร 20 ล้านคนในปี 2566 และมุ่งมั่นรักษาความเป็นผู้นำตลาดในประเทศ พร้อมให้ความสำคัญกับตลาดระหว่างประเทศมากขึ้น โดยมีแผนเพิ่มเที่ยวบินไปจีนและเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดการณ์ว่าอัตราค่าโดยสารภายในประเทศอาจปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 เพื่อสะท้อนอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันอากาศยานที่กลับมาเป็นอัตราเดิม นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันอากาศยาน และการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 10,398.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 275% YoY และ 6% QoQ** จากการฟื้นตัวของการเดินทางทั้งในและระหว่างประเทศ
* **EBITDA พลิกเป็นบวก 1,817.2 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุน (1,046.5) ล้านบาทในปีก่อน เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่โควิด-19
* **ขาดทุนสุทธิ 1,012.5 ล้านบาท** ลดลง 79% YoY จาก 4,723.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้
* **ค่าโดยสารเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 33% YoY เป็น 1,755 บาท** และ **รายได้ต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (RASK) เพิ่มขึ้นเป็น 1.69 บาท** สูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19
* **ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK) ลดลง 47% YoY เป็น 1.70 บาท** โดยเฉพาะต้นทุนไม่รวมน้ำมันที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **จำนวนผู้โดยสารรวม 4.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 176% YoY** โดยผู้โดยสารในประเทศ 2.8 ล้านคน และระหว่างประเทศ 1.8 ล้านคน
* **อัตราการใช้เครื่องบินทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 12.9 ชั่วโมงปฏิบัติการบินต่อลำต่อวัน**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บจ. ไทยแอร์เอเชีย มีรายได้รวม 10,398.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 275% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์การเดินทางทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการเปิดประเทศของจีน ซึ่งส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอัตราค่าโดยสารเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น
ในด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 11,160.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% YoY ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบิน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK) กลับลดลงอย่างมากถึง 47% YoY มาอยู่ที่ 1.70 บาท โดยต้นทุนไม่รวมน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงถึง 52% YoY มาอยู่ที่ 1.14 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) ที่สูงขึ้นมาก
ผลจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไร EBITDA ได้ถึง 1,817.2 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 1,046.5 ล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิ 1,012.5 ล้านบาท ลดลง 79% YoY จาก 4,723.6 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้จำนวน 1,390.6 ล้านบาท อันเนื่องมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงปลายไตรมาส
สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 19,641.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 324% YoY และมี EBITDA 3,558.0 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 2,305.5 ล้านบาทในปีก่อน แม้จะมีผลขาดทุนสุทธิ 653.1 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากขาดทุน 7,094.2 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** แนวโน้มการท่องเที่ยวคาดว่าจะดีต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีนและตลาดอาเซียน
* **การขยายเส้นทางบิน:** CI มีแผนเพิ่มเที่ยวบินไปยังประเทศจีนให้ใกล้เคียงระดับก่อนโควิด-19 และเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศใหม่ๆ เช่น ดอนเมือง-มะนิลา, ดอนเมือง-โคลัมโบ, ดอนเมือง-อัห์มเดบาด และเชียงใหม่-มาเก๊า
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน:** ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการใช้งานเครื่องบินเป็น 12.5 ชั่วโมงต่อลำต่อวัน และรักษาอัตราขนส่งผู้โดยสารที่ 87% เพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย
* **การเติบโตของรายได้บริการเสริม:** รายได้บริการเสริมต่อผู้โดยสารมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากผู้โดยสารระหว่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
* **ราคาน้ำมันอากาศยาน:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนอาจทำให้ราคาน้ำมันอากาศยานยังคงอยู่ในระดับสูงหรือลดลงอย่างช้าๆ
* **การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันอากาศยาน:** การกลับมาใช้อัตราภาษีเดิมอาจส่งผลให้อัตราค่าโดยสารภายในประเทศปรับเพิ่มขึ้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้การแข่งขันจะสมเหตุสมผลในช่วงที่ผ่านมา แต่การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและเครื่องบินอาจนำไปสู่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
* **ปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้:** สถานการณ์ทางการเมืองทั่วโลก หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน:** ติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าไทยอย่างใกล้ชิด
* **การบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน:** กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงของบริษัทต่อความผันผวนของราคาพลังงานและค่าเงิน
* **การขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศ:** ประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไรของเส้นทางบินใหม่ๆ ที่จะเปิดให้บริการ
* **การปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารภายในประเทศ:** ผลกระทบต่ออุปสงค์การเดินทางภายในประเทศจากการปรับขึ้นราคา
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เครื่องบิน:** การบรรลุเป้าหมายชั่วโมงบินต่อลำต่อวัน และผลต่อ CASK
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
เอกสารที่ได้รับเป็นข้อมูลของ **บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) (AAV)** ซึ่งดำเนินธุรกิจสายการบินไทยแอร์เอเชีย (TAA) เป็นหลัก **ไม่ใช่ข้อมูลของ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (CI)** ซึ่งดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้น จึงไม่สามารถวิเคราะห์ตามจุดโฟกัสเฉพาะ sector ของอสังหาริมทรัพย์ได้
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ได้รับของ AAV สามารถวิเคราะห์ในมุมของธุรกิจสายการบินได้ดังนี้:
* **การฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงาน:** รายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารและค่าโดยสารเฉลี่ย ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** CASK ที่ลดลงอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนที่ไม่เกี่ยวกับน้ำมัน
* **การกลับมาของกำไร EBITDA:** การพลิกมีกำไร EBITDA เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงถึงการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันผลกำไรสุทธิ ซึ่งต้องติดตามการบริหารความเสี่ยงของบริษัท
* **การขยายธุรกิจในอนาคต:** แผนการเพิ่มจำนวนเครื่องบินและเส้นทางบินใหม่ๆ สะท้อนความเชื่อมั่นในตลาดการท่องเที่ยว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 66,074.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 42% มาอยู่ที่ 7,446.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น 59% เป็น 1,272.3 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 58,772.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากสิ้นปีก่อน โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 8% มาอยู่ที่ 23,588.6 ล้านบาท ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1% มาอยู่ที่ 35,184.2 ล้านบาท หากไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย (Interest-bearing debt) จำนวน 7,303.2 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 8% จากสิ้นปีก่อนมาอยู่ที่ 7,301.3 ล้านบาท โดยหลักมาจากผลขาดทุนสำหรับงวด
ในครึ่งปีแรกของปี 2566 บริษัทมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 3,940.0 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมกระแสเงินสดจ่ายอื่นๆ เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนมีจำนวน (529.5) ล้านบาท และเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินมีจำนวน (2,947.9) ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า ทำให้โดยสรุป บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 462.6 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1,272.3 ล้านบาท
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น อัตราส่วนทุนหมุนเวียน (ไม่รวมหนี้สินสัญญาเช่า) อยู่ที่ 0.4x, อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 18% (พลิกจาก -39% ในปีก่อน) และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ -10% (ดีขึ้นจาก -175% ในปีก่อน) อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (ไม่รวมหนี้สินสัญญาเช่า) อยู่ที่ 1.0x
## สรุปท้าย
บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีรายได้รวมเติบโตกว่า 275% และพลิกกลับมามีกำไร EBITDA สูงสุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 จากการฟื้นตัวของการเดินทางหลังจีนเปิดประเทศและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนสุทธิยังคงมีอยู่จากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้ แม้แนวโน้มอุตสาหกรรมจะยังคงสดใสและบริษัทมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ำมัน และการแข่งขัน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CI ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
600.98
ล้านบาท
↓ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
161.23
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.83
%
กำไรสุทธิ
-36.77
ล้านบาท
↓ 54.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.12
%
D/E Ratio
4.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
601
↓ -0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
161
↓ -4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↓ -54.5%
YoY
D/E Ratio
4.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.25
ROE (%)
-22.44
ROA (%)
0.66
Book Value/หุ้น
0.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-110
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-662
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-110.26
-92.37%
|
-1,444.87
+114.97%
|
-672.13
+93.78%
|
-346.85
+398.99%
|
-69.51
-153.08%
|
130.96
-113.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-662.28
-1,715.71%
|
40.99
-77.81%
|
184.76
+155.19%
|
72.40
-49.81%
|
144.25
-236.90%
|
-105.37
-145.32%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
657.52
-53.46%
|
1,412.90
+5,624.88%
|
24.68
-106.40%
|
-385.64
-428.40%
|
117.43
-193.82%
|
-125.17
-163.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-129.01
-1,533.44%
|
9.00
-102.63%
|
-342.46
-52.53%
|
-721.43
-285.23%
|
389.48
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
221.49
-25.55%
|
297.50
-25.07%
|
397.05
+18.27%
|
335.71
-40.97%
|
568.74
-4.67%
|
596.57
-33.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
120.44
-45.62%
|
221.49
-25.55%
|
297.50
-25.07%
|
397.05
+18.27%
|
335.71
-40.97%
|
568.74
-4.67%
|