บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
3.98
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11039 out_tok=2943 at=2026-07-27T11:52:35 -->
# PSH Q2/2564: รายได้-กำไรฟื้นตัวแรงจากโอนคอนโดฯ ไฮเอนด์ ขณะที่ยอดขายใหม่ชะลอตัว
## รายได้-กำไร PSH Q2/64 พลิกบวกหลังโอนคอนโดฯ โครงการใหญ่ ดัน 6 เดือนแรกกำไรสุทธิ 104 ลบ. แต่ยอดขายใหม่ยังเผชิญแรงกดดันจากโควิด-19
บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 104.0 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 269.9 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมมูลค่าสูงที่ทยอยรับรู้รายได้ในช่วงต้นปี ขณะที่ยอดขายใหม่ (Presales) ยังคงชะลอตัวต่อเนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PSH ในไตรมาส 2 ปี 2564 และครึ่งปีแรกพลิกกลับมาเป็นบวก มาจากการ **การรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้ว โดยเฉพาะโครงการ เดอะ ลอฟท์สีลม และ เดอะ ริเวอร์** ซึ่งมีมูลค่าสูง ส่งผลให้รายได้รวม 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้นถึง 91.4% และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 104.0 ล้านบาท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **การโอนกรรมสิทธิ์โครงการหลัก:** ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทสามารถเร่งโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้ว โดยเฉพาะโครงการ เดอะ ลอฟท์สีลม และ เดอะ ริเวอร์ ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 96.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น:** ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอยู่ที่ 25.8% (3 เดือน) และ 24.9% (6 เดือน) ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน (7.8% และ 9.3% ตามลำดับ) สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทไม่ได้มีการให้ส่วนลดพิเศษเพื่อเร่งปิดการขายโครงการเก่าเหมือนในปีที่ผ่านมา ทำให้สามารถรับรู้กำไรขั้นต้นได้เต็มที่มากขึ้น
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ว่าต้นทุนการจัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นจากการทำการตลาดเพื่อเร่งการขายโครงการที่เหลือ แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและค่าใช้จ่ายด้านที่ปรึกษาที่ลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหญ่จะช่วยหนุนผลประกอบการในครึ่งปีแรก แต่ปัจจัยหลักที่ต้องจับตาคือ **ยอดขายใหม่ (Presales)** ที่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2 ปี 2564 (ลดลง 34.6% YoY) และครึ่งปีแรก (ลดลง 22% YoY) เนื่องจากลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อจากสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ประกอบกับจำนวนยูนิตในโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอนเริ่มลดลง นอกจากนี้ Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 5,655.1 ล้านบาท ลดลง 13.9% จากสิ้นปี 2563 ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้จากการโอนในอนาคตหากยอดขายใหม่ไม่สามารถทดแทนได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** งวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 104.0 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 269.9 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโตสูง:** รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 2,008.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.4% YoY โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,877.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.5% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอยู่ที่ 24.9% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้นจาก 9.3% ในงวดเดียวกันของปีก่อน
* **ยอดขายใหม่ชะลอตัว:** ยอดขายใหม่ (Presales) งวด 3 เดือนอยู่ที่ 432.8 ล้านบาท ลดลง 34.6% YoY และงวด 6 เดือนอยู่ที่ 1,469.1 ล้านบาท ลดลง 22% YoY
* **Backlog ลดลง:** ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 5,655.1 ล้านบาท ลดลง 13.9% จากสิ้นปี 2563
* **หนี้สินรวมลดลง:** หนี้สินรวม ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 3,671.4 ล้านบาท ลดลง 15.6% จากสิ้นปี 2563
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 409.5 ล้านบาท ลดลง 34.6% YoY เนื่องจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงจากการทยอยโอนห้องชุดส่วนใหญ่ไปแล้ว โดยเฉพาะโครงการ เดอะ ลอฟท์สีลม อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 2,008.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.4% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาส 1 ปี 2564 จากการเร่งโอนโครงการ เดอะ ลอฟท์สีลม และ เดอะ ริเวอร์
ในส่วนของกำไร บริษัทขาดทุนสุทธิ 34.3 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งดีขึ้นจากขาดทุน 130.4 ล้านบาทในปีก่อน แต่เมื่อรวม 6 เดือนแรก บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 104.0 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 269.9 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การปรับภาพลักษณ์บริษัท (Rebranding):** บริษัทได้ใช้กลยุทธ์การปรับภาพลักษณ์เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม Young affluent ซึ่งประสบความสำเร็จ
* **การใช้ช่องทางออนไลน์:** การเน้นใช้ช่องทางขายผ่านออนไลน์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้า
* **โครงการร่วมทุน:** การเดินหน้าก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุน เช่น ดิ เอสเทลล์พร้อมพงษ์ และ เทตต์สำทรทเวลฟ์ รวมถึงโครงการอาคารสำนักงาน OCC ซึ่งจะสร้างรายได้ในอนาคต
* **การบริหารต้นทุน:** การปรับโครงสร้างธุรกิจและการลดค่าใช้จ่ายในการบริหารช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและชะลอการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
* **ยอดขายใหม่ชะลอตัว:** ยอดขายใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการโอนในอนาคต
* **Backlog ลดลง:** การที่ Backlog ลดลงอาจทำให้รายได้จากการโอนในระยะถัดไปลดลงหากไม่มีการเติม Backlog ใหม่เข้ามาทดแทน
* **การปิดสถานที่ก่อสร้าง:** การประกาศปิดสถานที่ก่อสร้างในกรุงเทพมหานครเป็นการชั่วคราวอาจส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าของโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายใหม่ (Presales):** ความสามารถในการสร้างยอดขายใหม่เพื่อทดแทน Backlog ที่ลดลง
* **ความคืบหน้าโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง:** โดยเฉพาะโครงการร่วมทุน เช่น ดิ เอสเทลล์พร้อมพงษ์, เทตต์สำทรทเวลฟ์ และ OCC
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมในซอยสุขุมวิท 38 ที่กำลังรอการเปิดตัว
* **ผลกระทบจากการปิดสถานที่ก่อสร้าง:** ความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด
* **การบริหารต้นทุนการก่อสร้าง:** ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่อาจเกิดขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 96.5% YoY มาจากโครงการ เดอะ ลอฟท์สีลม และ เดอะ ริเวอร์ ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมมูลค่าสูงที่ทยอยโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามแผน
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายปรับตัวดีขึ้นอย่างมากในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 24.9% จาก 9.3% ในปีก่อน เนื่องจากบริษัทไม่ได้มีการให้ส่วนลดพิเศษเพื่อเร่งปิดการขายโครงการเก่า
* **ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog):** Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 5,655.1 ล้านบาท ลดลง 13.9% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการ เดอะ ลอฟท์สีลม
* **ยอดขายใหม่ (Presales):** ยอดขายใหม่ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 432.8 ล้านบาท ลดลง 34.6% YoY และงวด 6 เดือนอยู่ที่ 1,469.1 ล้านบาท ลดลง 22% YoY เนื่องจากลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อจากสถานการณ์โควิด-19 และจำนวนยูนิตในโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอนลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 6.2% จากสิ้นปี 2563 มาอยู่ที่ 8,793.7 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลจากต้นทุนพัฒนาโครงการที่ลดลงจากการทยอยโอนห้องชุด
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 15.6% จากสิ้นปี 2563 มาอยู่ที่ 3,671.4 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าที่ลดลงตามการทยอยโอนกรรมสิทธิ์
* **หนี้สินที่มีดอกเบี้ย:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% จากสิ้นปี 2563 มาอยู่ที่ 3,188.3 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ 900 ล้านบาท หักลบกับการทยอยจ่ายคืนเงินกู้
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 2.0% จากสิ้นปี 2563 มาอยู่ที่ 5,122.3 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** อยู่ที่ 0.62 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 0.63 เท่า ณ สิ้นปี 2563
* **กระแสเงินสด:** ใน 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีกระแสเงินสดรับสุทธิจากการดำเนินงาน 836.6 ล้านบาท โดยมีเงินสดรับจากการโอนห้องชุด 1,367.1 ล้านบาท ขณะที่กิจกรรมลงทุนมีการจ่ายสุทธิ 190.1 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงินมีรับสุทธิ 11.3 ล้านบาท ทำให้มีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 868.0 ล้านบาท
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ PSH พลิกกลับมามีกำไรใน 6 เดือนแรกปี 2564 คือการเร่งโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมมูลค่าสูง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากยอดขายใหม่ที่ชะลอตัวและ Backlog ที่ลดลงยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถานการณ์โควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อและแผนการลงทุนของลูกค้าในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSH ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
4,790.86
ล้านบาท
↓ 11.1% YoY
กำไรขั้นต้น
1,381.36
ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.83
%
กำไรสุทธิ
-735.57
ล้านบาท
↑ 148.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-15.35
%
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,791
↓ -11.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,381
↑ + 0.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-736
↑ + 148.1%
YoY
D/E Ratio
0.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
-1.33
ROA (%)
0.22
Book Value/หุ้น
18.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,459
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,570
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,458.65
-613.72%
|
-867.91
-85.68%
|
-6,062.17
+471.47%
|
-1,060.80
-77.12%
|
-4,636.91
-143.84%
|
10,576.79
+521.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,569.87
-131.30%
|
8,211.02
-25.15%
|
10,970.11
+109.36%
|
5,239.71
+81.81%
|
2,881.97
-348.68%
|
-1,158.93
+12.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,070.74
-128.46%
|
-3,761.69
-59.06%
|
-9,187.23
-977.26%
|
1,047.26
-71.99%
|
3,738.34
-137.93%
|
-9,855.62
+2,757.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,071.00
+6.61%
|
2,880.66
-239.94%
|
-2,058.48
-488.83%
|
529.40
-73.31%
|
1,983.41
-553.08%
|
-437.76
-232.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,452.32
-38.23%
|
3,969.78
+2.38%
|
3,877.38
+15.81%
|
3,347.98
+150.50%
|
1,336.53
-24.67%
|
1,774.29
+22.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,431.61
-0.84%
|
2,452.32
-38.23%
|
3,969.78
+2.38%
|
3,877.38
+15.81%
|
3,347.98
+150.50%
|
1,336.53
-24.67%
|