บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
4.30
+0.06 (+1.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10613 out_tok=2758 at=2026-07-26T00:21:42 -->
# PIN กำไร Q1/65 พุ่ง 228.8% รับแรงหนุนโอนที่ดินลูกค้าต่างชาติ
## รายได้โตกว่า 151% หลังเปิดประเทศหนุนยอดขายอสังหาฯ ขณะต้นทุนบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ
บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ PIN รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 365.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 138.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 228.8% ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนที่ดินให้กับลูกค้าต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการเปิดประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PIN ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการโอนที่ดินให้กับลูกค้าต่างประเทศ** ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขรายได้จากการดำเนินงานที่พุ่งสูงขึ้นถึง 151.8% YoY และกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 228.8% YoY
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ มาจากการที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเปิดประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจลงทุนของลูกค้าต่างชาติ ทำให้ปริมาณการโอนที่ดินเพิ่มขึ้นอย่างมาก จาก 21 ไร่ใน Q1/64 เป็น 74 ไร่ใน Q1/65 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีความสามารถในการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 48.5% เป็น 53.9%
สำหรับแนวโน้มในอนาคต **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุถึงมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยปี 2565 ที่คาดว่าจะเติบโต 3.2% จากการขยายตัวภาคส่งออก การท่องเที่ยวฟื้นตัว และการลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนิคมฯ ปิ่นทองเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเนื่องจากมีภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบ และใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง รวมถึงการสนับสนุนจากโครงการ EEC นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนาโครงการ Logistics Park และโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงานพุ่ง 151.8% YoY** แตะ 365.6 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิโตแรง 228.8% YoY** สู่ระดับ 138.1 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เติบโต 238.9% YoY** เป็น 314.9 ล้านบาท จากปริมาณการโอนที่ดินลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น** เป็น 53.9% จาก 48.5% YoY
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** 25,900% YoY จากการรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายของที่ดินในนิคมฯ ปิ่นทอง 6
* **มีแผนพัฒนาโครงการ Logistics Park และโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์** เพื่อสร้างรายได้ประจำในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ PIN มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 365.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 162.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีมูลค่า 314.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 238.9% YoY เนื่องจากปริมาณการโอนที่ดินให้กับลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากการเปิดประเทศของรัฐบาล ในขณะที่รายได้จากการให้เช่าและบริการลดลง 11.2% YoY จากการยกเลิกสัญญาเช่าบางส่วน และรายได้ค่าสาธารณูปโภคทรงตัวเล็กน้อย
ด้านกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 197.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 180.1% YoY และเพิ่มขึ้น 152.8% QoQ โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 53.9% เพิ่มขึ้นจาก 48.5% ใน Q1/64 และลดลงเล็กน้อยจาก 56.0% ใน Q4/64 ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ และความสามารถในการบริหารต้นทุนของบริษัทฯ
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 25,900% YoY เป็น 26.0 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้หยุดการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายเข้าต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และรับรู้เป็นดอกเบี้ยจ่ายของที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 6 ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 138.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 228.8% YoY และเพิ่มขึ้น 234.4% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 36.5% เพิ่มขึ้นจาก 27.0% ใน Q1/64
## โอกาส
* **การเปิดประเทศและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ:** นโยบายเปิดประเทศของรัฐบาลและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นความต้องการเช่าพื้นที่และซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม
* **โครงการ EEC:** การสนับสนุนจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของภาครัฐ จะช่วยส่งเสริมการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก รวมถึงนิคมฯ ปิ่นทอง
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** แผนการพัฒนาโครงการ Logistics Park บนพื้นที่ 290 ไร่ ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ จะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้และสร้างความมั่นคงในระยะยาว
* **ทำเลที่ตั้ง:** การเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่มีทำเลที่ตั้งใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเรือหลักในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทำให้เป็นที่สนใจของผู้ประกอบการที่ต้องการฐานการผลิตในภูมิภาคอาเซียน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และอัตราเงินเฟ้อที่สูง อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของลูกค้าต่างชาติ
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิ โดยเฉพาะหากมีการกู้ยืมเพิ่มเพื่อขยายการลงทุน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมนิคมอุตสาหกรรม:** การแข่งขันจากผู้พัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมรายอื่น ๆ อาจส่งผลต่อการดึงดูดลูกค้าและการกำหนดราคา
* **ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการ:** ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการ Logistics Park หรือโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ตามแผน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ปริมาณการโอนที่ดินและยอดขายใหม่:** ติดตามแนวโน้มการโอนที่ดินให้กับลูกค้าต่างชาติและลูกค้าใหม่ในไตรมาสถัดไป
* **ความคืบหน้าโครงการ Logistics Park:** ความคืบหน้าในการออกแบบและเริ่มพัฒนาโครงการ Logistics Park รวมถึงการหาผู้เช่าพื้นที่
* **การรับรู้รายได้จากโครงการผลิตไฟฟ้า:** ความคืบหน้าในการก่อตั้งบริษัทย่อยและเริ่มดำเนินการโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **อัตราการเช่าพื้นที่:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าในนิคมฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 1 ปี 2565 PIN มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นสัดส่วนหลักถึง 83.2% ของรายได้จากการดำเนินงาน สะท้อนให้เห็นถึงการพึ่งพารายได้จากการขายที่ดินเป็นหลัก แม้ว่าจะมีรายได้จากการให้เช่าและบริการ (10.0%) และรายได้ค่าสาธารณูปโภค (3.4%) แต่ยังมีสัดส่วนที่น้อยกว่า
บริษัทฯ มีโครงการนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 6 แห่ง โดยมีพื้นที่รวมประมาณ 1,000-3,000 ไร่ต่อแห่ง และมีโรงงานและคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่า รวมถึงบริการสร้างตามความต้องการ (Build-to-Suit) นอกจากนี้ ยังมีบริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Property Management) และให้บริการพื้นที่ส่วนกลางและระบบสาธารณูปโภค
ในด้านการขายที่ดิน บริษัทฯ มีรายละเอียดที่ดิน ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 โดยมีโครงการหลักที่รับรู้รายได้จากการขายที่ดินคือ ปิ่นทอง 1-5 และ ปิ่นทอง 6 โดยมีจำนวนไร่ที่ขายได้และรายได้เฉลี่ยต่อไร่แตกต่างกันไปในแต่ละโครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,164 ล้านบาท ลดลง 0.4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีรายละเอียดสินทรัพย์ที่สำคัญคือ ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 430.4 ล้านบาท, ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 3,382.4 ล้านบาท, ต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 749.9 ล้านบาท และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 405.4 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้จากการขายที่ดิน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,504.8 ล้านบาท โดยมีส่วนของผู้ถือหุ้น 2,652.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% จากสิ้นปี 2564 เป็นผลมาจากการรับรู้กำไรสุทธิและการปรับมูลค่าหน่วยลงทุน PPF อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.06 เท่า ลดลงจาก 1.18 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญใน Q1/65 ได้แก่ อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick Ratio) ที่ 0.67 เท่า, อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ที่ 3.23% และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 5.67% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ PIN ในไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 228.8% YoY เป็นผลจากการโอนที่ดินให้กับลูกค้าต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังการเปิดประเทศ ประกอบกับความสามารถในการบริหารต้นทุนที่ดี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็นประเด็นที่ต้องจับตา แม้ว่าจะมีแผนการพัฒนาโครงการใหม่เพื่อสร้างรายได้ประจำในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PIN ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
399.65
ล้านบาท
↓ 63.9% YoY
กำไรขั้นต้น
28.94
ล้านบาท
↓ 94.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.24
%
กำไรสุทธิ
212.15
ล้านบาท
↓ 45% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
53.08
%
D/E Ratio
0.92
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
400
↓ -63.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
29
↓ -94.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
212
↓ -45%
YoY
D/E Ratio
0.92
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PIN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.92
ROE (%)
10.95
ROA (%)
7.57
Book Value/หุ้น
3.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PIN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-552
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+496
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PIN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-552.07
-73.34%
|
-2,070.93
-726.04%
|
330.80
-119.61%
|
-1,686.85
-5,460.18%
|
31.47
-121.47%
|
-146.58
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
495.86
+17.96%
|
420.35
-604.26%
|
-83.36
-242.74%
|
58.40
+387.48%
|
11.98
-86.06%
|
85.93
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
38.16
-98.09%
|
1,997.44
-3,012.57%
|
-68.58
-104.86%
|
1,411.55
+216.98%
|
445.31
+680.01%
|
57.09
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-18.05
-105.20%
|
346.86
+93.95%
|
178.84
-182.45%
|
-216.90
-146.68%
|
464.67
-13,189.30%
|
-3.55
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
556.39
+11.21%
|
500.32
+285.31%
|
129.85
-73.13%
|
483.33
+217.44%
|
152.26
-2.28%
|
155.81
+59.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
303.98
-45.37%
|
556.39
+11.21%
|
500.32
+285.31%
|
129.85
-73.13%
|
0.00
|
0.00
|