PIN
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PIN
บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
4.30
+0.06 (+1.42%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19581 out_tok=3080 at=2026-07-27T11:26:41 --> # ไทยยูเนี่ยน Q3/2564 กำไรสุทธิทรงตัวระดับสูง 1,937 ล้านบาท รับยอดขายธุรกิจหลักแกร่ง แม้ต้นทุนขนส่งพุ่ง ## ยอดขายรวมโต 2.2% YoY จากอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น และอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 5.8% YoY เหตุต้นทุนขนส่งสูงขึ้น และส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 35,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นที่เติบโต 11.0% และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 11.4% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,937 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้น และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของไทยยูเนี่ยนในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตที่แข็งแกร่งของยอดขายในกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น รวมถึงธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า** ซึ่งช่วยชดเชยยอดขายที่ลดลงในกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปให้กลับสู่ระดับปกติได้ **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** * **ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น:** มียอดขายเติบโต 11.0% YoY โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากการปิดเมือง (Lockdown) ในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ยังปรับสูงขึ้นถึง 30.2% YoY จากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหาร * **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** มียอดขายเติบโต 11.4% YoY จากความต้องการสินค้าที่สูง การเปิดตัวสินค้าใหม่ และการขยายฐานลูกค้า แม้จะได้รับผลกระทบระยะสั้นจากการปิดโรงงานชั่วคราวเนื่องจาก COVID-19 * **ปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และปอนด์สเตอร์ลิง ส่งผลดีต่อยอดขายรวม 2.2% YoY หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายจะลดลง 1.2% YoY อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิคือ **ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 4.1% YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นราว 468 ล้านบาท นอกจากนี้ **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม** โดยเฉพาะจากธุรกิจ Avanti และ Red Lobster ก็เป็นอีกปัจจัยที่กระทบกำไรสุทธิ **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับการเติบโตของยอดขายในกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น และอาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค รวมถึงการขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นคาดว่าจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่องไปจนถึงปี 2565** ตามที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ ส่วนผลกระทบจาก COVID-19 ต่อการผลิตคาดว่าจะคลี่คลายในไตรมาส 4/2564 ## Highlight สำคัญ * **ยอดขายรวม Q3/2564 อยู่ที่ 35,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% YoY** โดยมีปัจจัยหนุนจากอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น (+11.0% YoY) และอาหารสัตว์เลี้ยง/ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (+11.4% YoY) * **กำไรสุทธิ Q3/2564 อยู่ที่ 1,937 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY** แม้รายได้เติบโต แต่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น และส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม * **อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 18.0%** ใกล้เคียงกับ 18.2% ในปีก่อน แม้มีแรงกดดันจากต้นทุนบางส่วน * **การอ่อนค่าของเงินบาท** เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายรวม 2.2% YoY * **การลงทุนใน RBF (Ar & B Food Supply)** มูลค่า 3,000 ล้านบาท เพื่อขยายโอกาสในเอเชีย * **การบริหารจัดการสถานการณ์ COVID-19** มีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนให้พนักงาน และการควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 35,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดขายกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นที่เติบโต 11.0% และกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าที่เติบโต 11.4% ซึ่งการเติบโตนี้ยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในไตรมาส 3 ปี 2562 โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 11.6% อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 6,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.0% YoY โดยอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 18.0% ทรงตัวใกล้เคียงกับ 18.2% ในปีก่อน แม้ว่ากำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นจะปรับตัวดีขึ้นมาก แต่กำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าปรับลดลงเล็กน้อย และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปลดลง 11.3% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 4.1% YoY หรือ 177 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นราว 468 ล้านบาท ทำให้สัดส่วน SG&A ต่อ ยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 12.4% เป็น 12.7% ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 1,937 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 5.4% ลดลงจาก 5.9% ในปีก่อน ปัจจัยที่กระทบกำไรสุทธิ ได้แก่ ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น การปรับมูลค่าทางบัญชีของสัญญาเช่า Red Lobster และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม หากพิจารณากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 1,874 ล้านบาท ลดลง 16.9% YoY โดยมีรายการพิเศษจากการได้รับเงินประกันภัย 63 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหาร:** ส่งผลดีต่อยอดขายและอัตรากำไรของกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น * **ความต้องการสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่สูง:** หนุนการเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า * **การขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่:** โดยเฉพาะกลุ่ม "Healthy Living" และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง * **การลงทุนใน RBF:** เปิดโอกาสในการเติบโตในเอเชีย สนับสนุนธุรกิจ Culinary, โปรตีนทางเลือก และอาหารสัตว์เลี้ยง * **การอ่อนค่าของเงินบาท:** เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายเมื่อแปลงเป็นเงินบาท ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น:** คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงปี 2565 * **ราคาบรรจุภัณฑ์และน้ำมันที่ใช้ในการผลิต:** อาจส่งผลให้ต้นทุนขายปรับเพิ่มขึ้นในปี 2565 * **การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน:** จากสถานการณ์ COVID-19 ที่อาจส่งผลต่อกำลังการผลิตและแรงงานในบางพื้นที่ * **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม:** โดยเฉพาะ Red Lobster ที่ยังคงต้องดำเนินกลยุทธ์เพื่อสร้างฐานกำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนค่าขนส่ง:** ว่าจะคลี่คลายลงเมื่อใด และมีผลกระทบต่ออัตรากำไรมากน้อยเพียงใด * **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย SG&A และต้นทุนขาย เพื่อรักษาอัตรากำไร * **ผลการดำเนินงานของ Red Lobster:** และการปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าและสร้างฐานกำไร * **ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนให้พนักงาน:** และการบริหารจัดการสถานการณ์ COVID-19 ในโรงงานต่างๆ * **การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ * **ผลกระทบจากการลงทุนใน RBF:** ต่อการเติบโตในภูมิภาคเอเชีย ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อาหารและเครื่องดื่ม) **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป:** ยอดขายลดลง 8.0% YoY เนื่องจากยอดขายในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย กลับสู่ระดับปกติหลังจากการกักตุนสินค้าในปีก่อนหน้า ประกอบกับภาวะขาดแคลนตู้เรือขนส่งสินค้าทั่วโลก อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 20.7% จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลดลงและการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจซาร์ดีน แมคเคอเรล และแซลมอน **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง แช่เย็น และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง:** ยอดขายเติบโต 11.0% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจกุ้งและล็อบสเตอร์ที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารในเอเชียและสหรัฐอเมริกา อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 13.1% จาก 11.1% ในปีก่อน **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และอื่นๆ:** ยอดขายเติบโต 11.4% YoY จากความต้องการสินค้าที่สูง การเปิดตัวสินค้าใหม่ และการขยายฐานลูกค้า อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 23.6% จาก 26.2% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราว ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น และค่าระวางเรือที่สูงขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง **การบริหารจัดการต้นทุน:** ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น เช่น การทำสัญญา FOB การแบ่งปันต้นทุนกับคู่ค้า และการจัดการสินค้าคงคลัง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 161,687 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากมูลค่าสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุน หนี้สินรวมปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 103,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากการเตรียมการจัดหาเงินกู้ล่วงหน้าสำหรับหนี้สินระยะยาวที่กำลังจะครบกำหนด และการออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 58,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% จากสิ้นปี 2563 อันเป็นผลจากกำไรสุทธิระหว่างไตรมาส อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.08 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.97 เท่า ณ สิ้นไตรมาสก่อนหน้า และ 0.94 เท่า ณ สิ้นปี 2563 กระแสเงินสดอิสระในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 เป็นบวกที่ 2,117 ล้านบาท แม้จะมีการลงทุนในบริษัท RBF มูลค่า 3,000 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงานยังคงแข็งแกร่ง ## สรุปท้าย ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถรักษาการเติบโตของยอดขายในกลุ่มธุรกิจหลักได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น และอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองผลประกอบการ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นและส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนยอดขาย การบริหารจัดการต้นทุนและสถานการณ์ COVID-19 อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนค่าขนส่งที่คาดว่าจะต่อเนื่องไปถึงปี 2565 ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PIN ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
399.65 ล้านบาท
↓ 63.9% YoY
กำไรขั้นต้น
28.94 ล้านบาท
↓ 94.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.24 %
กำไรสุทธิ
212.15 ล้านบาท
↓ 45% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
53.08 %
D/E Ratio
0.92
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
400
↓ -63.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
29
↓ -94.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
212
↓ -45% YoY
D/E Ratio
0.92

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PIN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
399.65
-63.85%
1,105.65
-18.18%
1,351.34
+146.79%
547.56
+72.72%
317.03
-71.90%
1,128.11
กำไรขั้นต้น
28.94
-94.60%
535.85
-31.26%
779.52
+156.03%
304.46
+290.39%
77.99
-73.70%
296.52
-6.01%
ค่าใช้จ่ายรวม
55.51
+15.88%
47.90
-33.02%
71.52
+35.16%
52.92
-30.41%
76.04
-53.68%
164.17
กำไรสุทธิ
212.15
-45.03%
385.94
-43.04%
677.59
+214.71%
215.30
+158.60%
83.26
-79.39%
403.89
กำไรต่อหุ้น
0.18
-45.05%
0.33
-42.98%
0.58
+213.98%
0.19
+158.33%
0.07
-79.31%
0.35
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
636.27
+150.60%
253.90
0.00
-100.00%
60.79
0.00
0.00
ROE(%)
10.95
-73.48%
41.29
-5.82%
43.84
+229.87%
13.29
+142.96%
5.47
-60.73%
13.93
-74.76%
ROA(%)
7.57
-69.59%
24.89
+3.58%
24.03
+211.67%
7.71
+124.78%
3.43
-63.28%
9.34
-69.92%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.92
+6.98%
0.86
+24.64%
0.69
-56.60%
1.59
+34.75%
1.18
+93.44%
0.61
-18.67%
P/E
7.33
+106.48%
3.55
-47.49%
6.76
-74.32%
26.32
+194.08%
8.95
8.95
P/BV
1.19
-27.88%
1.65
-18.32%
2.02
+16.76%
1.73
+51.75%
1.14
1.14
BV
3.56
-5.07%
3.75
+45.35%
2.58
+30.30%
1.98
-47.62%
3.78
3.78
YIELD(%)
17.92
+88.24%
9.52
+230.56%
2.88
-34.40%
4.39
-12.55%
5.02
5.02
ราคาหุ้น
4.24
-31.61%
6.20
+19.23%
5.20
+52.05%
3.42
-14.93%
4.02
-6.51%
4.30
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
7.24
-85.06%
48.46
-16.00%
57.69
+3.76%
55.60
+126.02%
24.60
-6.39%
26.28
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
13.89
+220.79%
4.33
-18.15%
5.29
-45.24%
9.66
-59.73%
23.99
+64.88%
14.55
อัตรากำไรสุทธิ(%)
53.08
+52.05%
34.91
-30.37%
50.14
+27.52%
39.32
+49.73%
26.26
-26.65%
35.80
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.92
ROE (%)
10.95
ROA (%)
7.57
Book Value/หุ้น
3.78

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PIN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
6,832.23
-5.51%
7,230.41
+49.53%
4,835.47
-8.17%
5,265.44
+32.19%
3,983.29
+13.22%
3,518.14
-4.44%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,535.91
-1.90%
1,565.61
+16.48%
1,344.14
+6.82%
1,258.31
+6.58%
1,180.68
+2.72%
1,149.45
+1.77%
รวมสินทรัพย์
8,368.14
-4.86%
8,796.02
+42.34%
6,179.61
-5.28%
6,523.75
+26.33%
5,163.96
+10.63%
4,667.60
-2.98%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
2,090.42
+267.20%
569.28
-44.57%
1,026.94
-37.54%
1,644.11
+71.81%
956.92
+39.11%
687.90
-56.97%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
1,930.30
-44.73%
3,492.52
+134.47%
1,489.53
-36.94%
2,362.16
+28.53%
1,837.83
+70.27%
1,079.34
+75.69%
รวมหนี้สิน
4,020.72
-1.01%
4,061.81
+61.41%
2,516.46
-37.19%
4,006.27
+43.35%
2,794.75
+58.14%
1,767.24
-20.14%
รวมส่วนของเจ้าของ
4,347.42
-8.17%
4,734.21
+29.24%
3,663.15
+45.51%
2,517.48
+6.26%
2,369.21
-18.31%
2,900.36
+11.63%
D/E
0.92
0.86
0.69
1.59
1.18
0.61
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
10.95
41.29
43.84
13.29
5.47
13.93
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.57
24.89
24.03
7.71
3.43
9.34
อัตราส่วนสภาพคล่อง
3.27
12.70
4.71
3.20
4.16
5.11
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.17
1.05
0.52
0.10
0.53
0.27
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
13.76
3.43
0.00
0.00
19.91
10.50
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
3,017.08
904.28
0.00
0.00
4,575.04
2,305.76
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
62.50
20.53
0.00
0.00
120.24
55.80
วงจรเงินสด
2,968.34
887.18
0.00
0.00
4,474.71
2,260.45
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-552
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+496
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PIN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-552.07
-73.34%
-2,070.93
-726.04%
330.80
-119.61%
-1,686.85
-5,460.18%
31.47
-121.47%
-146.58
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
495.86
+17.96%
420.35
-604.26%
-83.36
-242.74%
58.40
+387.48%
11.98
-86.06%
85.93
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
38.16
-98.09%
1,997.44
-3,012.57%
-68.58
-104.86%
1,411.55
+216.98%
445.31
+680.01%
57.09
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-18.05
-105.20%
346.86
+93.95%
178.84
-182.45%
-216.90
-146.68%
464.67
-13,189.30%
-3.55
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
556.39
+11.21%
500.32
+285.31%
129.85
-73.13%
483.33
+217.44%
152.26
-2.28%
155.81
+59.19%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
303.98
-45.37%
556.39
+11.21%
500.32
+285.31%
129.85
-73.13%
0.00
0.00