บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
3.98
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10185 out_tok=2628 at=2026-07-26T00:54:49 -->
# PSH กำไรสุทธิ Q3/66 หดตัว 36.8% รับผลกระทบอสังหาฯ ชะลอ แต่ธุรกิจโรงพยาบาลโตเด่น
## รายได้รวมวูบ 8.7% จากอสังหาฯ ซบ เหตุอ่อนกำลังซื้อ-ดอกเบี้ยสูง รุกตลาดบ้านเดี่ยว-โรงพยาบาลดันรายได้ 9 เดือนแรกโต 9.3%
บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 6,235 ล้านบาท ลดลง 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงพยาบาลมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 36.8% มาอยู่ที่ 392 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ PSH ในไตรมาส 3/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การหดตัวของรายได้และอัตรากำไรในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์** ประกอบกับ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น** แม้ว่าธุรกิจโรงพยาบาลจะมีการเติบโตที่โดดเด่นก็ตาม
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักคือ **การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ถึง 17.5%** โดยเฉพาะในกลุ่มทาวน์เฮ้าส์และคอนโดมิเนียม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่ลดลง 18.9% นอกจากนี้ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 80.4%** ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันผลกำไรสุทธิให้ลดลง 36.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ฝ่ายจัดการระบุว่า กำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าระดับล่างที่บริษัทฯ มีสัดส่วนโครงการค่อนข้างมาก ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้บริษัทฯ ชะลอการเปิดโครงการใหม่ในระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท และรายได้คอนโดมิเนียมลดลงเนื่องจากไม่มีโครงการใหม่ที่สร้างเสร็จพร้อมโอนในปีนี้ แม้ว่ารายได้กลุ่มบ้านเดี่ยวจะยังเติบโตได้ดีจาก Real Demand ในกลุ่มลูกค้าระดับบนและลูกค้าต่างชาติที่เริ่มกลับมา
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินเป็นผลมาจากการกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนขยายธุรกิจในต่างประเทศและการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะมองเห็นโอกาสในตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมและธุรกิจโรงพยาบาลในไตรมาส 4/2566 แต่ปัจจัยลบในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกำลังซื้อกลุ่มลูกค้าหลักและอัตราดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวสูง อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องได้ การเปิดโครงการใหม่ในระดับราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นอย่าง Baan GreenHaus และการร่วมมือกับพันธมิตรทางการเงินเพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มกลางถึงล่าง อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 36.8% YoY** อยู่ที่ 392 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 8.7% YoY** อยู่ที่ 6,235 ล้านบาท
* **รายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลง 17.5% YoY** อยู่ที่ 5,306 ล้านบาท โดยเฉพาะทาวน์เฮ้าส์และคอนโดมิเนียม
* **รายได้ธุรกิจโรงพยาบาลเติบโตโดดเด่น 43.5% YoY** อยู่ที่ 474 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 80.4% YoY** อยู่ที่ 189 ล้านบาท
* **ฐานะการเงิน:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 12.7% จากการเบิกเงินกู้ยืมธนาคารเพื่อการลงทุนเชิงกลยุทธ์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2566 PSH มีรายได้รวม 6,235 ล้านบาท ลดลง 8.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 17.5% เป็น 5,306 ล้านบาท เนื่องจากกำลังซื้อที่ลดลงของกลุ่มลูกค้าระดับล่างและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 43.5% เป็น 474 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ที่ไม่รวมโควิด-19 และการขยายบริการต่างๆ
สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 19,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวดีขึ้นของตลาดบ้านเดี่ยวและการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมโครงการใหม่
ในด้านการทำกำไร ไตรมาส 3/2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 392 ล้านบาท ลดลง 36.8% YoY เนื่องจากผลการดำเนินงานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่เท่ากับ 2,082 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.1% YoY จากการดำเนินงานของธุรกิจโรงพยาบาลที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และการรับรู้รายได้อื่นจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ
## โอกาส
* **ตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม:** ยังคงมีการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการแบรนด์ The Palm ที่มีราคาสูง และการเพิ่มบริการด้านสุขภาพจากโรงพยาบาลวิมุต
* **ธุรกิจโรงพยาบาล:** ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และช่วงปลายปีเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเปิดแบรนด์ Baan GreenHaus ในราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มกลางถึงล่าง
* **ความร่วมมือกับพันธมิตร:** การร่วมมือกับธนาคารพันธมิตรเพื่อเสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการขยายฐานลูกค้าต่างชาติสำหรับธุรกิจโรงพยาบาล
## ความเสี่ยง
* **กำลังซื้อกลุ่มลูกค้าระดับล่าง:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ฟื้นตัวและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนค่าก่อสร้าง:** ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวจากราคาที่ดิน วัสดุก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
* **อัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อลูกค้ากลุ่มที่ต้องกู้ยืมเงินจากธนาคาร
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** สภาวะสงครามสร้างความไม่แน่นอนและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ในกลุ่มทาวน์เฮ้าส์และคอนโดมิเนียม:** จะฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหน ท่ามกลางกำลังซื้อที่อ่อนแอ
* **การเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาล:** โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยต่างชาติและรายได้ต่อคนไข้
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวสูง
* **ความคืบหน้าในการเปิดโครงการใหม่:** โดยเฉพาะโครงการระดับพรีเมียมและ Baan GreenHaus
* **ผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ:** ต่อกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์:** ไตรมาส 3/2566 ยอดโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์รวมลดลง 17.5% YoY เป็น 5,306 ล้านบาท โดยทาวน์เฮ้าส์ลดลง 18.8%, บ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้น 43.4% และคอนโดลดลง 40.8%
* **รายได้จากการขายที่ดิน:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 68.8% ในไตรมาส 3 และ 82.3% ใน 9 เดือนแรก สะท้อนการชะลอตัวของธุรกิจ
* **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์:** ลดลง 15.7% ในไตรมาส 3 และ 2.0% ใน 9 เดือนแรก สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **โครงการที่เปิดขาย:** ณ 30 ก.ย. 2566 มี Active Projects 120 โครงการ มูลค่า 61,543 ล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์เฮ้าส์ 70 โครงการ, บ้านเดี่ยว 34 โครงการ, คอนโด 16 โครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 71,587 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 25,999 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% จากการเบิกเงินกู้ยืมธนาคารเพื่อการลงทุนเชิงกลยุทธ์
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.59 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.31 เท่า ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2565 เนื่องจากเงินกู้ธนาคารเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนสูงกว่าส่วนของผู้ถือหุ้น
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากการดำเนินงาน 5,923 ล้านบาท แต่มีการใช้ไปในการลงทุน 7,056 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจ Prop-Tech, Health-Tech, โลจิสติกส์ และการบริหารสภาพคล่อง
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ PSH ในไตรมาส 3/2566 คือการชะลอตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แม้ว่าธุรกิจโรงพยาบาลจะเติบโตโดดเด่นและมีโอกาสจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แต่ปัจจัยลบในธุรกิจหลักยังคงกดดันกำไรสุทธิ การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการเร่งสร้างยอดขายในกลุ่มบ้านเดี่ยว รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ จะเป็นกุญแจสำคัญในการประคองผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSH ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
4,790.86
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,381.36
ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.83
%
กำไรสุทธิ
-735.57
ล้านบาท
↑ 148.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-15.35
%
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,791
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,381
↑ + 0.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-736
↑ + 148.1%
YoY
D/E Ratio
0.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
-1.33
ROA (%)
0.22
Book Value/หุ้น
18.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,459
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,570
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,458.65
-613.72%
|
-867.91
-85.68%
|
-6,062.17
+471.47%
|
-1,060.80
-77.12%
|
-4,636.91
-143.84%
|
10,576.79
+521.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,569.87
-131.30%
|
8,211.02
-25.15%
|
10,970.11
+109.36%
|
5,239.71
+81.81%
|
2,881.97
-348.68%
|
-1,158.93
+12.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,070.74
-128.46%
|
-3,761.69
-59.06%
|
-9,187.23
-977.26%
|
1,047.26
-71.99%
|
3,738.34
-137.93%
|
-9,855.62
+2,757.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,071.00
+6.61%
|
2,880.66
-239.94%
|
-2,058.48
-488.83%
|
529.40
-73.31%
|
1,983.41
-553.08%
|
-437.76
-232.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,452.32
-38.23%
|
3,969.78
+2.38%
|
3,877.38
+15.81%
|
3,347.98
+150.50%
|
1,336.53
-24.67%
|
1,774.29
+22.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,431.61
-0.84%
|
2,452.32
-38.23%
|
3,969.78
+2.38%
|
3,877.38
+15.81%
|
3,347.98
+150.50%
|
1,336.53
-24.67%
|