PSH
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PSH
บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
3.78
+0.02 (+0.53%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3566 out_tok=2596 at=2026-07-26T01:20:29 --> # TMT สตีล กำไรปี 64 พุ่ง 184% รับราคาเหล็กโลกพุ่ง-ดีมานด์ฟื้น ## รายได้-กำไรโตแรงตามราคาเหล็กโลกที่ทรงตัวสูง ขณะที่ต้นทุนการขายและบริหารปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ บริษัท ทีเอ็มทีสตีล จำกัด (มหาชน) หรือ TMT รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,530.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 184.46% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาเหล็กในตลาดโลกและภายในประเทศ ประกอบกับความต้องการที่ฟื้นตัวจากการคลายตัวของสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับเพิ่มขึ้นตามปริมาณธุรกิจและต้นทุนที่สูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TMT ในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้น** โดยกำไรสุทธิเติบโตถึง 184.46% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากการที่บริษัทสามารถขายสินค้าได้ในราคาเฉลี่ยที่สูงขึ้นอย่างมาก ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายบริหารระบุว่า การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย 57.11% เป็นผลมาจากราคาเหล็กในตลาดโลกและภายในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2564 ปัจจัยสนับสนุนคือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้ภาคการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบและสินค้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับระดับสินค้าคงคลังในตลาดอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติไม่เพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนี้ ข้อจำกัดด้านซัพพลายจากการควบคุมการผลิตเพื่อลดการใช้คาร์บอนและนโยบายของประเทศจีน รวมถึงการยกเลิกการอุดหนุนการส่งออกของบางประเทศ ยิ่งส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นจากอุปสงค์ที่มากกว่าอุปทาน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 8.68% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 12.34% อย่างไรก็ตาม บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 7.52% จากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 31.2% โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ปรับเพิ่มขึ้นทั้งเงินเดือน โบนัส และสวัสดิการ รวมถึงการปรับปรุงรายการตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 และค่าใช้จ่ายในการบริหารงานด้านอื่นๆ นอกจากนี้ ดอกเบี้ยจ่ายยังเพิ่มขึ้น 25.41% จากการใช้สินเชื่อหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นตามราคาสินค้า และการกู้ยืมระยะยาวเพื่อลงทุนในเครื่องจักรและคลังสินค้า ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยราคาเหล็กโลก** แม้ว่าฝ่ายบริหารจะระบุถึงปัจจัยบวกด้านอุปสงค์ที่ฟื้นตัวและข้อจำกัดด้านอุปทานที่อาจส่งผลต่อเนื่อง แต่การที่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้นผูกติดกับราคาเหล็กในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความผันผวนสูง การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กในอนาคตจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อการดำเนินงานในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 184.46%** แตะระดับ 1,530.06 ล้านบาท * **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 47.91%** เป็น 21,559.34 ล้านบาท * **ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 57.11%** จากราคาเหล็กในตลาดโลกและภายในประเทศที่อยู่ในระดับสูง * **อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น** จาก 8.68% เป็น 12.34% * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับเพิ่มขึ้น** ตามปริมาณธุรกิจและต้นทุนที่สูงขึ้น * **ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น** จากการใช้สินเชื่อหมุนเวียนและเงินกู้เพื่อการลงทุน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 บริษัท ทีเอ็มทีสตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 21,559.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.91% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยถึง 57.11% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาเหล็กในตลาดโลกและภายในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความต้องการที่ฟื้นตัวจากการคลายตัวของสถานการณ์โควิด-19 และข้อจำกัดด้านอุปทานจากนโยบายของประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวดีขึ้นจาก 8.68% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 12.34% ในปี 2564 ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 7.52% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่งที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 31.2% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายพนักงานที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารงานด้านอื่นๆ และการปรับปรุงรายการตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 นอกจากนี้ ดอกเบี้ยจ่ายยังเพิ่มขึ้น 25.41% จากการใช้สินเชื่อหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นตามราคาสินค้า และการกู้ยืมระยะยาวเพื่อใช้สำหรับการลงทุนซื้อเครื่องจักรและสร้างคลังสินค้าเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่ปรับเพิ่มขึ้น แต่ด้วยการเพิ่มขึ้นของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่า ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรสุทธิในปี 2564 ได้ถึง 1,530.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 184.46% เมื่อเทียบกับปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม:** การคลายตัวของสถานการณ์โควิด-19 และการได้รับวัคซีนของประชาชนส่วนใหญ่ ส่งผลให้ภาคการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการวัตถุดิบและสินค้าของบริษัท * **อุปทานเหล็กที่จำกัด:** นโยบายควบคุมการผลิตเพื่อลดการใช้คาร์บอนและยกเลิกการอุดหนุนการส่งออกของประเทศจีนและประเทศอื่นๆ อาจส่งผลให้ปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาดมีจำกัด ซึ่งจะช่วยรักษาระดับราคาสินค้าให้ทรงตัวในระดับสูงได้ * **การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ:** การลงทุนซื้อเครื่องจักรและสร้างคลังสินค้าเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานและรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาเหล็กโลก:** ราคาเหล็กเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อรายได้และอัตรากำไรของบริษัท ความผันผวนของราคาเหล็กในตลาดโลกอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ * **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับเพิ่มขึ้น อาจส่งผลกดดันต่ออัตรากำไรของบริษัทหากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้ทั้งหมด * **การเปลี่ยนแปลงนโยบายการผลิตของจีน:** นโยบายการควบคุมการผลิตเพื่อลดการใช้คาร์บอนของจีน อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและการส่งออกเหล็ก ซึ่งอาจส่งผลต่ออุปทานและราคาในตลาดโลก ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลก:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็ก ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และอัตรากำไรหลัก * **ปริมาณความต้องการเหล็กจากภาคอุตสาหกรรม:** ประเมินการฟื้นตัวและความต้องการใช้เหล็กในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง * **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** จับตาการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนน้ำมัน ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายพนักงาน * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การบริหารจัดการระดับสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด * **ผลกระทบจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของจีน:** ติดตามผลกระทบของนโยบายการลดการปล่อยคาร์บอนต่ออุปทานเหล็ก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อุตสาหกรรมเหล็ก) บริษัท ทีเอ็มทีสตีล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (Hot Rolled Coil) และเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีชนิดม้วน (Galvanized Coil) รายใหญ่ของประเทศไทย การดำเนินงานในปี 2564 ได้รับอานิสงส์อย่างมากจากภาวะตลาดเหล็กโลกที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และอุปทานที่ถูกจำกัดจากนโยบายการผลิตของประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกเหล็กรายใหญ่ของโลก การที่บริษัทสามารถปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นได้ถึง 57.11% สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการและปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ โดยการซื้อเครื่องจักรและสร้างคลังสินค้า ซึ่งส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น การบริหารต้นทุนการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยจ่ายจากการใช้สินเชื่อหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นตามราคาสินค้า และการกู้ยืมเงินระยะยาวเพื่อใช้สำหรับการลงทุนซื้อเครื่องจักรและสร้างคลังสินค้า ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ## สรุปท้าย ปี 2564 ถือเป็นปีที่ผลประกอบการของ TMT เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การปรับตัวขึ้นของราคาเหล็กโลกและอุปสงค์ที่ฟื้นตัว ทำให้บริษัทสามารถเพิ่มรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีต้นทุนการดำเนินงานและดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับสูงขึ้นตามไปด้วย โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมและการจำกัดอุปทาน แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเหล็กโลกและการบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
4,790.86 ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,381.36 ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.83 %
กำไรสุทธิ
-735.57 ล้านบาท
↑ 148.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-15.35 %
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,791
↓ -11.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,381
↑ + 0.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-736
↑ + 148.1% YoY
D/E Ratio
0.50

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
4,790.86
-11.09%
5,388.25
-12.99%
6,192.37
-40.68%
10,439.27
+15.32%
9,052.64
-6.79%
9,712.06
-18.29%
กำไรขั้นต้น —
1,381.36
+0.88%
1,369.29
-28.01%
1,902.02
-48.23%
3,674.33
+31.45%
2,795.23
-0.29%
2,803.45
-34.25%
ค่าใช้จ่ายรวม —
1,093.47
-27.93%
1,517.25
-5.07%
1,598.25
-11.90%
1,814.13
+26.25%
1,436.98
-14.11%
1,672.98
-14.92%
กำไรสุทธิ —
-735.57
-148.11%
-296.46
-340.39%
123.33
-89.47%
1,171.60
+18.53%
988.47
+19.30%
828.53
-54.60%
กำไรต่อหุ้น —
-0.34
-148.89%
-0.14
-341.07%
0.06
-89.53%
0.54
+18.36%
0.45
+19.26%
0.38
-54.56%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
28.83
+13.46%
25.41
-17.29%
30.72
-12.73%
35.20
+13.99%
30.88
+6.96%
28.87
-19.51%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
22.82
-18.96%
28.16
+9.10%
25.81
+48.50%
17.38
+9.51%
15.87
-7.89%
17.23
+4.17%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-15.35
-179.09%
-5.50
-376.38%
1.99
-82.26%
11.22
+2.75%
10.92
+28.02%
8.53
-44.47%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
94.28
-58.53%
227.33
+127.22%
-835.21
-488.54%
214.96
+484.13%
-55.96
-542.48%
-8.71
ROE(%) —
-1.33
-225.47%
1.06
-78.84%
5.01
-21.10%
6.35
+16.51%
5.45
-15.37%
6.44
+218.81%
ROA(%) —
0.22
-90.56%
2.33
-55.36%
5.22
-8.90%
5.73
+17.66%
4.87
-4.32%
5.09
+75.52%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.50
-3.85%
0.52
+4.00%
0.50
-1.96%
0.51
-19.05%
0.63
-20.25%
0.79
+43.64%
P/E —
-100.00
-606.59%
19.74
+142.51%
8.14
-27.06%
11.16
-14.02%
12.98
+78.79%
7.26
+24.10%
P/BV —
0.19
-52.50%
0.40
-33.33%
0.60
-10.45%
0.67
0.67
+3.08%
0.65
-17.72%
BV —
18.74
-4.34%
19.59
-2.29%
20.05
+2.45%
19.57
+1.14%
19.35
+0.36%
19.28
+2.28%
YIELD(%) —
5.87
-51.69%
12.15
+53.22%
7.93
+9.08%
7.27
-1.49%
7.38
-40.48%
12.40
+18.43%
ราคาหุ้น —
3.58
-54.68%
7.90
-34.71%
12.10
-8.33%
13.20
+1.54%
13.00
+4.00%
12.50
-15.54%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
-1.33
ROA (%)
0.22
Book Value/หุ้น
18.03

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
42,152.86
-5.67%
44,688.22
-4.75%
46,918.46
-13.30%
54,113.81
-12.54%
61,875.92
-11.42%
69,852.55
-12.42%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
19,661.04
-7.25%
21,198.49
-1.99%
21,629.45
+48.74%
14,541.73
+42.91%
10,175.69
+20.84%
8,420.58
+19.85%
รวมสินทรัพย์ —
61,813.90
-6.18%
65,886.71
-3.88%
68,547.91
-0.16%
68,655.54
-4.71%
72,051.61
-7.95%
78,273.12
-9.80%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
17,648.11
+13.48%
15,551.33
-7.78%
16,863.20
+52.09%
11,087.47
-38.07%
17,902.18
+11.44%
16,064.73
-31.18%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
2,900.28
-57.78%
6,869.10
+17.43%
5,849.76
-51.21%
11,990.71
+18.99%
10,077.04
-45.30%
18,422.04
-6.23%
รวมหนี้สิน —
20,548.39
-8.35%
22,420.42
-1.29%
22,712.96
-1.58%
23,078.18
-17.52%
27,979.23
-18.87%
34,486.77
-19.78%
รวมส่วนของเจ้าของ —
41,265.51
-5.06%
43,466.28
-5.17%
45,834.95
+0.57%
45,577.35
+3.41%
44,072.38
+0.65%
43,786.35
-0.01%
D/E —
0.50
0.52
0.50
0.51
0.63
0.79
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-1.33
1.06
5.01
6.35
5.45
6.44
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
0.22
2.33
5.22
5.73
4.87
5.09
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.39
2.87
2.78
4.88
3.46
4.35
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.18
0.20
0.25
0.38
0.19
0.08
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
17.62
7.60
0.00
0.00
0.24
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
1,370.95
1,004.34
0.00
0.00
1,121.01
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
48.57
33.19
0.00
0.00
28.56
0.00
วงจรเงินสด —
1,340.00
978.76
0.00
0.00
1,092.68
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,459
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,570
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
4,458.65
-613.72%
-867.91
-85.68%
-6,062.17
+471.47%
-1,060.80
-77.12%
-4,636.91
-143.84%
10,576.79
+521.18%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-2,569.87
-131.30%
8,211.02
-25.15%
10,970.11
+109.36%
5,239.71
+81.81%
2,881.97
-348.68%
-1,158.93
+12.74%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
1,070.74
-128.46%
-3,761.69
-59.06%
-9,187.23
-977.26%
1,047.26
-71.99%
3,738.34
-137.93%
-9,855.62
+2,757.03%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
3,071.00
+6.61%
2,880.66
-239.94%
-2,058.48
-488.83%
529.40
-73.31%
1,983.41
-553.08%
-437.76
-232.76%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
2,452.32
-38.23%
3,969.78
+2.38%
3,877.38
+15.81%
3,347.98
+150.50%
1,336.53
-24.67%
1,774.29
+22.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
2,431.61
-0.84%
2,452.32
-38.23%
3,969.78
+2.38%
3,877.38
+15.81%
3,347.98
+150.50%
1,336.53
-24.67%