บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.44
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9280 out_tok=2659 at=2026-07-25T23:35:28 -->
# PEACE Q3/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 14.87% รับแรงหนุนรายได้โอนโครงการใหม่
## รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โต 9.19% หนุนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงเล็กน้อย
บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PEACE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 49.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 9.19% จากการรับรู้รายได้เต็มงวดของโครงการที่เปิดขายในช่วงปลายปี 2563 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเล็กน้อยจากการแข่งขันในตลาด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PEACE ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 264.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.19% จาก 241.90 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้เติบโตมาจาก **การรับรู้รายได้จากการขายแบบเต็มงวดของโครงการที่เปิดการขายในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ปี 2563** ได้แก่ โครงการ Cher งามวงศ์วาน – ประชาชื่น ที่เริ่มเปิดขายเดือนสิงหาคม 2563 และเริ่มโอนกรรมสิทธิ์เดือนกันยายน 2563 และโครงการ Cher สุขสวัสดิ์ – พุทธบูชา ที่เริ่มเปิดขายเดือนพฤศจิกายน 2563 และเริ่มโอนกรรมสิทธิ์เดือนมีนาคม 2564 การรับรู้รายได้จากโครงการเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันรายได้รวมให้เติบโต
สำหรับ **ความต่อเนื่อง** ของปัจจัยนี้ มี **โอกาสต่อเนื่อง** ในระยะสั้นถึงกลาง เนื่องจากโครงการ Cher งามวงศ์วาน – ประชาชื่น และ Cher สุขสวัสดิ์ – พุทธบูชา ยังคงมีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ สามารถเปิดขายโครงการใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว และเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ได้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการและการตอบสนองต่อความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาการเปิดโครงการใหม่ๆ ในอนาคต และสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 14.87%:** ในไตรมาส 3 ปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 49.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 42.8 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 9.19%:** อยู่ที่ 264.13 ล้านบาท จาก 241.90 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย:** อยู่ที่ 36.05% จาก 37.66% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากมีการปรับกลยุทธ์การตลาดและราคาในโครงการ The Glamor เพื่อแข่งขัน
* **อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น:** อยู่ที่ 18.59% จาก 17.66% ในปีก่อนหน้า
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.35 เท่า เป็น 0.21 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2564:** บริษัทฯ มีรายได้รวม 264.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.10% จาก 242.41 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 โดยรายได้หลักมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 9.19% ขณะที่ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 12.00% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 37.66% เป็น 36.05% อย่างไรก็ตาม ด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดีขึ้น ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 14.87% เป็น 49.2 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นเป็น 18.59%
**งวด 9 เดือนปี 2564:** รายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดด 40.83% อยู่ที่ 809.57 ล้านบาท จาก 574.86 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ที่เปิดขายในช่วงปลายปี 2563 และต้นปี 2564 กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 44.00% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 38.84% จาก 38.00% ในปีก่อนหน้า การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้นถึง 74.68% เป็น 150.75 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 18.62%
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโครงการที่เปิดขาย:** โครงการ Cher งามวงศ์วาน – ประชาชื่น และ Cher สุขสวัสดิ์ – พุทธบูชา ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงที่ผ่านมา จะยังคงเป็นแหล่งรายได้สำคัญในไตรมาสต่อไป
* **การเปิดโครงการใหม่:** การเตรียมการเปิดโครงการ Cher บางขุนนนท์ ในไตรมาส 3 ปี 2564 บ่งชี้ถึงการมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงการบริหารต้นทุนขายอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยสนับสนุนอัตรากำไรให้ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การแข่งขันที่สูงในบางทำเล อาจส่งผลต่อการปรับกลยุทธ์ด้านราคาและการส่งเสริมการตลาด ซึ่งอาจกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของต้นทุนการก่อสร้าง:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสารโดยตรง แต่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่อาจปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการเปิดโครงการ Cher บางขุนนนท์:** การเปิดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการใหม่นี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่:** การตั้งราคาขายและการบริหารต้นทุนของโครงการใหม่ๆ จะส่งผลต่ออัตรากำไรโดยรวมของบริษัทฯ
* **การบริหารกระแสเงินสด:** แม้ฐานะการเงินจะแข็งแกร่งขึ้น แต่การบริหารกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและการลงทุนยังคงเป็นสิ่งสำคัญ
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ และกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** การเติบโตของรายได้ในไตรมาส 3 ปี 2564 มาจากการรับรู้รายได้เต็มงวดของโครงการ Cher งามวงศ์วาน – ประชาชื่น และ Cher สุขสวัสดิ์ – พุทธบูชา ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดขายในช่วงปลายปี 2563 และเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2564 การกระจายตัวของรายได้จากโครงการต่างๆ แสดงให้เห็นถึงการบริหารพอร์ตโครงการที่หลากหลาย
**อัตรากำไรขั้นต้น:** การลดลงเล็กน้อยของอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 ปี 2564 มาจากการปรับกลยุทธ์ราคาในโครงการ The Glamor เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารอัตรากำไรในสภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของรายได้ โดยเฉพาะค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าธรรมเนียมการโอน และค่าใช้จ่ายพนักงานขาย ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการใช้บริการวิชาชีพเพื่อเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ลดลง 3.33% จากสิ้นปี 2563 มาอยู่ที่ 1,818.82 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 โดยหลักมาจากการลดลงของต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ซึ่งสอดคล้องกับการขายและโอนกรรมสิทธิ์โครงการต่างๆ
**หนี้สินรวม:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 35.49% จากสิ้นปี 2563 มาอยู่ที่ 314.46 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 7.92% จากสิ้นปี 2563 มาอยู่ที่ 1,504.36 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น
**อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 0.35 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 0.21 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 แสดงถึงการลดลงของภาระหนี้สินและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
**อัตราส่วนสภาพคล่อง:** เพิ่มขึ้นจาก 4.12 เท่า เป็น 6.14 เท่า สะท้อนถึงสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นจากการลดลงของหนี้สินหมุนเวียน
## สรุปท้าย
PEACE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14.87% จากการรับรู้รายได้เต็มงวดของโครงการใหม่ๆ ที่เปิดขายในช่วงปลายปี 2563 แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลดลงเล็กน้อยจากการแข่งขัน แต่การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการลดลงของหนี้สิน ทำให้ฐานะการเงินของบริษัทฯ แข็งแกร่งขึ้นมาก โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การเปิดโครงการใหม่และการบริหารพอร์ตโครงการที่หลากหลายเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ขณะที่ต้องจับตาความเสี่ยงจากการแข่งขันและสภาวะตลาดโดยรวม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PEACE ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
379.08
ล้านบาท
↑ 43.8% YoY
กำไรขั้นต้น
116.07
ล้านบาท
↑ 44.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.62
%
กำไรสุทธิ
30.24
ล้านบาท
↑ 74.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.98
%
D/E Ratio
0.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
379
↑ + 43.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
116
↑ + 44.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 74.5%
YoY
D/E Ratio
0.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PEACE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.70
ROE (%)
0.77
ROA (%)
0.96
Book Value/หุ้น
4.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PEACE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+676
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PEACE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
675.87
+8.43%
|
623.30
-2,940.93%
|
-21.94
-110.64%
|
206.27
+10.30%
|
187.00
-49.70%
|
371.78
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.83
-3.49%
|
-0.86
-99.42%
|
-147.04
+13,389.91%
|
-1.09
-14.17%
|
-1.27
+182.22%
|
-0.45
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-782.89
+6.25%
|
-736.81
-307.97%
|
354.29
-162.46%
|
-567.23
+267.62%
|
-154.30
-59.69%
|
-382.77
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-107.85
-5.72%
|
-114.39
-161.74%
|
185.29
-151.18%
|
-362.05
-1,251.92%
|
31.43
-216.06%
|
-27.08
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
17.42
-6.24%
|
18.58
-93.48%
|
284.84
+167.76%
|
106.38
+1,443.98%
|
6.89
-79.72%
|
33.97
-56.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
59.16
+239.61%
|
17.42
-6.24%
|
18.58
-93.48%
|
284.84
+167.76%
|
106.38
+1,443.98%
|
6.89
-79.71%
|