บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
3.98
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4239 out_tok=2868 at=2026-07-26T01:31:55 -->
# PSH Q1/2565 พลิกขาดทุนหนัก 169% รับต้นทุนพุ่ง-ตั้งสำรอง
## รายได้รวมโต 81% แต่ต้นทุนบานปลาย ฉุดผลงานขาดทุนสุทธิ 157 ล้านบาท
บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 157.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 81.50% เป็น 214.10 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการตั้งสำรองการด้อยค่าต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลกำไรในงวดนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PSH ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกจากกำไรในปีที่แล้วมาเป็นขาดทุนในงวดนี้ มาจาก **ต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 111.08%** ประกอบกับการ **ตั้งสำรองการด้อยค่างานระหว่างผลิต (Parts) และสินค้าที่ค้างนานตามมาตรฐานบัญชี** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบถึง 54.81 ล้านบาท แม้ว่ารายได้ตามสัญญาจะเติบโตสูงถึง 192.06% จากคำสั่งซื้อรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษและรถลำเลียงอาหารจากต่างประเทศ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
สาเหตุที่ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นมาจากหลายปัจจัย ประการแรกคือ **ต้นทุนคงที่** ที่ต้องบันทึกตามมาตรฐานบัญชี และประการที่สองคือ **การตั้งสำรองการด้อยค่าต่างๆ** ซึ่งรวมถึงการด้อยค่างานระหว่างผลิต (Parts) และสินค้าที่ค้างนานตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของรายได้จากการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้าในประเทศและลูกค้ากลุ่มสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังเพิ่มขึ้นถึง 248.68% จากดอกเบี้ยหุ้นกู้และสิทธิในการเลือกแปลงสภาพ
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในอนาคต **ยังไม่ชัดเจนว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าลูกค้าผลิตภัณฑ์กลุ่มรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษและรถลำเลียงอาหารยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการชะลอการสั่งซื้อ ในขณะที่รายได้จากการขายและบริการลดลงจากศูนย์บริการซ่อมรถบรรทุกและงานซ่อมบำรุงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 เช่นกัน แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 157.35 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 169.19% เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **รายได้รวม 214.10 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 81.50% YoY
* **ต้นทุนรวม 241.16 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 111.08% YoY เป็นปัจจัยหลักกดดันผลประกอบการ
* **กำไรขั้นต้นติดลบ 54.81 ล้านบาท:** ขาดทุนเพิ่มขึ้น 91.78% YoY
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 248.68%:** จากดอกเบี้ยหุ้นกู้และสิทธิแปลงสภาพ
* **D/E Ratio ลดลงเหลือ 1.96 เท่า:** จาก 2.66 เท่าในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสำหรับงวด 157.35 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 98.89 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 169.19% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้น 126.91 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 111.08% เมื่อเทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากต้นทุนคงที่และการตั้งสำรองการด้อยค่างานระหว่างผลิต (Parts) ส่วนรายได้ตามสัญญาเพิ่มขึ้น 90.17 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 192.06% เมื่อเทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน จากการได้รับยอดสั่งซื้อรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษและรถลำเลียงอาหารจากลูกค้าต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและบริการจำนวน 59.60 ล้านบาท ลดลง 7.90 ล้านบาท หรือลดลง 11.70% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากความไม่แน่นอนของรายได้จากการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้าในประเทศและลูกค้ากลุ่มสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมถึงบริษัทได้พิจารณาและบันทึกการด้อยค่าต่างๆ และมีค่าใช้จ่ายคงที่ต้องบันทึกตามมาตรฐานบัญชี
รายได้รวมอยู่ที่ 214.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.50% เทียบกับปีก่อน โดยรายได้ตามสัญญาเพิ่มขึ้น 192.06% จากคำสั่งซื้อรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษและรถลำเลียงอาหารจากต่างประเทศ แต่ลูกค้าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการชะลอการสั่งซื้อ สำหรับรายได้จากการขายและบริการลดลง 11.70% มาจากศูนย์บริการซ่อมรถบรรทุกสิบล้อ และงานซ่อมบำรุงตามสัญญาที่มีกับลูกค้าภาคเอกชนและภาครัฐ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง
รายได้อื่นเท่ากับ 17.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 395.16% เพิ่มขึ้นเนื่องจากได้รับชดเชยสินไหมจากการประกันอุทกภัยเมื่อปีก่อน ดอกเบี้ยรับ และการขายเศษวัสดุต่างๆ
ต้นทุนรวมในไตรมาส 1 ปี 2565 เท่ากับ 241.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.08% ตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวของปีก่อน เนื่องจากต้นทุนคงที่และการตั้งสำรองการด้อยค่างานระหว่างผลิต (Parts) ตามมาตรฐานบัญชี ส่งผลให้กำไร (ขาดทุน) ขั้นต้นในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ (54.81) ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 91.78% เมื่อเทียบจากปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายลดลง 0.72% เนื่องจากมาตรการลดค่าใช้จ่าย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 16.03% เนื่องจากกลับรายการที่บริษัทได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และสำรองสินค้าล้าสมัย (บางรายการที่ประเมินใหม่ตามมาตรฐานบัญชี)
ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 1 ปี 2565 มีจำนวน 100.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 248.68% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากดอกเบี้ยหุ้นกู้ และสิทธิในการเลือกแปลงสภาพซึ่งคำนวณจากแบบจำลองโดยใช้ข้อมูลที่หาได้จากตลาด รวมถึงการพิจารณาอัตราความผันผวนของราคา และอัตราผลตอบแทนที่ใช้ในการคิดปรับด้วยค่าความเสี่ยงด้านอื่น ๆ เพื่อประเมินมูลค่ายุติธรรม
## โอกาส
* **รายได้ตามสัญญาเติบโตสูง:** ได้รับยอดสั่งซื้อรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษและรถลำเลียงอาหารจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกในแง่ของปริมาณคำสั่งซื้อ
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** จากการได้รับชดเชยสินไหมประกันอุทกภัย ดอกเบี้ยรับ และการขายเศษวัสดุ
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของรายได้:** ลูกค้าผลิตภัณฑ์กลุ่มรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษและรถลำเลียงอาหารยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้มีการชะลอการสั่งซื้อ
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง:** ศูนย์บริการซ่อมรถบรรทุกและงานซ่อมบำรุงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19
* **ต้นทุนคงที่และการตั้งสำรอง:** เป็นปัจจัยกดดันกำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น:** จากดอกเบี้ยหุ้นกู้และสิทธิในการแปลงสภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศในกลุ่มรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษและรถลำเลียงอาหาร
* ผลกระทบต่อเนื่องของสถานการณ์ COVID-19 ต่อธุรกิจศูนย์บริการซ่อมรถบรรทุกและงานซ่อมบำรุง
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนคงที่และลดผลกระทบจากการตั้งสำรอง
* ทิศทางของต้นทุนทางการเงินและภาระดอกเบี้ยในอนาคต
* การปรับตัวของบริษัทต่อความไม่แน่นอนของตลาดและคำสั่งซื้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่าเอกสารจะระบุว่าเป็นบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งอาจไม่ใช่ PSH (บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)) ตามที่ระบุในโจทย์ แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ให้มาซึ่งมีลักษณะของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและบริการ (รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ, รถลำเลียงอาหาร, ศูนย์บริการซ่อมรถบรรทุก) ไม่ใช่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง จึงขอวิเคราะห์ตามข้อมูลที่ได้รับมา
* **รายได้ตามสัญญา:** เป็นรายได้หลักที่เติบโตสูงจากการส่งมอบรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษและรถลำเลียงอาหารให้กับลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งแสดงถึงศักยภาพในการผลิตและส่งออก
* **รายได้จากการขายและบริการ:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงผลกระทบจาก COVID-19 ต่อภาคธุรกิจที่ต้องพึ่งพิงการซ่อมบำรุงและบริการ
* **ต้นทุนและกำไรขั้นต้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนคงที่และการตั้งสำรองเป็นประเด็นสำคัญที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ติดลบ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 3,265.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.36% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดลูกหนี้ที่ส่งมอบและอยู่ระหว่างรอเก็บเงิน หนี้สินรวม 2,161.04 ล้านบาท ลดลง 7.67% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เท่ากับ 1.96 เท่า ลดลงจากปีก่อน 0.70 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินที่ไม่มีภาระดอกเบี้ย (Interest Bearing Debt D/E Ratio) เท่ากับ 1.65 เท่า ลดลงจาก ณ 31 ธันวาคม 2564 ในอัตรา 0.55 เท่า เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยมีทุนที่ชำระเพิ่มขึ้นจึงส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นลดลง
## สรุปท้าย
แม้ว่าบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) จะมีรายได้รวมเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2565 จากคำสั่งซื้อในต่างประเทศ แต่ผลประกอบการกลับพลิกขาดทุนหนักถึง 169% เนื่องจากต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการตั้งสำรองการด้อยค่าต่างๆ และต้นทุนคงที่ ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นติดลบ แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดีขึ้น แต่ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อและการให้บริการ ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSH ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
4,790.86
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,381.36
ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.83
%
กำไรสุทธิ
-735.57
ล้านบาท
↑ 148.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-15.35
%
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,791
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,381
↑ + 0.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-736
↑ + 148.1%
YoY
D/E Ratio
0.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
-1.33
ROA (%)
0.22
Book Value/หุ้น
18.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,459
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,570
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,458.65
-613.72%
|
-867.91
-85.68%
|
-6,062.17
+471.47%
|
-1,060.80
-77.12%
|
-4,636.91
-143.84%
|
10,576.79
+521.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,569.87
-131.30%
|
8,211.02
-25.15%
|
10,970.11
+109.36%
|
5,239.71
+81.81%
|
2,881.97
-348.68%
|
-1,158.93
+12.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,070.74
-128.46%
|
-3,761.69
-59.06%
|
-9,187.23
-977.26%
|
1,047.26
-71.99%
|
3,738.34
-137.93%
|
-9,855.62
+2,757.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,071.00
+6.61%
|
2,880.66
-239.94%
|
-2,058.48
-488.83%
|
529.40
-73.31%
|
1,983.41
-553.08%
|
-437.76
-232.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,452.32
-38.23%
|
3,969.78
+2.38%
|
3,877.38
+15.81%
|
3,347.98
+150.50%
|
1,336.53
-24.67%
|
1,774.29
+22.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,431.61
-0.84%
|
2,452.32
-38.23%
|
3,969.78
+2.38%
|
3,877.38
+15.81%
|
3,347.98
+150.50%
|
1,336.53
-24.67%
|