PSH
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PSH
บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
3.98
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3566 out_tok=2596 at=2026-07-26T01:20:29 --> # TMT สตีล กำไรปี 64 พุ่ง 184% รับราคาเหล็กโลกพุ่ง-ดีมานด์ฟื้น ## รายได้-กำไรโตแรงตามราคาเหล็กโลกที่ทรงตัวสูง ขณะที่ต้นทุนการขายและบริหารปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ บริษัท ทีเอ็มทีสตีล จำกัด (มหาชน) หรือ TMT รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,530.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 184.46% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาเหล็กในตลาดโลกและภายในประเทศ ประกอบกับความต้องการที่ฟื้นตัวจากการคลายตัวของสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับเพิ่มขึ้นตามปริมาณธุรกิจและต้นทุนที่สูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TMT ในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้น** โดยกำไรสุทธิเติบโตถึง 184.46% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากการที่บริษัทสามารถขายสินค้าได้ในราคาเฉลี่ยที่สูงขึ้นอย่างมาก ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายบริหารระบุว่า การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย 57.11% เป็นผลมาจากราคาเหล็กในตลาดโลกและภายในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2564 ปัจจัยสนับสนุนคือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้ภาคการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบและสินค้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับระดับสินค้าคงคลังในตลาดอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติไม่เพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนี้ ข้อจำกัดด้านซัพพลายจากการควบคุมการผลิตเพื่อลดการใช้คาร์บอนและนโยบายของประเทศจีน รวมถึงการยกเลิกการอุดหนุนการส่งออกของบางประเทศ ยิ่งส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นจากอุปสงค์ที่มากกว่าอุปทาน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 8.68% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 12.34% อย่างไรก็ตาม บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 7.52% จากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 31.2% โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ปรับเพิ่มขึ้นทั้งเงินเดือน โบนัส และสวัสดิการ รวมถึงการปรับปรุงรายการตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 และค่าใช้จ่ายในการบริหารงานด้านอื่นๆ นอกจากนี้ ดอกเบี้ยจ่ายยังเพิ่มขึ้น 25.41% จากการใช้สินเชื่อหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นตามราคาสินค้า และการกู้ยืมระยะยาวเพื่อลงทุนในเครื่องจักรและคลังสินค้า ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยราคาเหล็กโลก** แม้ว่าฝ่ายบริหารจะระบุถึงปัจจัยบวกด้านอุปสงค์ที่ฟื้นตัวและข้อจำกัดด้านอุปทานที่อาจส่งผลต่อเนื่อง แต่การที่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้นผูกติดกับราคาเหล็กในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความผันผวนสูง การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กในอนาคตจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อการดำเนินงานในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 184.46%** แตะระดับ 1,530.06 ล้านบาท * **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 47.91%** เป็น 21,559.34 ล้านบาท * **ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 57.11%** จากราคาเหล็กในตลาดโลกและภายในประเทศที่อยู่ในระดับสูง * **อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น** จาก 8.68% เป็น 12.34% * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับเพิ่มขึ้น** ตามปริมาณธุรกิจและต้นทุนที่สูงขึ้น * **ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น** จากการใช้สินเชื่อหมุนเวียนและเงินกู้เพื่อการลงทุน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 บริษัท ทีเอ็มทีสตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 21,559.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.91% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยถึง 57.11% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาเหล็กในตลาดโลกและภายในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความต้องการที่ฟื้นตัวจากการคลายตัวของสถานการณ์โควิด-19 และข้อจำกัดด้านอุปทานจากนโยบายของประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวดีขึ้นจาก 8.68% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 12.34% ในปี 2564 ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 7.52% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่งที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 31.2% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายพนักงานที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารงานด้านอื่นๆ และการปรับปรุงรายการตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 นอกจากนี้ ดอกเบี้ยจ่ายยังเพิ่มขึ้น 25.41% จากการใช้สินเชื่อหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นตามราคาสินค้า และการกู้ยืมระยะยาวเพื่อใช้สำหรับการลงทุนซื้อเครื่องจักรและสร้างคลังสินค้าเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่ปรับเพิ่มขึ้น แต่ด้วยการเพิ่มขึ้นของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่า ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรสุทธิในปี 2564 ได้ถึง 1,530.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 184.46% เมื่อเทียบกับปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม:** การคลายตัวของสถานการณ์โควิด-19 และการได้รับวัคซีนของประชาชนส่วนใหญ่ ส่งผลให้ภาคการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการวัตถุดิบและสินค้าของบริษัท * **อุปทานเหล็กที่จำกัด:** นโยบายควบคุมการผลิตเพื่อลดการใช้คาร์บอนและยกเลิกการอุดหนุนการส่งออกของประเทศจีนและประเทศอื่นๆ อาจส่งผลให้ปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาดมีจำกัด ซึ่งจะช่วยรักษาระดับราคาสินค้าให้ทรงตัวในระดับสูงได้ * **การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ:** การลงทุนซื้อเครื่องจักรและสร้างคลังสินค้าเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานและรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาเหล็กโลก:** ราคาเหล็กเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อรายได้และอัตรากำไรของบริษัท ความผันผวนของราคาเหล็กในตลาดโลกอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ * **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับเพิ่มขึ้น อาจส่งผลกดดันต่ออัตรากำไรของบริษัทหากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้ทั้งหมด * **การเปลี่ยนแปลงนโยบายการผลิตของจีน:** นโยบายการควบคุมการผลิตเพื่อลดการใช้คาร์บอนของจีน อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและการส่งออกเหล็ก ซึ่งอาจส่งผลต่ออุปทานและราคาในตลาดโลก ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลก:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็ก ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และอัตรากำไรหลัก * **ปริมาณความต้องการเหล็กจากภาคอุตสาหกรรม:** ประเมินการฟื้นตัวและความต้องการใช้เหล็กในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง * **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** จับตาการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนน้ำมัน ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายพนักงาน * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การบริหารจัดการระดับสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด * **ผลกระทบจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของจีน:** ติดตามผลกระทบของนโยบายการลดการปล่อยคาร์บอนต่ออุปทานเหล็ก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อุตสาหกรรมเหล็ก) บริษัท ทีเอ็มทีสตีล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (Hot Rolled Coil) และเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีชนิดม้วน (Galvanized Coil) รายใหญ่ของประเทศไทย การดำเนินงานในปี 2564 ได้รับอานิสงส์อย่างมากจากภาวะตลาดเหล็กโลกที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และอุปทานที่ถูกจำกัดจากนโยบายการผลิตของประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกเหล็กรายใหญ่ของโลก การที่บริษัทสามารถปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นได้ถึง 57.11% สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการและปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ โดยการซื้อเครื่องจักรและสร้างคลังสินค้า ซึ่งส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น การบริหารต้นทุนการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยจ่ายจากการใช้สินเชื่อหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นตามราคาสินค้า และการกู้ยืมเงินระยะยาวเพื่อใช้สำหรับการลงทุนซื้อเครื่องจักรและสร้างคลังสินค้า ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ## สรุปท้าย ปี 2564 ถือเป็นปีที่ผลประกอบการของ TMT เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การปรับตัวขึ้นของราคาเหล็กโลกและอุปสงค์ที่ฟื้นตัว ทำให้บริษัทสามารถเพิ่มรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีต้นทุนการดำเนินงานและดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับสูงขึ้นตามไปด้วย โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมและการจำกัดอุปทาน แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเหล็กโลกและการบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
4,790.86 ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,381.36 ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.83 %
กำไรสุทธิ
-735.57 ล้านบาท
↑ 148.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-15.35 %
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,791
↓ -11.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,381
↑ + 0.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-736
↑ + 148.1% YoY
D/E Ratio
0.50

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
4,790.86
-11.09%
5,388.25
-12.99%
6,192.37
-40.68%
10,439.27
+15.32%
9,052.64
-6.79%
9,712.06
-18.29%
กำไรขั้นต้น
1,381.36
+0.88%
1,369.29
-28.01%
1,902.02
-48.23%
3,674.33
+31.45%
2,795.23
-0.29%
2,803.45
-34.25%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,093.47
-27.93%
1,517.25
-5.07%
1,598.25
-11.90%
1,814.13
+26.25%
1,436.98
-14.11%
1,672.98
-14.92%
กำไรสุทธิ
-735.57
-148.11%
-296.46
-340.39%
123.33
-89.47%
1,171.60
+18.53%
988.47
+19.30%
828.53
-54.60%
กำไรต่อหุ้น
-0.34
-148.89%
-0.14
-341.07%
0.06
-89.53%
0.54
+18.36%
0.45
+19.26%
0.38
-54.56%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
28.83
+13.46%
25.41
-17.29%
30.72
-12.73%
35.20
+13.99%
30.88
+6.96%
28.87
-19.51%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
22.82
-18.96%
28.16
+9.10%
25.81
+48.50%
17.38
+9.51%
15.87
-7.89%
17.23
+4.17%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-15.35
-179.09%
-5.50
-376.38%
1.99
-82.26%
11.22
+2.75%
10.92
+28.02%
8.53
-44.47%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
94.28
-58.53%
227.33
+127.22%
-835.21
-488.54%
214.96
+484.13%
-55.96
-542.48%
-8.71
ROE(%)
-1.33
-225.47%
1.06
-78.84%
5.01
-21.10%
6.35
+16.51%
5.45
-15.37%
6.44
+218.81%
ROA(%)
0.22
-90.56%
2.33
-55.36%
5.22
-8.90%
5.73
+17.66%
4.87
-4.32%
5.09
+75.52%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.50
-3.85%
0.52
+4.00%
0.50
-1.96%
0.51
-19.05%
0.63
-20.25%
0.79
+43.64%
P/E
-100.00
-606.59%
19.74
+142.51%
8.14
-27.06%
11.16
-14.02%
12.98
+78.79%
7.26
+24.10%
P/BV
0.19
-52.50%
0.40
-33.33%
0.60
-10.45%
0.67
0.67
+3.08%
0.65
-17.72%
BV
18.74
-4.34%
19.59
-2.29%
20.05
+2.45%
19.57
+1.14%
19.35
+0.36%
19.28
+2.28%
YIELD(%)
5.87
-51.69%
12.15
+53.22%
7.93
+9.08%
7.27
-1.49%
7.38
-40.48%
12.40
+18.43%
ราคาหุ้น
3.58
-54.68%
7.90
-34.71%
12.10
-8.33%
13.20
+1.54%
13.00
+4.00%
12.50
-15.54%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
-1.33
ROA (%)
0.22
Book Value/หุ้น
18.14

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
42,152.86
-5.67%
44,688.22
-4.75%
46,918.46
-13.30%
54,113.81
-12.54%
61,875.92
-11.42%
69,852.55
-12.42%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
19,661.04
-7.25%
21,198.49
-1.99%
21,629.45
+48.74%
14,541.73
+42.91%
10,175.69
+20.84%
8,420.58
+19.85%
รวมสินทรัพย์
61,813.90
-6.18%
65,886.71
-3.88%
68,547.91
-0.16%
68,655.54
-4.71%
72,051.61
-7.95%
78,273.12
-9.80%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
17,648.11
+13.48%
15,551.33
-7.78%
16,863.20
+52.09%
11,087.47
-38.07%
17,902.18
+11.44%
16,064.73
-31.18%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
2,900.28
-57.78%
6,869.10
+17.43%
5,849.76
-51.21%
11,990.71
+18.99%
10,077.04
-45.30%
18,422.04
-6.23%
รวมหนี้สิน
20,548.39
-8.35%
22,420.42
-1.29%
22,712.96
-1.58%
23,078.18
-17.52%
27,979.23
-18.87%
34,486.77
-19.78%
รวมส่วนของเจ้าของ
41,265.51
-5.06%
43,466.28
-5.17%
45,834.95
+0.57%
45,577.35
+3.41%
44,072.38
+0.65%
43,786.35
-0.01%
D/E
0.50
0.52
0.50
0.51
0.63
0.79
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-1.33
1.06
5.01
6.35
5.45
6.44
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.22
2.33
5.22
5.73
4.87
5.09
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.39
2.87
2.78
4.88
3.46
4.35
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.18
0.20
0.25
0.38
0.19
0.08
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
17.62
7.60
0.00
0.00
0.24
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
1,370.95
1,004.34
0.00
0.00
1,121.01
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
48.57
33.19
0.00
0.00
28.56
0.00
วงจรเงินสด
1,340.00
978.76
0.00
0.00
1,092.68
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,459
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,570
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
4,458.65
-613.72%
-867.91
-85.68%
-6,062.17
+471.47%
-1,060.80
-77.12%
-4,636.91
-143.84%
10,576.79
+521.18%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-2,569.87
-131.30%
8,211.02
-25.15%
10,970.11
+109.36%
5,239.71
+81.81%
2,881.97
-348.68%
-1,158.93
+12.74%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
1,070.74
-128.46%
-3,761.69
-59.06%
-9,187.23
-977.26%
1,047.26
-71.99%
3,738.34
-137.93%
-9,855.62
+2,757.03%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
3,071.00
+6.61%
2,880.66
-239.94%
-2,058.48
-488.83%
529.40
-73.31%
1,983.41
-553.08%
-437.76
-232.76%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
2,452.32
-38.23%
3,969.78
+2.38%
3,877.38
+15.81%
3,347.98
+150.50%
1,336.53
-24.67%
1,774.29
+22.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
2,431.61
-0.84%
2,452.32
-38.23%
3,969.78
+2.38%
3,877.38
+15.81%
3,347.98
+150.50%
1,336.53
-24.67%