บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
3.98
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8352 out_tok=3412 at=2026-07-26T01:36:55 -->
# PSH กำไร Q3/64 ดิ่ง 45% เหตุต้นทุนพุ่ง-รายได้อาคารชุดหด
## รายได้รวมวูบ 4.9% ต้นทุนขายอสังหาฯ พุ่ง 2.8% กดดันกำไรสุทธิ ขณะโรงพยาบาลเริ่มสร้างรายได้
บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 331 ล้านบาท ลดลง 45.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้รวมที่ลดลง 4.9% และต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงพยาบาลเข้ามาเสริม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ PSH ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอาคารชุด และ **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้น**
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการคือ **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์สุทธิที่ลดลง 6.0%** มาอยู่ที่ 5,970 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายและรายได้จากกลุ่มอาคารชุดที่หดตัวถึง 43.1% ในไตรมาสนี้ (เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) ขณะเดียวกัน **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์กลับปรับเพิ่มขึ้น 2.8%** เมื่อเทียบกับรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์สุทธิ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 32.1% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 28.8% ในไตรมาสนี้ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนลดลงถึง 45.1%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้ในกลุ่มอาคารชุดเกิดจากยอดขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 43.1% ในไตรมาสนี้ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอก เช่น ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ หรือการชะลอตัวของการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในกลุ่มนี้ ในขณะที่ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น อาจเกิดจากราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น หรือการบริหารจัดการต้นทุนโครงการที่ซับซ้อนขึ้น นอกจากนี้ การเริ่มดำเนินงานของโรงพยาบาลวิมุตตั้งแต่ไตรมาส 2/2564 ทำให้มีต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเข้ามาเพิ่ม 120 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่ารายได้จากอาคารชุดจะลดลงอย่างมากในไตรมาสนี้ แต่ยอดขายรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 กลับเติบโตถึง 24.2% โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มทาวน์เฮ้าส์และบ้านเดี่ยวที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 38.0% และ 33.5% ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์กลุ่มแนวราบ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนกิจการโรงพยาบาล อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น การรับรู้รายได้จากโรงพยาบาลวิมุตที่เริ่มดำเนินการแล้ว จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้เสริมในอนาคต แต่ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนของธุรกิจโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64 ลดลง 45.1% YoY** อยู่ที่ 331 ล้านบาท จาก 603 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/64 ลดลง 4.9% YoY** อยู่ที่ 6,091 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์สุทธิลดลง 6.0%
* **ยอดขาย 9 เดือนแรกปี 64 เติบโต 24.2%** อยู่ที่ 20,067 ล้านบาท นำโดยทาวน์เฮ้าส์ (+38.0%) และบ้านเดี่ยว (+33.5%)
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/64 หดตัว** จาก 32.1% เป็น 28.8% เนื่องจากต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น และต้นทุนโรงพยาบาล
* **เริ่มรับรู้รายได้จากโรงพยาบาลวิมุต** 88 ล้านบาทใน Q3/64 และ 117 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกปี 64
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น** 15.1% ใน 9 เดือนแรกปี 64 จากการออกหุ้นกู้เพิ่ม
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 6,091 ล้านบาท ลดลง 4.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 5,970 ล้านบาท ลดลง 6.0% เนื่องจากรายได้จากอาคารชุดลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 43.1% แม้ว่ารายได้จากทาวน์เฮ้าส์จะเพิ่มขึ้น 6.4% และบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้น 1.7% ในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากกิจการโรงพยาบาลวิมุต 88 ล้านบาทเข้ามาเสริม
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 19,380 ล้านบาท ลดลง 2.1% โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 19,193 ล้านบาท ลดลง 2.4% ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของรายได้จากอาคารชุดถึง 34.8% แม้ว่ารายได้จากทาวน์เฮ้าส์จะเติบโต 18.1% และบ้านเดี่ยวเติบโต 11.4% โดยมีรายได้จากกิจการโรงพยาบาล 117 ล้านบาท
ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์สำหรับไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 4,193 ล้านบาท คิดเป็น 70.2% ของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์สุทธิ เพิ่มขึ้นจาก 67.9% ในปีก่อน และมีต้นทุนกิจการโรงพยาบาล 120 ล้านบาท สำหรับงวดเก้าเดือนแรก ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 13,729 ล้านบาท คิดเป็น 71.5% ของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์สุทธิ เพิ่มขึ้นจาก 66.6% ในปีก่อน และมีต้นทุนกิจการโรงพยาบาล 195 ล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 28.8% ลดลงจาก 32.1% ในปีก่อน และสำหรับงวดเก้าเดือนแรกอยู่ที่ 27.9% ลดลงจาก 33.4% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์และต้นทุนกิจการโรงพยาบาล
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 1,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% ในขณะที่งวดเก้าเดือนแรกอยู่ที่ 3,317 ล้านบาท ลดลง 11.9% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น
ต้นทุนทางการเงินสำหรับไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2% และสำหรับงวดเก้าเดือนแรกอยู่ที่ 419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.1% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นกู้เพิ่ม
กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 331 ล้านบาท ลดลง 45.1% และสำหรับงวดเก้าเดือนแรกอยู่ที่ 1,364 ล้านบาท ลดลง 29.8% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายในกลุ่มบ้านแนวราบ:** ยอดขายรวม 9 เดือนแรกปี 64 เติบโต 24.2% โดยได้แรงหนุนหลักจากทาวน์เฮ้าส์และบ้านเดี่ยวที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แสดงถึงความต้องการในตลาดกลุ่มนี้
* **การรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงพยาบาล:** การเริ่มดำเนินงานของโรงพยาบาลวิมุตจะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เพิ่มเติมให้กับบริษัท
* **การร่วมค้ากับโรงพยาบาลเทพธารินทร์:** การเข้าซื้อหุ้นในบริษัท เทพธัญญภา จำกัด (โรงพยาบาลเทพธารินทร์) จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจโรงพยาบาล และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้า 102 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกปี 64
* **Backlog ที่มีมูลค่าสูง:** ณ สิ้นไตรมาส 3/64 มีโครงการที่เปิดขายและดำเนินงานอยู่รวม 148 โครงการ มูลค่ารวม 157,320 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้รอการรับรู้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น:** ราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง และต้องมีการลงทุนเพื่อรักษามาตรฐานและขยายบริการอย่างต่อเนื่อง
* **ภาระต้นทุนทางการเงิน:** การออกหุ้นกู้เพิ่มเพื่อใช้ในการดำเนินงานและบริหารสภาพคล่อง อาจส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายและรายได้จากกลุ่มอาคารชุด:** จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์:** จะสามารถควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้หรือไม่
* **ผลประกอบการของธุรกิจโรงพยาบาล:** การเติบโตของรายได้และอัตรากำไรของโรงพยาบาลวิมุตและโรงพยาบาลเทพธารินทร์
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสดและสภาพคล่อง:** ท่ามกลางต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
* **การเปิดโครงการใหม่:** โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ยังคงเติบโตได้ดี เช่น ทาวน์เฮ้าส์และบ้านเดี่ยว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ยอดขาย (Presale):** ยอดขายรวม 9 เดือนแรกปี 64 อยู่ที่ 20,067 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.2% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากทาวน์เฮ้าส์ที่เติบโต 38.0% (11,254 ล้านบาท) และบ้านเดี่ยวเติบโต 33.5% (4,919 ล้านบาท) ในขณะที่อาคารชุดลดลง 9.8% (3,894 ล้านบาท)
**รายได้จากการขาย (Revenue):** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์สุทธิ 9 เดือนแรกปี 64 อยู่ที่ 19,193 ล้านบาท ลดลง 2.4% จากปีก่อน โดยรายได้จากทาวน์เฮ้าส์เพิ่มขึ้น 18.1% (9,968 ล้านบาท) และบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้น 11.4% (4,385 ล้านบาท) แต่รายได้จากอาคารชุดลดลงถึง 34.8% (4,692 ล้านบาท)
**ต้นทุนขาย:** ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ 9 เดือนแรกปี 64 อยู่ที่ 13,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน คิดเป็น 71.5% ของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์สุทธิ ซึ่งสูงกว่าปีก่อนที่ 66.6%
**อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงจาก 33.4% ใน 9 เดือนแรกปี 63 เป็น 27.9% ใน 9 เดือนแรกปี 64 เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น
**โครงการที่เปิดขาย (Active Project):** ณ สิ้น ก.ย. 64 มี 148 โครงการ มูลค่ารวม 157,320 ล้านบาท แบ่งเป็น ทาวน์เฮ้าส์ 84 โครงการ (67,165 ล้านบาท), บ้านเดี่ยว 40 โครงการ (43,069 ล้านบาท), และอาคารชุด 24 โครงการ (47,086 ล้านบาท)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 72,673 ล้านบาท ลดลงจากช่วงก่อนหน้า โดยหลักจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยประกอบด้วย เงินกู้ยืมระยะสั้น 1,600 ล้านบาท, เงินกู้ยืมระยะยาว 957 ล้านบาท และหุ้นกู้ 18,250 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 0.49 เท่า และเมื่อหักเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จะอยู่ที่ 0.47 เท่า ซึ่งถือเป็นอัตราส่วนที่ดี แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ
เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลกระแสเงินสดโดยละเอียด
## สรุปท้าย
PSH เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นและรายได้จากอาคารชุดที่ลดลงในไตรมาส 3 ปี 2564 ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่แข็งแกร่งของยอดขายในกลุ่มบ้านแนวราบ และการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงพยาบาล รวมถึงการร่วมทุนใหม่ในธุรกิจโรงพยาบาล เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนการก่อสร้าง และการบริหารจัดการต้นทุนของธุรกิจโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
4,790.86
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,381.36
ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.83
%
กำไรสุทธิ
-735.57
ล้านบาท
↑ 148.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-15.35
%
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,791
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,381
↑ + 0.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-736
↑ + 148.1%
YoY
D/E Ratio
0.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
-1.33
ROA (%)
0.22
Book Value/หุ้น
18.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,459
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,570
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,458.65
-613.72%
|
-867.91
-85.68%
|
-6,062.17
+471.47%
|
-1,060.80
-77.12%
|
-4,636.91
-143.84%
|
10,576.79
+521.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,569.87
-131.30%
|
8,211.02
-25.15%
|
10,970.11
+109.36%
|
5,239.71
+81.81%
|
2,881.97
-348.68%
|
-1,158.93
+12.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,070.74
-128.46%
|
-3,761.69
-59.06%
|
-9,187.23
-977.26%
|
1,047.26
-71.99%
|
3,738.34
-137.93%
|
-9,855.62
+2,757.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,071.00
+6.61%
|
2,880.66
-239.94%
|
-2,058.48
-488.83%
|
529.40
-73.31%
|
1,983.41
-553.08%
|
-437.76
-232.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,452.32
-38.23%
|
3,969.78
+2.38%
|
3,877.38
+15.81%
|
3,347.98
+150.50%
|
1,336.53
-24.67%
|
1,774.29
+22.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,431.61
-0.84%
|
2,452.32
-38.23%
|
3,969.78
+2.38%
|
3,877.38
+15.81%
|
3,347.98
+150.50%
|
1,336.53
-24.67%
|