PIN
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PIN
บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
4.16
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19581 out_tok=3080 at=2026-07-27T11:26:41 --> # ไทยยูเนี่ยน Q3/2564 กำไรสุทธิทรงตัวระดับสูง 1,937 ล้านบาท รับยอดขายธุรกิจหลักแกร่ง แม้ต้นทุนขนส่งพุ่ง ## ยอดขายรวมโต 2.2% YoY จากอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น และอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 5.8% YoY เหตุต้นทุนขนส่งสูงขึ้น และส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 35,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นที่เติบโต 11.0% และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 11.4% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,937 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้น และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของไทยยูเนี่ยนในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตที่แข็งแกร่งของยอดขายในกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น รวมถึงธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า** ซึ่งช่วยชดเชยยอดขายที่ลดลงในกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปให้กลับสู่ระดับปกติได้ **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** * **ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น:** มียอดขายเติบโต 11.0% YoY โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากการปิดเมือง (Lockdown) ในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ยังปรับสูงขึ้นถึง 30.2% YoY จากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหาร * **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** มียอดขายเติบโต 11.4% YoY จากความต้องการสินค้าที่สูง การเปิดตัวสินค้าใหม่ และการขยายฐานลูกค้า แม้จะได้รับผลกระทบระยะสั้นจากการปิดโรงงานชั่วคราวเนื่องจาก COVID-19 * **ปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และปอนด์สเตอร์ลิง ส่งผลดีต่อยอดขายรวม 2.2% YoY หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายจะลดลง 1.2% YoY อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิคือ **ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 4.1% YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นราว 468 ล้านบาท นอกจากนี้ **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม** โดยเฉพาะจากธุรกิจ Avanti และ Red Lobster ก็เป็นอีกปัจจัยที่กระทบกำไรสุทธิ **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับการเติบโตของยอดขายในกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น และอาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค รวมถึงการขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นคาดว่าจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่องไปจนถึงปี 2565** ตามที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ ส่วนผลกระทบจาก COVID-19 ต่อการผลิตคาดว่าจะคลี่คลายในไตรมาส 4/2564 ## Highlight สำคัญ * **ยอดขายรวม Q3/2564 อยู่ที่ 35,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% YoY** โดยมีปัจจัยหนุนจากอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น (+11.0% YoY) และอาหารสัตว์เลี้ยง/ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (+11.4% YoY) * **กำไรสุทธิ Q3/2564 อยู่ที่ 1,937 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY** แม้รายได้เติบโต แต่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น และส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม * **อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 18.0%** ใกล้เคียงกับ 18.2% ในปีก่อน แม้มีแรงกดดันจากต้นทุนบางส่วน * **การอ่อนค่าของเงินบาท** เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายรวม 2.2% YoY * **การลงทุนใน RBF (Ar & B Food Supply)** มูลค่า 3,000 ล้านบาท เพื่อขยายโอกาสในเอเชีย * **การบริหารจัดการสถานการณ์ COVID-19** มีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนให้พนักงาน และการควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 35,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดขายกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นที่เติบโต 11.0% และกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าที่เติบโต 11.4% ซึ่งการเติบโตนี้ยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในไตรมาส 3 ปี 2562 โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 11.6% อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 6,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.0% YoY โดยอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 18.0% ทรงตัวใกล้เคียงกับ 18.2% ในปีก่อน แม้ว่ากำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นจะปรับตัวดีขึ้นมาก แต่กำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าปรับลดลงเล็กน้อย และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปลดลง 11.3% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 4.1% YoY หรือ 177 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นราว 468 ล้านบาท ทำให้สัดส่วน SG&A ต่อ ยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 12.4% เป็น 12.7% ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 1,937 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 5.4% ลดลงจาก 5.9% ในปีก่อน ปัจจัยที่กระทบกำไรสุทธิ ได้แก่ ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น การปรับมูลค่าทางบัญชีของสัญญาเช่า Red Lobster และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม หากพิจารณากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 1,874 ล้านบาท ลดลง 16.9% YoY โดยมีรายการพิเศษจากการได้รับเงินประกันภัย 63 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหาร:** ส่งผลดีต่อยอดขายและอัตรากำไรของกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น * **ความต้องการสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่สูง:** หนุนการเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า * **การขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่:** โดยเฉพาะกลุ่ม "Healthy Living" และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง * **การลงทุนใน RBF:** เปิดโอกาสในการเติบโตในเอเชีย สนับสนุนธุรกิจ Culinary, โปรตีนทางเลือก และอาหารสัตว์เลี้ยง * **การอ่อนค่าของเงินบาท:** เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายเมื่อแปลงเป็นเงินบาท ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น:** คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงปี 2565 * **ราคาบรรจุภัณฑ์และน้ำมันที่ใช้ในการผลิต:** อาจส่งผลให้ต้นทุนขายปรับเพิ่มขึ้นในปี 2565 * **การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน:** จากสถานการณ์ COVID-19 ที่อาจส่งผลต่อกำลังการผลิตและแรงงานในบางพื้นที่ * **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม:** โดยเฉพาะ Red Lobster ที่ยังคงต้องดำเนินกลยุทธ์เพื่อสร้างฐานกำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนค่าขนส่ง:** ว่าจะคลี่คลายลงเมื่อใด และมีผลกระทบต่ออัตรากำไรมากน้อยเพียงใด * **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย SG&A และต้นทุนขาย เพื่อรักษาอัตรากำไร * **ผลการดำเนินงานของ Red Lobster:** และการปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าและสร้างฐานกำไร * **ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนให้พนักงาน:** และการบริหารจัดการสถานการณ์ COVID-19 ในโรงงานต่างๆ * **การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ * **ผลกระทบจากการลงทุนใน RBF:** ต่อการเติบโตในภูมิภาคเอเชีย ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อาหารและเครื่องดื่ม) **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป:** ยอดขายลดลง 8.0% YoY เนื่องจากยอดขายในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย กลับสู่ระดับปกติหลังจากการกักตุนสินค้าในปีก่อนหน้า ประกอบกับภาวะขาดแคลนตู้เรือขนส่งสินค้าทั่วโลก อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 20.7% จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลดลงและการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจซาร์ดีน แมคเคอเรล และแซลมอน **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง แช่เย็น และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง:** ยอดขายเติบโต 11.0% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจกุ้งและล็อบสเตอร์ที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารในเอเชียและสหรัฐอเมริกา อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 13.1% จาก 11.1% ในปีก่อน **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และอื่นๆ:** ยอดขายเติบโต 11.4% YoY จากความต้องการสินค้าที่สูง การเปิดตัวสินค้าใหม่ และการขยายฐานลูกค้า อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 23.6% จาก 26.2% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราว ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น และค่าระวางเรือที่สูงขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง **การบริหารจัดการต้นทุน:** ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น เช่น การทำสัญญา FOB การแบ่งปันต้นทุนกับคู่ค้า และการจัดการสินค้าคงคลัง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 161,687 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากมูลค่าสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุน หนี้สินรวมปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 103,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากการเตรียมการจัดหาเงินกู้ล่วงหน้าสำหรับหนี้สินระยะยาวที่กำลังจะครบกำหนด และการออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 58,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% จากสิ้นปี 2563 อันเป็นผลจากกำไรสุทธิระหว่างไตรมาส อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.08 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.97 เท่า ณ สิ้นไตรมาสก่อนหน้า และ 0.94 เท่า ณ สิ้นปี 2563 กระแสเงินสดอิสระในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 เป็นบวกที่ 2,117 ล้านบาท แม้จะมีการลงทุนในบริษัท RBF มูลค่า 3,000 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงานยังคงแข็งแกร่ง ## สรุปท้าย ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถรักษาการเติบโตของยอดขายในกลุ่มธุรกิจหลักได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น และอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองผลประกอบการ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นและส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนยอดขาย การบริหารจัดการต้นทุนและสถานการณ์ COVID-19 อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนค่าขนส่งที่คาดว่าจะต่อเนื่องไปถึงปี 2565 ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PIN ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
399.65 ล้านบาท
↓ 63.9% YoY
กำไรขั้นต้น
28.94 ล้านบาท
↓ 94.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.24 %
กำไรสุทธิ
212.15 ล้านบาท
↓ 45% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
53.08 %
D/E Ratio
0.92
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
400
↓ -63.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
29
↓ -94.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
212
↓ -45% YoY
D/E Ratio
0.92

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PIN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
399.65
-63.85%
1,105.65
-18.18%
1,351.34
+146.79%
547.56
+72.72%
317.03
-71.90%
1,128.11
กำไรขั้นต้น —
28.94
-94.60%
535.85
-31.26%
779.52
+156.03%
304.46
+290.39%
77.99
-73.70%
296.52
-6.01%
ค่าใช้จ่ายรวม —
55.51
+15.88%
47.90
-33.02%
71.52
+35.16%
52.92
-30.41%
76.04
-53.68%
164.17
กำไรสุทธิ —
212.15
-45.03%
385.94
-43.04%
677.59
+214.71%
215.30
+158.60%
83.26
-79.39%
403.89
กำไรต่อหุ้น —
0.18
-45.05%
0.33
-42.98%
0.58
+213.98%
0.19
+158.33%
0.07
-79.31%
0.35
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
636.27
+150.60%
253.90
0.00
-100.00%
60.79
0.00
0.00
ROE(%) —
10.95
-73.48%
41.29
-5.82%
43.84
+229.87%
13.29
+142.96%
5.47
-60.73%
13.93
-74.76%
ROA(%) —
7.57
-69.59%
24.89
+3.58%
24.03
+211.67%
7.71
+124.78%
3.43
-63.28%
9.34
-69.92%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.92
+6.98%
0.86
+24.64%
0.69
-56.60%
1.59
+34.75%
1.18
+93.44%
0.61
-18.67%
P/E —
7.33
+106.48%
3.55
-47.49%
6.76
-74.32%
26.32
+203.93%
8.66
8.66
P/BV —
1.19
-27.88%
1.65
-18.32%
2.02
+16.76%
1.73
+57.27%
1.10
1.10
BV —
3.56
-5.07%
3.75
+45.35%
2.58
+30.30%
1.98
-47.62%
3.78
3.78
YIELD(%) —
17.92
+88.24%
9.52
+230.56%
2.88
-34.40%
4.39
-15.41%
5.19
5.19
ราคาหุ้น —
4.24
-31.61%
6.20
+19.23%
5.20
+52.05%
3.42
-14.93%
4.02
-3.37%
4.16
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
7.24
-85.06%
48.46
-16.00%
57.69
+3.76%
55.60
+126.02%
24.60
-6.39%
26.28
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
13.89
+220.79%
4.33
-18.15%
5.29
-45.24%
9.66
-59.73%
23.99
+64.88%
14.55
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
53.08
+52.05%
34.91
-30.37%
50.14
+27.52%
39.32
+49.73%
26.26
-26.65%
35.80
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.92
ROE (%)
10.95
ROA (%)
7.57
Book Value/หุ้น
3.78

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PIN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
6,832.23
-5.51%
7,230.41
+49.53%
4,835.47
-8.17%
5,265.44
+32.19%
3,983.29
+13.22%
3,518.14
-4.44%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,535.91
-1.90%
1,565.61
+16.48%
1,344.14
+6.82%
1,258.31
+6.58%
1,180.68
+2.72%
1,149.45
+1.77%
รวมสินทรัพย์ —
8,368.14
-4.86%
8,796.02
+42.34%
6,179.61
-5.28%
6,523.75
+26.33%
5,163.96
+10.63%
4,667.60
-2.98%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
2,090.42
+267.20%
569.28
-44.57%
1,026.94
-37.54%
1,644.11
+71.81%
956.92
+39.11%
687.90
-56.97%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,930.30
-44.73%
3,492.52
+134.47%
1,489.53
-36.94%
2,362.16
+28.53%
1,837.83
+70.27%
1,079.34
+75.69%
รวมหนี้สิน —
4,020.72
-1.01%
4,061.81
+61.41%
2,516.46
-37.19%
4,006.27
+43.35%
2,794.75
+58.14%
1,767.24
-20.14%
รวมส่วนของเจ้าของ —
4,347.42
-8.17%
4,734.21
+29.24%
3,663.15
+45.51%
2,517.48
+6.26%
2,369.21
-18.31%
2,900.36
+11.63%
D/E —
0.92
0.86
0.69
1.59
1.18
0.61
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
10.95
41.29
43.84
13.29
5.47
13.93
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
7.57
24.89
24.03
7.71
3.43
9.34
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
3.27
12.70
4.71
3.20
4.16
5.11
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.17
1.05
0.52
0.10
0.53
0.27
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
13.76
3.43
0.00
0.00
19.91
10.50
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
3,017.08
904.28
0.00
0.00
4,575.04
2,305.76
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
62.50
20.53
0.00
0.00
120.24
55.80
วงจรเงินสด —
2,968.34
887.18
0.00
0.00
4,474.71
2,260.45
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-552
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+496
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PIN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-552.07
-73.34%
-2,070.93
-726.04%
330.80
-119.61%
-1,686.85
-5,460.18%
31.47
-121.47%
-146.58
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
495.86
+17.96%
420.35
-604.26%
-83.36
-242.74%
58.40
+387.48%
11.98
-86.06%
85.93
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
38.16
-98.09%
1,997.44
-3,012.57%
-68.58
-104.86%
1,411.55
+216.98%
445.31
+680.01%
57.09
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-18.05
-105.20%
346.86
+93.95%
178.84
-182.45%
-216.90
-146.68%
464.67
-13,189.30%
-3.55
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
556.39
+11.21%
500.32
+285.31%
129.85
-73.13%
483.33
+217.44%
152.26
-2.28%
155.81
+59.19%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
303.98
-45.37%
556.39
+11.21%
500.32
+285.31%
129.85
-73.13%
0.00
0.00