บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
3.98
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13505 out_tok=2825 at=2026-07-26T01:10:48 -->
# PSH พลิกกำไร Q1/2566 สวนขาดทุนปีก่อน รับธุรกิจโรงแรมฟื้นแรง
## รายได้รวมโต 11% สู่ 3,335 ล้านบาท "สิงห์ เอสเตท" ชี้โรงแรมฟื้นตัวต่อเนื่อง หนุนผลประกอบการ
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PSH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 71 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 126 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงแรมที่สามารถสร้างกำไรได้ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ขณะที่รายได้รวมเติบโต 11% แตะระดับ 3,335 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ PSH พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม** ซึ่งสามารถสร้างกำไรสุทธิได้ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจโรงแรมเติบโตถึง 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นผลมาจากสถานการณ์การท่องเที่ยวทั่วโลกที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะจีน ประกอบกับการบริหารจัดการโรงแรมที่มีประสิทธิภาพของบริษัทฯ ในทำเลศักยภาพสูง เช่น ประเทศไทย มัลดีฟส์ สหราชอาณาจักร และฟิจิ ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) ของโรงแรมในประเทศไทยฟื้นตัวสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 แล้ว นอกจากนี้ การปรับใช้แนวคิดแบรนด์ SAii และการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ยังช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าผลประกอบการของบริษัทฯ จะสามารถฟื้นตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปี 2566 โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของภูมิภาคสำคัญต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญ และบริษัทฯ ยังมีแผนเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยใหม่มูลค่า 10,000 ล้านบาทในปี 2566 ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 71 ล้านบาท:** จากขาดทุน 126 ล้านบาทใน Q1/2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม
* **รายได้รวมเติบโต 11%:** แตะ 3,335 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 51% เป็น 2,544 ล้านบาท สร้างกำไรสุทธิต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3
* **รายได้อสังหาริมทรัพย์ลดลง 56%:** เหลือ 455 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหญ่
* **ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) บ้านแนวราบ:** อยู่ที่ 2,743 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้กว่า 70% ในปี 2566
* **โครงการคอนโดมิเนียม ดิ เอสสุขุมวิท 36:** บริษัทฯ ถือหุ้น 100% แล้ว คาดรับรู้รายได้และกำไรเต็มสัดส่วน หนุนผลประกอบการปี 2566-2567
* **เปิดตัวโครงการใหม่ 5 โครงการ:** มูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาทในปี 2566 เน้นระดับ Luxury
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) รายงานรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 3,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสัดส่วนรายได้จากการให้เช่าและการให้บริการอยู่ที่ 86% เพิ่มขึ้นจาก 66% ในปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 56% มาอยู่ที่ 455 ล้านบาท
กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 50% เป็น 1,276 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 28% เป็น 38% ซึ่งเป็นผลมาจากการประหยัดต่อขนาดที่มากขึ้นของธุรกิจโรงแรม และอัตรากำไรขั้นต้นจากโครงการที่พักอาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 13% เป็น 790 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 65% เป็น 471 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 71 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 126 ล้านบาทในปีก่อน โดยกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 48 ล้านบาท เป็นกำไร 25 ล้านบาท
EBITDA เพิ่มขึ้น 66% เป็น 860 ล้านบาท และ Normalized EBITDA เพิ่มขึ้น 62% เป็น 887 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** องค์การการท่องเที่ยวโลกคาดการณ์การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่ระดับ 80-95% ของก่อนโควิด-19 ในปี 2566 และจะกลับสู่ภาวะปกติในปี 2567 โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน
* **การเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยใหม่:** ตั้งเป้าเปิด 5 โครงการ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท เน้นระดับ Luxury ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทฯ มีความชำนาญ
* **การรับรู้รายได้เต็มสัดส่วนจากโครงการ ดิ เอสสุขุมวิท 36:** หลังบริษัทฯ ถือหุ้น 100% คาดหนุนผลประกอบการปี 2566-2567
* **การพัฒนาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม:** คาดกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2566
* **อาคาร S OASIS:** อาคารสำนักงานเกรดเอ มีข้อได้เปรียบจากการเป็น Hybrid Workplace และมาตรฐาน LEED คาดช่วยผลักดันรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ปัจจัยหน่วงด้านเศรษฐกิจและความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรม:** แม้จะฟื้นตัว แต่การแข่งขันในบางภูมิภาคยังคงมีอยู่
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ราคาพลังงาน ค่าแรง และต้นทุนอาหารที่อาจยังอยู่ในระดับสูงในบางพื้นที่
* **การปรับปรุงโรงแรม:** การทยอยปิดห้องพักบางส่วนเพื่อปรับปรุงอาจส่งผลกระทบต่ออัตราการเข้าพักในระยะสั้น
* **การปล่อยเช่าพื้นที่อาคารสำนักงาน:** แม้มีแผนเชิงรุก แต่การปล่อยเช่าพื้นที่อาคารสิงห์คอมเพล็กซ์ยังคงต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าในการเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยใหม่ 5 โครงการในปี 2566
* อัตราการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเอสอ่างทอง
* ผลการดำเนินงานของโรงแรมในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน
* อัตราการปล่อยเช่าพื้นที่อาคารสำนักงาน S OASIS และการเจรจาสัญญาเช่ารายใหม่ของสิงห์คอมเพล็กซ์
* ความคืบหน้าในการรับรู้รายได้จากโครงการ ดิ เอสสุขุมวิท 36 และ ดิ เอ็กซ์โทร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่พักอาศัย:** ในไตรมาส 1 ปี 2566 รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดอยู่ที่ 420 ล้านบาท ลดลงจาก 1,024 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ ดิ เอสอโศก และ ดิ เอส แอทสิงห์คอมเพล็กซ์ ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มี Backlog โครงการบ้านแนวราบ 2,743 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้กว่า 70% ในปี 2566 นอกจากนี้ การเข้าถือหุ้น 100% ในโครงการ ดิ เอสสุขุมวิท 36 จะช่วยเพิ่มการรับรู้รายได้และกำไรเต็มสัดส่วน
**การเปิดตัวโครงการใหม่:** PSH ตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่ 5 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาทในปี 2566 โดยเน้นพัฒนาโครงการระดับ Luxury ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
**ธุรกิจโรงแรม:** รายได้จากการให้เช่าและการให้บริการรวม 2,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% โดยธุรกิจโรงแรมมีรายได้ 2,544 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย มัลดีฟส์ สหราชอาณาจักร และฟิจิ
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า:** รายได้อยู่ที่ 252 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 2% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับลดลงของอัตราการเช่าของอาคารสิงห์คอมเพล็กซ์ บริษัทฯ ตั้งเป้าผลักดันอัตราการปล่อยเช่าสู่ 90% ในปี 2566
**ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:** มีรายได้จากการขายที่ดิน 35 ล้านบาท โดยคาดว่ากิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2566 สอดคล้องกับความคืบหน้าในการพัฒนาที่ดิน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 69,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1,405 ล้านบาท จากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อหุ้น 100% ในโครงการ ดิ เอสสุขุมวิท 36 และต้นทุนการพัฒนาโครงการ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 47,086 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากการเบิกเงินกู้เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการในอนาคต และการบันทึกหนี้สินของโครงการ ดิ เอสสุขุมวิท 36 ส่งผลให้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นสู่ 30,884 ล้านบาท และสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E ratio) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.23 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า Covenant ของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
PSH พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 1 ปี 2566 จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในรอบนี้ แม้รายได้จากอสังหาริมทรัพย์จะลดลงจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหญ่ในปีที่ผ่านมา แต่บริษัทฯ มี Backlog ที่แข็งแกร่งและแผนเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่าสูงในปีนี้ ประกอบกับการรับรู้รายได้เต็มสัดส่วนจากโครงการ ดิ เอสสุขุมวิท 36 คาดว่าจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้และกำไรในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนทางการเงินและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSH ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
4,790.86
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,381.36
ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.83
%
กำไรสุทธิ
-735.57
ล้านบาท
↑ 148.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-15.35
%
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,791
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,381
↑ + 0.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-736
↑ + 148.1%
YoY
D/E Ratio
0.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
-1.33
ROA (%)
0.22
Book Value/หุ้น
18.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,459
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,570
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,458.65
-613.72%
|
-867.91
-85.68%
|
-6,062.17
+471.47%
|
-1,060.80
-77.12%
|
-4,636.91
-143.84%
|
10,576.79
+521.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,569.87
-131.30%
|
8,211.02
-25.15%
|
10,970.11
+109.36%
|
5,239.71
+81.81%
|
2,881.97
-348.68%
|
-1,158.93
+12.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,070.74
-128.46%
|
-3,761.69
-59.06%
|
-9,187.23
-977.26%
|
1,047.26
-71.99%
|
3,738.34
-137.93%
|
-9,855.62
+2,757.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,071.00
+6.61%
|
2,880.66
-239.94%
|
-2,058.48
-488.83%
|
529.40
-73.31%
|
1,983.41
-553.08%
|
-437.76
-232.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,452.32
-38.23%
|
3,969.78
+2.38%
|
3,877.38
+15.81%
|
3,347.98
+150.50%
|
1,336.53
-24.67%
|
1,774.29
+22.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,431.61
-0.84%
|
2,452.32
-38.23%
|
3,969.78
+2.38%
|
3,877.38
+15.81%
|
3,347.98
+150.50%
|
1,336.53
-24.67%
|