บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.35
+0.01 (+2.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4607 out_tok=2872 at=2026-07-25T13:22:44 -->
# CI พลิกขาดทุนสุทธิ Q1/2565 เหตุรายได้อสังหาฯ ชะลอ แต่ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว
## รายได้รวมวูบ 21.1% สวนทางธุรกิจโรงแรมที่เติบโต 38.5% ขณะที่ต้นทุนขายลดลงตามรายได้ แต่ค่าใช้จ่ายบริหารพุ่ง
บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 92.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 21.1% เป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ทำให้ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ชะลอการโอนกรรมสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงแรมเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ CI ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 92.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก** ซึ่งหดตัวถึง 37.1% คิดเป็น 145.3 ล้านบาท สวนทางกับ **รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 38.5%** หรือ 34.2 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง** เป็นผลโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยและกำลังซื้อที่อ่อนแอจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อและโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในทางกลับกัน **รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมที่เพิ่มขึ้น** เป็นสัญญาณบวกจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 อัตราการเสียชีวิตและความรุนแรงของอาการลดลง ประกอบกับการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมมากขึ้น ทำให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวกลับมา นอกจากนี้ มาตรการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวจากภาครัฐ เช่น โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ยังช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศได้เป็นอย่างดี
แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลงตามทิศทางรายได้หลัก แต่ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกลับเพิ่มขึ้น 26.1%** หรือ 33.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลตอบแทนพนักงานที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่บริษัทฯ ได้ควบคุมและปรับลดค่าใช้จ่ายในช่วงก่อนหน้าเพื่อเสริมสภาพคล่อง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าธุรกิจโรงแรมจะเริ่มฟื้นตัวและมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ แต่ปัจจัยกดดันหลักยังคงอยู่ที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง การฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 92.5 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 129.3% YoY จาก 40.3 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รายได้รวม 425.7 ล้านบาท:** ลดลง 21.1% YoY จาก 540.8 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รายได้อสังหาริมทรัพย์ลดลง 37.1%:** เหลือ 246.6 ล้านบาท จาก 391.9 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รายได้โรงแรมเพิ่มขึ้น 38.5%:** เป็น 123.0 ล้านบาท จาก 88.8 ล้านบาทใน Q1/2564
* **ต้นทุนขายลดลง 19.4%:** สอดคล้องกับรายได้หลักที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 26.1%:** เป็น 162.3 ล้านบาท จาก 128.7 ล้านบาทใน Q1/2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 92.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 40.3 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 425.7 ล้านบาท ลดลง 21.1% จาก 540.8 ล้านบาทในปีก่อน
การลดลงของรายได้รวมเป็นผลมาจากการหดตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ถึง 37.1% เหลือ 246.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ทำให้ผู้ซื้อชะลอการโอนกรรมสิทธิ์
อย่างไรก็ตาม รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 38.5% เป็น 123.0 ล้านบาท จาก 88.8 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายและการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวจากภาครัฐ
ในส่วนของต้นทุนขายรวมลดลง 19.4% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกลับเพิ่มขึ้น 26.1% เป็น 162.3 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มผลตอบแทนพนักงาน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐและสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโรงแรมของบริษัทฯ
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีการพัฒนาโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการอิสระ เรสซิเดนซ์พระราม 9, โครงการบ้านอิสระ บางนา, โครงการศศรา หัวหิน, โครงการคอนโดมิเนียมดิ อิสสระ สาทร และโครงการโรงแรมบาบาบีชคลับหัวหิน ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้ออ่อนแอ:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์
* **ความผันผวนของต้นทุนก่อสร้าง:** แม้ในไตรมาสนี้ต้นทุนขายลดลงตามรายได้ แต่ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่การกลับมาระบาดอีกครั้งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์:** จะสามารถฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใดในไตรมาสถัดไป
* **ผลประกอบการของธุรกิจโรงแรม:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **ความคืบหน้าของโครงการใหม่:** การเปิดตัวและการรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมและหุ้นกู้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer)**: รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 37.1% เป็น 246.6 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อที่อ่อนแอและผู้บริโภคที่ชะลอการตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์ อันเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
**Presale**: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Presale โดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการโอนฯ บ่งชี้ถึง Presale ที่อาจไม่แข็งแกร่งนักในรอบก่อนหน้า หรือมีโครงการที่ใกล้จะโอนฯ แล้วเสร็จน้อยลง
**Backlog**: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การที่รายได้จากการโอนฯ ลดลง อาจบ่งชี้ว่า Backlog ที่จะรับรู้ในไตรมาสนี้มีมูลค่าลดลง
**การเปิดโครงการใหม่**: บริษัทฯ มีการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติม เช่น โครงการอิสระ เรสซิเดนซ์พระราม 9, โครงการบ้านอิสระ บางนา, โครงการศศรา หัวหิน, โครงการคอนโดมิเนียมดิ อิสสระ สาทร และโครงการโรงแรมบาบาบีชคลับหัวหิน ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต
**ต้นทุนก่อสร้าง**: ต้นทุนขายรวมลดลง 19.4% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แต่การพัฒนาโครงการใหม่ๆ อาจทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น:** เพิ่มขึ้น 11.7 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่านายหน้าจ่ายล่วงหน้าจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ และค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าอื่นๆ
* **ต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย:** ลดลง 6.5 ล้านบาท เนื่องจากมีการโอนต้นทุนเป็นต้นทุนขายในงบกำไรขาดทุนจำนวน 173.6 ล้านบาท
* **สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 13.0 ล้านบาท จากการบริหารจัดการเงินระยะสั้น
* **เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน:** เพิ่มขึ้น 63.2 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
* **หุ้นกู้:** เพิ่มขึ้น 495.1 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ใหม่ 500.0 ล้านบาท
* **หนี้สินตามสัญญาเช่า:** เพิ่มขึ้น 43.9 ล้านบาท จากการขยายงวดการชำระค่าเช่า
* **หนี้สินที่เกิดจากสัญญา:** เพิ่มขึ้น 47.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินรับล่วงหน้าจากการขายอสังหาริมทรัพย์
* **กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 72.6 ล้านบาท จากยอดขายและการโอนอสังหาริมทรัพย์
* **กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน:** 20.3 ล้านบาท จากการลงทุนในตราสารระยะสั้น หน่วยลงทุน และการพัฒนาโครงการโรงแรม
* **กระแสเงินสดสุทธิได้มาในกิจกรรมจัดหาเงิน:** 498.1 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้และการเบิกเงินกู้ยืม
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ CI สะท้อนถึงความท้าทายในภาคอสังหาริมทรัพย์จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลงตามรายได้ แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา บริษัทฯ มีการพัฒนาโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนต่างๆ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CI ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
600.98
ล้านบาท
↓ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
161.23
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.83
%
กำไรสุทธิ
-36.77
ล้านบาท
↓ 54.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.12
%
D/E Ratio
4.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
601
↓ -0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
161
↓ -4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↓ -54.5%
YoY
D/E Ratio
4.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.25
ROE (%)
-22.44
ROA (%)
0.66
Book Value/หุ้น
0.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-110
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-662
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-110.26
-92.37%
|
-1,444.87
+114.97%
|
-672.13
+93.78%
|
-346.85
+398.99%
|
-69.51
-153.08%
|
130.96
-113.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-662.28
-1,715.71%
|
40.99
-77.81%
|
184.76
+155.19%
|
72.40
-49.81%
|
144.25
-236.90%
|
-105.37
-145.32%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
657.52
-53.46%
|
1,412.90
+5,624.88%
|
24.68
-106.40%
|
-385.64
-428.40%
|
117.43
-193.82%
|
-125.17
-163.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-129.01
-1,533.44%
|
9.00
-102.63%
|
-342.46
-52.53%
|
-721.43
-285.23%
|
389.48
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
221.49
-25.55%
|
297.50
-25.07%
|
397.05
+18.27%
|
335.71
-40.97%
|
568.74
-4.67%
|
596.57
-33.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
120.44
-45.62%
|
221.49
-25.55%
|
297.50
-25.07%
|
397.05
+18.27%
|
335.71
-40.97%
|
568.74
-4.67%
|